ความวิตกกังวลของสตรีก่อนรับการรักษาด้วยการตัดมดลูก
คำสำคัญ:
ความวิตกกังวล, ก่อนการตัดมดลูกบทคัดย่อ
สตรีที่ได้รับการผ่าตัดมดลูกมักมีความวิตกกังวล โดยความวิตกกังวลที่พบบ่อย คือ อาการปวดหลังผ่าตัดการค้นพบมะเร็ง การได้รับยาสลบขณะผ่าตัด การดูแลตัวเองหลังผ่าตัด และ ภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัด เป็นต้น
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงพรรณนา (descriptive research) มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) ระดับความวิตกกังวลของสตรีก่อนการผ่าตัดมดลูก 2) สาเหตุที่ทำให้สตรีมีความวิตกกังวล และ ระดับของความวิตกกังวลแต่ละสาเหตุ กลุ่มตัวอย่างคือ สตรีที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคทางนรีเวชกรรมและต้องรับการรักษาด้วยการตัดมดลูกยกเว้นโรคมะเร็งทางนรีเวช จำนวน 129 ราย เข้ารับการรักษาที่หอผู้ป่วยนรีเวชกรรมโรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี ระหว่างเดือนตุลาคม พ.ศ. 2558 ถึงเดือนกันยายน พ.ศ.2559 เครื่องมือวิจัย คือ แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล แบบประเมินความวิตกกังวลขณะเผชิญ และ แบบสอบถามสาเหตุของความวิตกกังวล วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนาร้อยละ ค่าเฉลี่ย และ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ผลการวิจัย ในภาพรวมกลุ่มตัวอย่างมีคะแนนความวิตกกังวลในระดับปานกลาง (26 - 74 คะแนน, = 48.3,SD=9.4) สาเหตุความวิตกกังวลในระดับสูงสุด คือ ภาวะแทรกซ้อนภายหลังการผ่าตัด ( =7.9, SD=2.9) ความเจ็บปวดภายหลังการผ่าตัด ( =7.8, SD=2.7) การดูแลตนเองภายหลังการผ่าตัด ( =7.5, SD=3.1) และ การค้นพบมะเร็ง ( =7.1, SD= 3.5) สาเหตุความวิตกกังวลระดับปานกลาง คือ การดมยาสลบ ( =6.0, SD= 3.2) และ เพศสัมพันธ์ภายหลังการผ่าตัด ( = 5.4, SD= 3.4) และ สาเหตุความวิตกกังวลในระดับตํ่า คือ การสูญเสียโอกาสการตั้งครรภ์
ภายหลังการผ่าตัด ( =2.8, SD=3.0)
ผลการศึกษาครั้งนี้ สามารถนำมาเป็นข้อมูลพื้นฐาน สำหรับให้การพยาบาลที่เหมาะสมเพื่อลดความวิตกกังวลแก่สตรีที่ได้รับการรักษาด้วยการตัดมดลูก
เอกสารอ้างอิง
2. Carlson, K.J., Miller, B.A., & Fowler, F.J. The main women’s health study: Outcomes of hysterectomy. Obstetrics & Gynecology 1994; 83: 556-564.
3. ขนิษฐา นาคะ. ความวิตกกังวลและความต้องการข้อมูลในผู้ป่วยก่อนผ่าตัด. วิทยาศาสตรมหาบัญฑิต สาขาพยาบาลศาสตร์บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล; 2534.
4. Spielberger, C.D. Manual for the state-traitanxiety inventory. (STAI) form Y: Self evaluation Guestionare; 1983.
5. Dossey, B. Help your patient break free from anxiety. Nursing 1996; 26(10):52-54.
6. Barrett, M.B. Perioperative Nursing. A psychophysiology approach. Philadelphia: W.B. Saunders; 1993.
7. Kjerlff, K.,Langenberg, P., Rhodes, J., Guzinski, G.,&Stolley, P. Effectiveness of hysterectomy. Obstetrics and Gynecology 2000; 95: 319-326.
8. Gul, P., Seyda, O., Nevin, D., Lale, B.,& Ali, A. The Effects of Hysterectomy on Body Image, Self-Esteem, and Marital Adjustment in Turkish Women With
Gynecologic Cancer. Clinical Journal of Oncology Nursing 2012; 16(3): 99-104.
9. Kaisa, N., Tarja, S.,& Merja N. Representations of hysterectomy as a transition process in Finish women’s and health magazines. Scandinavian Journal of Caring Sciences, Nordic College of Caring Science 2011; 608-616.
10. Spielberger,C.D.,Gorsurch,R.L.,& Luschene,R.E. STAI Manual. California: Consultimg Psychologists Press,Inc;1972.
11. Lin L,Y. & Rang R,H. Abdominal surgery pain and anxiety: Preoperative nursing intervention 2005;51(3):252- 260.
12. เอื้องพร พิทักษ์สังข์, จุฑาไล ตันฑเทิดธรรม, สุกัญญา ศุภฤกษ์, อรทัย วรานุกูลศักดิ์. การศึกษา ความ วิตกกังวล ความเครียดและความต้องการข้อมูลของผู้ป่วยก่อนได้รับการผ่าตัดทางตาแบบผู้ป่วยนอก. วารสารพยาบาลศิริราช 2554; 4(1):35-42.
13. กัญญาณัฐ สิทธิภา, ฉวี เบาทรวง, นันทพร แสนศิริพันธ์. ความวิตกกังวล การสนับสนุนทางสังคม และความสามารถในการปฏิบัติหน้าที่ในระยะหลังคลอดของผู้เป็นมารดาครั้งแรก. พยาบาลสาร 2560; 44(3): 30-40.
14. ดวงดาว อรัญวาสน์, สิริรัตน์ ตรีพุทธรัตน์, เทพกร สาธิตการมณี และกชกร พลาชีวะ. ผลการให้ข้อมูล อย่างมีแบบแผนต่อความวิตกกังวลของผู้ป่วยที่มารับบริการระงับความรู้สึกแบบทั้งตัว. วิสัญญีสาร 2555;38 (2),102-108.
15. เรณู อาจสาลี. การพยาบาลผู้ที่มารับการผ่าตัด. กรุงเทพ: เอ็น พี เพรส; 2550.