การเกิดกลุ่มอาการเมแทบอลิกในผู้ป่วยติดเชื้อเอชไอวีที่ได้รับการรักษาด้วยยาต้านไวรัสที่มี ประสิทธิภาพสูง
คำสำคัญ:
กลมุ่ อาการเมแทบอลกิ, ผปู้ ว่ ยตดิ เชอื้ เอชไอวี, สูตรยาต้านไวรัสที่มีประสิทธิภาพสูงบทคัดย่อ
การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงพรรณนา (Descriptive research) โดยการเก็บข้อมูลย้อนหลัง (Retrospective) เพื่อศึกษาความชุกและลักษณะการเกิดกลุ่มอาการเมแทบอลิกในผู้ป่วยติดเชื้อเอชไอวีที่ได้รับการรักษาด้วยยาต้านไวรัสที่มีประสิทธิภาพสูงไม่น้อยกว่า 6 เดือน และรับยาต่อเนื่องทุกรายในแต่ละสูตร ของโรงพยาบาลละแม ข้อมูลตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2553 - 30 กันยายน 2558 จากข้อมูลในโปรแกรมบริการผู้ป่วย (HOS xP) และจากแฟ้มประวัติของผู้ป่วย พบว่า ผู้ป่วยติดเชื้อเอชไอวีที่ได้รับการรักษาด้วยยาต้านไวรัสที่มีประสิทธิภาพสูงส่วนใหญ่เป็นเพศหญิงสถานภาพสมรสคู่ มีอายุระหว่าง 41 - 50 ปี จบการศึกษาระดับประถมศึกษา อาชีพเกษตรกรรม เคยสูบบุหรี่/ดื่มเหล้าระยะเวลาการใช้สูตรยาต้านไวรัส HAART 7 - 8 ปี CD4 ครั้งแรก 1 - 100 cells/mm3 CD4 ครั้งล่าสุด 401 - 500 cells/mm3 พบว่า สูตรยาต้านไวรัสที่มีประสิทธิภาพสูงที่เกิดกลุ่มอาการเมแทบอลิกในผู้ป่วยติดเชื้อเอชไอวีมากที่สุด คือ GPOVIR Z250 (ร้อยละ 54.89) รองลงมา คือ GPOVIR S30 (ร้อยละ 21.20) ซึ่งพบว่า มีความผิดปกติของระดับไขมันชนิดไตรกลีเซอไรด์ (ร้อยละ 50.70) และระดับไขมันชนิดเอชดีแอล (ร้อยละ 50.00) มากที่สุด รองมา คือ มีภาวะความดันโลหิตสูง (ร้อยละ 23.20) และระดับนํ้าตาลในเลือดสูง (ร้อยละ 7.70) ตามลำดับ ซึ่งสอดคล้องกับการศึกษาของ Pujari, et al, 2005, สุจิตรา พุทธวงศ์และ คณะ (2004) และ เยาวลักษณ์ เชื้อไผ่และ คณะ (2007) และ Jerico, et al., 2005; Bergersom et al., 2006; Samaras, et al., 2007 แต่ไม่สอดคล้องกับการศึกษาของ Nguemaim, et al,2010 เนื่องจากการศึกษานี้พบว่าสูตรยาต้านไวรัสที่มี Nevirapine เป็นส่วนประกอบมีความผิดปกติของระดับไขมัน,นํ้าตาลสูง, ระดับไขมันชนิดเอชดีแอลตํ่าและความดันโลหิตสูงมากกว่ากลุ่มที่ได้รับ Efavirenz ส่วนสูตรยาต้านไวรัสที่พบความผิดปกติของกลุ่มอาการเมแทบอลิกน้อยที่สุด คือ TDF + 3TC (150) + EFV (600) และ TDF + 3TC (150)
+ NVP(200) (ร้อยละ 1.09) ผลการวิจัยสะท้อนถึงความรุนแรงของภาวะแทรกซ้อนดังกล่าวในผู้ป่วยคนไทยในการใช้ยาสูตรยาต้านไวรัสประสิทธิภาพสูง สามารถนำไปช่วยตัดสินใจในการเลือกใช้สูตรยาต้านไวรัสได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยเพื่อป้องกันการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดในระยะยาว, ศึกษาเพิ่มเติมกลุ่มอาการเมแทบอลิก(NCEPATP lll) เรื่อง ภาวะอ้วนลงพุง วัดเส้นรอบเอว (ผู้ชาย > 102 ซม., หญิง > 88 ซม.) ในผู้ป่วยกลุ่มเดิม และศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างสูตรยาต้านไวรัสประสิทธิภาพสูงกับกลุ่มอาการเมแทบอลิก (NCEP ATP lll) เปรียบเทียบแต่ละสูตรในกลุ่มตัวอย่างปริมาณมากกว่าการวิจัยครั้งนี้ในภาพรวมระดับจังหวัด
เอกสารอ้างอิง
Brown, T.T. Antiretroviral therapy and the prevalence and incidence of diabetes mellitus in the multicenter AIDS cohort study. Arch Intern Med 2005;165(10): 1179-84.
Carr, A. A syndrome of peripheral lipodystrophy, hyperlipidaemia and insulin resistance in patients receiving HIV protease inhibitors. AIDS 1998;12(7): F51-8.
Erb, P. Effect of Antiretroviral Therapy on Viral Load, CD4 cell count, and Progression to Acquired Immunode ficency Syndrome in a Community Human Immunodeficiency Virus-Infected Cohort. Arch Intern Med 2000;160: 1134-40.
Hammer, SM. A trial comparing nucleoside monotherapy with combination therapy in HIV infected adults with CD4 cell counts from 200-500 per cubic millimeter.
N Engl J Med 1996;335(15): 1081-90.
Jerico, C. Metabolic Syndrome Among HIV-Infected Patients. Diabetes Care 2005;28: 144-149.
Krentz, H.B., Kliewer, G. and Gill, M.J. Changing mortality rates and causes of death for HIV-infected individuals living in Southern Alberta, Canada from 1984
to 2003. HIV Med 2005;6(2): 99-106.
Palella, F.J. Declining morbidity and mortality among patients with advanced human immunodeficiency virus infection. N Engl J Med 1998;338(13): 853-860.
Seaberg, EC. Association between highly active antiretroviral therapy and hyperten-sion in a large cohort of men followed from 1984 to 2003. AIDS 2005;19(9): 953-60.
Torres, R.A. and Barr M. Impact of Combination Therapy for HIV Infection on Inpatient Census. N Eng J Med 1997;336: 1531-2.