ปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนระยะโรคไตวายเรื้อรัง โรงพยาบาลไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี

ผู้แต่ง

  • เกศริน บุญรอด โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี

คำสำคัญ:

โรคไตเรื้อรัง, ปัจจัยเสี่ยง, อัตราการเสื่อมของไต

บทคัดย่อ

              งานวิจัยศึกษาข้อมูลย้อนหลัง (Observation-retrospective study) ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ปัจจัยทำนายการเปลี่ยนระยะโรคไตวายเรือ้ รังระยะ 3 - 5 ของผูป้ ่วย CKD คลินิก โรงพยาบาลไชยา จ.สุราษฎร์ธานี ระหว่าง ปี 2558 - 2561 กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะ 3 - 5 (eGFR<60 มล./นาที /1.73 ตร.ม. โดย CKD EPI equation) ที่ยังไม่ได้รับการบำบัดทดแทนไตและเข้ารับการรักษาใน CKD คลินิก โรงพยาบาลไชยา ในช่วงตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2558 ถึง 31 ธันวาคม 2561 ที่ผ่านเกณฑ์ inclusion และ exclusion criteria ทั้งหมด โดยทำการเก็บรวบรวมข้อมูลจากฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์และเวชระเบียนประจำตัวผู้ป่วย CKD clinic ของโรงพยาบาลไชยาย้อนหลังปี 2558 - 2561 แล้วรวบรวมข้อมูลในแบบบันทึก โดยข้อมูลพื้นฐานนำมาวิเคราะห์และนำเสนอในรูปแบบ Mean + SD และร้อยละ ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรและความก้าวหน้าของโรคไตวายเรื้อรังประเมินโดยใช้
Pearson correlation และ Multiple regression analysis
              ผลการวิจัยพบว่าผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะ 3 - 5 ที่ผ่านเกณฑ์ inclusion และ exclusion criteria ทั้งหมด 213 ราย มีอัตราการเสื่อมไตระดับ 3 (CKD stage3) 133 ราย (ร้อยละ 62.44), ระดับ 4 (CKD stage4) 60 ราย (ร้อยละ 28.17) และไตเสื่อมระดับ 5 (CKD stage5) 20 ราย (ร้อยละ 9.39). ผลการวิเคราะห์ความสัมพันธ์โดย Pearson correlation ระหว่างปัจจัยคัดสรรกับระดับการกรองของไตของผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะ 3 - 5 พบว่าอายุ, ดัชนีมวลกาย (BMI), ระดับความดันไดแอสโตลิก (DBP), ระดับ Serum uric, ระดับ Low density lipoprotein cholesterol (LDL), ระดับ Triglyceride,ระดับ High density lipoprotein cholesterol (HDL) ไม่มีความสัมพันธ์กับระดับการกรองของไต และระดับความดันซิสโตลิก (SBP), ระดับ Fasting Blood glucose (FBS), ระดับ Hemoglobin A1C มีความสัมพันธ์ทางลบกับระดับการกรองของไต (r =-.173, p=.012) (r =-.171,p=.012) (r =-.253, p=.000)
ส่วนระดับ Hematocrit (Hct) มีความสัมพันธ์ทางบวกกับระดับการกรองของไต (r =.223,p=.001). วิเคราะห์โดยใช้ Multiple Regression Analysis พบว่า Hematocrit มีความสัมพันธ์ทางบวกกับค่าการกรองของไต (eGFR) ส่วน HbA1C และ SBP มีความสัมพันธ์ทางลบกับค่าการกรองของไตอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ได้สมการในรูปคะแนน
ดิบเพื่อคาดคะเนอัตราการกรองของไตเป็น eGFR = 49.333-2.181(A1C)+.809(Hct)-.221(SBP) และสมการในรูปคะแนนมาตรฐานเป็น eGFR = -.261(A1C)+.245(Hct)-.180(SBP).
              จากการค้นพบดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า การชะลอไตเสื่อมในพื้นที่อำเภอไชยาควรมีการตรวจคัดกรองคนไข้ความดันโลหิตสูงและควบคุมความดันตั้งแต่ระยะต้น ควบคุมระดับนํ้าตาลสะสม (HbA1C) และรักษาผู้ป่วยที่มีภาวะซีดให้ได้มาตรฐานตามมาตรฐานการรักษาของสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย การศึกษานี้มีข้อจำกัดบางประการ,ประการแรก เป็นการศึกษาย้อนหลัง ประการที่สองเป็นการศึกษาระยะสั้น ประมาณ 6 เดือน โดยไม่ได้ควบคุมองค์ประกอบอื่นๆ จึงถือเป็นผลการศึกษาเฉพาะพื้นที่ ที่อาจนำไปสู่งานวิจัยพัฒนาชะลอไตเสื่อมในอนาคตสำหรับระดับเขตหรือประเทศต่อไปได้

เอกสารอ้างอิง

National Kidney Foundation. Global facts about kidney disease; 2017.

Adeera Levin, Marcello Tonelli, Joseph Bonventre, Josef Coresh, Jo-Ann Donner, Agnes B Fogo, et al.Global kidney health 2017 and beyond: a roadmap for closing gaps in care, research, and policy. The Lancet 2017;390(10105): 1888-1917

สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ, คู่มือบริหารกองทุน หลักประกันสุขภาพแห่งชาติการบริหารงบบริการ ผู้ป่วยไตวายเรื้อรัง ประเทศไทยปีงบประมาณ ; 2560.

Zheng. Lipids in Health and Disease, Cardiovascular metabolic risk factors and glomerular filtration rate:a rural Chinese population study; 2016.

Takumi Yoshida. Risk Factors for Progression in Patients with Early-stage Chronic Kidney Disease in the Japanese Population,Internal Medicine journal 2008;47: 1859-1864

Rainer Düsing. Risk Factors in the Progression of Chronic Kidney Disease, European Endocrine Review; 2006.

สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย, คำแนะนำสำหรับการดูแลผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังก่อนการบำบัดทดแทนไต พ.ศ. 2558, Clinical Practice Recommendation for the Evaluation and Management of Chronic Kidney Disease in Adults 2015.

Krittayaphong R, Rangsin R, Thinkhamrop B, Hurst C, Rattanamongkolgul S, Sripaiboonkij N,et al. Prevalence of chronic kidney disease associated with cardiac and vascular complications in hypertensive patients:a multicenter, nation-wide study in Thailand, BMC Nephrology 2017;18(1):115

กมลวรรณ สาระ (Kamonwan Sara), สมชาย สุริยะไกร (Somchai Suriyakrai), จุไรรัตน์ ทุมนันท์ (Jurairat Toomnan), ความชุกและปัจจัยที่สัมพันธ์กับการเกิดไตวายเรื้อรังระยะที่ 3 - 5 ในโรงพยาบาลตระการพืชผล จ.อุบลราชธานี, Prevalence and Factors Associated with Chronic Kidney Disease Stages 3 - 5 in Trakan Phuet Phon Hospital, Ubon Ratchathani .
The national and international graduated conference 2016.

อารักษ์ นิติคุณเกษม.ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยคัดสรร กับระดับความเสื่อมทางไตของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่สอง โรงพยาบาลบ้านนาสาร สุราษฎร์ธานี วารสารวิชาการแพทย์ med journal 2011.

Third National Health and Nutrition Examination Survey,Epidemiology of Anemia Associated with Chronic Renal Insufficiency among Adults in the United States,Journal of the American Society of Nephrology 2002;13: 504–510

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2019-07-01

รูปแบบการอ้างอิง

บุญรอด เ. (2019). ปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนระยะโรคไตวายเรื้อรัง โรงพยาบาลไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี. วารสารวิชาการแพทย์เขต 11, 33(3), 367–378. สืบค้น จาก https://he02.tci-thaijo.org/index.php/Reg11MedJ/article/view/216063

ฉบับ

ประเภทบทความ

นิพนธ์ต้นฉบับ