การศึกษาความชุกและปัจจัยที่มีผลต่อภาวะซึมเศร้าและภาวะเครียดจากการทำงาน ของเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต

ผู้แต่ง

  • อมรรัตน์ ตันติทิพย์พงศ์ โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี

คำสำคัญ:

ความเครียด, โรคซึมเศร้า, สุขภาพจิต

บทคัดย่อ

              ปัญหาสุขภาพจิตเป็นปัญหาสำคัญที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อการทำงานเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาล โดยเฉพาะภาวะซึมเศร้าหรือภาวะเครียดจากการทำงาน จะส่งผลกระทบต่อการทำงานในโรงพยาบาลซึ่งมีลักษณะงานเป็นงานบริการที่ต้องดูแลช่วยเหลือผู้ป่วยเป็นหลัก การศึกษาในครั้งนี้จึงมีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาถึงความชุกของสภาวะสุขภาพจิตของเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต ทำการศึกษาโดยใช้รูปแบบการศึกษาเชิงพรรณนาแบบตัดขวาง โดย ศึกษาถึงปัญหาสุขภาพจิตที่สำคัญได้แก่ ภาวะซึมเศร้า โดยใช้แบบบันทึกข้อมูลจากกลุ่มงานอาชีวเวชกรรมข้อมูลจากแบบประเมินสุขภาพจิต 2Q 9Q และข้อมูลประเมินระดับและสาเหตุของความเครียด ในเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลวชิระภูเก็ตในปี 2560และปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการเกิดภาวะความเครียดและภาวะความซึมเศร้า ทำการวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ความถี่ ร้อยละ และChi square ในการหาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนบุคคลและปัจจัยด้านการทำงาน ผลการศึกษา พบว่า เจ้าหน้าที่ของ รพ.วชิระภูเก็ต มีความชุกของภาวะซึมเศร้า ร้อยละ 13.3 โดยส่วนใหญ่มีระดับของภาวะซึมเศร้าอยู่ในระดับน้อย (ร้อยละ 10.9) การประเมินภาวะความเครียดพบว่าส่วนใหญ่มีความเครียดระดับน้อยร้อยละ 72.6 ด้านที่พบระดับความเครียดอยู่ในระดับปานกลางได้แก่ ด้านประโยชน์และค่าตอบแทน ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับภาวะซึมเศร้าอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ คือ สถานภาพสมรส การไม่มีโรคประจำตัว อาการภูมิแพ้ ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับภาวะเครียดจากการทำงานอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ คือ ภาวะโรคไต ดังนั้นในการจัดการบริการ
ส่งเสริมสุขภาพจิตของเจ้าหน้าที่ ควรมีการติดตามต่อเนื่องและหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว อันจะเป็นการป้องกันโรคซึมเศร้าและปัญหาความเครียดในเจ้าหน้าที่ต่อไป

เอกสารอ้างอิง

1. ฐาปนี วังกานนท์. ปัจจัยด้านการทำงานที่มีอิทธิพลต่อความเครียดของพนักงานกรณีศึกษา บริษัท แอมพาส อินดัสตรี จำกัด. ปริญญาบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต วิชาเอกการจัดการทั่วไป, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี; 2556.

2. คณะแพทย์ศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล.(ออนไลน์). สืบค้นจากhttps://med.mahidol.ac.th/ramamental/generalknowledge/general/09042014-1017, (สืบค้นเมื่อ 8 ธันวาคม 2560).

3. ธีระพล ปัญนาวี, วริสรา ลุวีระ. ความเครียดของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่ปฏิบัติงานในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล จังหวัดหนองบัวลำภู. วารสารการพัฒนาสุขภาพชุมชน มหาวิทยาลัยขอนแก่น. 2558; 2(4):185-197.

4. สุมณฑา น้อยบุญเติม. ความสัมพันธ์ระหว่างภาวะซึมเศร้ากับความพึงพอใจในการปฏิบัติงานของพยาบาลในโรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี. ปริญญาศิลปศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการภาครัฐและเอกชน บัณฑิตวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยศิลปากร; 2556

5. สมบัติ ริยาพันธ์, นิยดา ภู่อนุสาสน์. ปัจจัยส่วนบุคคล ความเครียด และพฤติกรรมการดูแลตนเองด้านสุขภาพจิตของพยาบาลวิชาชีพ โรงพยาบาลในสังกัดสำนักแพทย์กรุงเทพมหานคร.วารสารกองพยาบาล.2552; 36(3):32-46.

6. เศรษฐ สิทธิ์ปรีดา, เขมมารี รักษ์ชูชีพ. ปัจจัยที่ส่งผลต่อความเครียดของพนักงาน:กรณีศึกษาโรงพยาบาลบีแคร์เมดิคอลเซ็นเตอร์ กรุงเทพฯ; 2553

7. สุภรณ์ รักษาสัตย์. ความเครียดของพยาบาลศูนย์การแพทย์โรงพยาบาลกรุงเทพ, หลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต สาขาบริหารธุรกิจ, มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร; 2551

8. NCP Safety and Environmental Service Co.,Ltd. (ออนไลน์). สืบค้นจาก http://www.npc-se.co.th/npc_date/npc_previews.asp?id_head=11&id_sub=36&id=992 (สืบค้นเมื่อ 10 ธันวาคม 2560).

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2019-03-01

รูปแบบการอ้างอิง

ตันติทิพย์พงศ์ อ. (2019). การศึกษาความชุกและปัจจัยที่มีผลต่อภาวะซึมเศร้าและภาวะเครียดจากการทำงาน ของเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต. วารสารวิชาการแพทย์เขต 11, 33(1), 203–216. สืบค้น จาก https://he02.tci-thaijo.org/index.php/Reg11MedJ/article/view/191753

ฉบับ

ประเภทบทความ

นิพนธ์ต้นฉบับ