การบริหารงานบุคคลในลักษณะที่เป็นจริง และที่คิดว่าสำคัญ ตามการรับรู้ของ ผู้บริหารงานสาธารณสุข สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพัทลุง

ผู้แต่ง

  • สุพร พรหมมาศ โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี

คำสำคัญ:

การบริหารงานบุคคล, สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพัทลุง

บทคัดย่อ

              การวิจัยเชิงพรรณนานี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับความพึงพอใจต่อการบริหารงานบุคคลที่เป็นจริงของผู้บริหารงานสาธารณสุข 2) ศึกษาระดับความคิดเห็นต่อการบริหารงานบุคคลที่คิดว่าสำคัญ ของผู้บริหารงานสาธารณสุข 3) ศึกษาปัจจัยส่วนบุคคลที่มีความสัมพันธ์กับความพึงพอใจต่อการบริหารงานบุคคล และ 4) ศึกษาปัญหาอุปสรรค และข้อเสนอแนะ ในการบริหารงานบุคคลของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพัทลุง ประชากรที่ศึกษา คือ ผู้บริหารของหน่วยงานในสังกัดสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพัทลุง จำนวน 141 คน เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยแบบสอบถามที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นและตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือความตรงของเนื้อหาโดยผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 3 คน เก็บรวบรวมข้อมูล ในระหว่างวันที่ 15 - 30 สิงหาคม 2561 วิเคราะห์ข้อมูลโดยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เพื่อคำนวณหาค่าสถิติพรรณนา คือร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าตํ่าสุด ค่าสูงสุด และเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยด้วยสถิติ pair-t test หาความสัมพันธ์ด้วยสถิติ Chi – square test
              ผลการวิจัย พบว่า ประชากรที่ศึกษาเป็นเพศหญิง ร้อยละ 54.6 มีอายุเฉลี่ย 44.3 ปี ( = 44.3 , S.D. = 9.1,MIN = 34, MAX = 56) มีสถานภาพสมรส ร้อยละ 89.3 อายุราชการเฉลี่ย 21.2 ปี ( = 21.2, S.D. = 9.7, MIN =10, MAX = 35) ส่วนใหญ่ร้อยละ 77.3 จบการศึกษาระดับปริญญาตรี ส่วนใหญ่ร้อยละ 99.3 เป็นข้าราชการ ตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุข มีระยะเวลาดำรงตำแหน่งโดยเฉลี่ย 10 ปี ( = 10, S.D. = 6.5, MIN = 3, MAX = 29) ร้อยละ76.6 ปฏิบัติงานในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล และร้อยละ 51.0 ได้ผ่านการอบรมหลักสูตรการบริหารการสาธารณสุขระดับต้น ระดับความพึงพอใจของบุคลากรต่อการบริหารงานบุคคลของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพัทลุงที่เป็นจริง ทั้ง 5 ด้าน ได้แก่ 1) ด้านการวางแผนอัตรากำลังและการกำหนดตำแหน่ง 2) ด้านการสรรหา การคัดเลือกและการบรรจุแต่งตั้ง 3) ด้านการเสริมสร้างประสิทธิภาพการปฏิบัติราชการ 4) ด้านวินัยและการรักษาวินัย 5) ด้านการออกจากราชการ ในภาพรวมทุกด้านอยู่ในระดับปานกลาง และระดับความพึงพอใจของบุคลากรต่อการบริหารงานบุคคลที่คิดว่าสำคัญในภาพรวมทุกด้านอยู่ในระดับน้อย เมื่อเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยความพึงพอใจของผู้บริหารงานสาธารณสุขในภาพรวมและรายด้านที่เป็นจริง และที่คิดว่าสำคัญพบว่า มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 (p < 0.05) ปัจจัยส่วนบุคคลที่มีความสัมพันธ์กับความพึงพอใจต่อการบริหารงานบุคคลที่เป็นจริงพบว่า ตำแหน่ง และการผ่านการอบรมหลักสูตรด้านบริหาร มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ปัญหา อุปสรรคความคิดเห็นของบุคลากรในสังกัด มีความต้องการสรรหาตามระบบคุณธรรม มีความยุติธรรม โปร่งใส และต้องการด้านการจัดสวัสดิการของหน่วยงานให้แก่เจ้าหน้าที่ทุกระดับ ผู้บริหารและผู้เกี่ยวข้อง ควรนำข้อมูลที่ได้จากการวิจัยนำไปปรับปรุง การบริหารงานบุคคลของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพัทลุงให้ดียิ่งขึ้น โดยจัดการอบรมตามแผนพัฒนาบุคลากร และจัดสวัสดิการให้ดียิ่งขึ้น

เอกสารอ้างอิง

1. วรางคณา ผลประเสริฐ. กระบวนการบริหารงานสาธารณสุข - STOU Book (ออนไลน์). (วันที่สืบค้น 10 มกราคม 2562). แหล่งข้อมูล :URL http:stou.ac.th/school/
shc/upload /53708-3.pdf

2. กฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2560, ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 134,ตอนที่ 647. (ลงวันที่ 14 มิถุนายน 2560).

3. สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพัทลุง. สรุปผลงานประจำปี 2561.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2019-04-01

รูปแบบการอ้างอิง

พรหมมาศ ส. (2019). การบริหารงานบุคคลในลักษณะที่เป็นจริง และที่คิดว่าสำคัญ ตามการรับรู้ของ ผู้บริหารงานสาธารณสุข สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพัทลุง. วารสารวิชาการแพทย์เขต 11, 33(2), 223–232. สืบค้น จาก https://he02.tci-thaijo.org/index.php/Reg11MedJ/article/view/215802

ฉบับ

ประเภทบทความ

นิพนธ์ต้นฉบับ