ความรู้ด้านเวชศาสตร์การกีฬาทางกระดูกและข้อก่อนและหลังการให้แนวทางการดูแลผู้ป่วย ในกลุ่มแพทย์ประจำโรงพยาบาลชุมชน

ผู้แต่ง

  • กานต์ สุพรศิลป์ชัย โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี

คำสำคัญ:

เวชศาสตร์การกีฬา, แพทย์ประจำโรงพยาบาลชุมชน

บทคัดย่อ

              การวิจัยเชิงทดลองเบื้องต้น (Pre Experimental Research) ครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาเปรียบเทียบผลจากการให้ความรู้ในการดูแลรักษาผู้ป่วยเวชศาสตร์การกีฬา กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ แพทย์ประจำโรงพยาบาลชุมชนในเขตโซน 1 และ 5 ของจังหวัดอุบลราชธานี การวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยได้แจกแบบสอบถามให้กับแพทย์ประจำโรงพยาบาลชุมชนในเขตโซน 1 และ 5 ของจังหวัดอุบลราชธานีทุกคน เมื่อได้รับแบบสอบถามที่สมบูรณ์ตอบกลับมา ผู้วิจัยจึงนำมาวิเคราะห์ทั้งหมด จำนวน 30 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือแบบบันทึก แบบทดสอบ แผ่นภาพและเอกสารให้ความรู้ โดยแบ่งออกเป็น 4 ส่วน คือ ข้อมูลส่วนบุคคล แบบทดสอบความรู้ แผ่นภาพและเอกสารให้ความรู้และแนวทางปฏิบัติ การดูแลรักษาผู้ป่วยด้านเวชศาสตร์การกีฬาทางกระดูกและข้อ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ สถิติพรรณนา ได้แก่ จำนวน ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติอนุมาน ได้แก่ Wilcoxon Matched-pairs Signed rank test และ Mann-Whitney test ผลการวิจัยมีดังต่อไปนี้
              ผลการวิจัย แพทย์ประจำโรงพยาบาลชุมชนที่เข้าร่วมวิจัย ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง ร้อยละ 60, มีอายุมากกว่า 30 ปี ร้อยละ 50, ส่วนใหญ่เป็นแพทย์ทั่วไป ร้อยละ 43.3, ส่วนใหญ่ปฏิบัติงานมาไม่เกิน 5 ปี คิดเป็นร้อยละ 63.6 และปฏิบัติงานที่รพ. 50 พรรษามหาวชิฬาลงกรณเป็นส่วนใหญ่ ร้อยละ 53.3
              ในการทดสอบความรู้ด้านเวชศาสตร์การกีฬาทางกระดูกของกลุ่มแพทย์ที่เข้าร่วมการวิจัย พบว่า ก่อนการให้ความรู้มีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 6.033 และหลังการให้ความรู้เท่ากับ 8.667 เมื่อทดสอบความแตกต่างทางสถิติพบว่า คะแนนเฉลี่ยของความรู้ หลังการให้ความรู้ เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ เมื่อพิจารณาแยกสาขาเฉพาะทางของแพทย์ที่เข้าร่วมการวิจัยแล้ว พบว่า ในการทดสอบความรู้ด้านเวชศาสตร์การกีฬาทางกระดูกโดยแบ่งกลุ่มแพทย์ศัลยกรรมกระดูกและแพทย์สาขาอื่นออก พบว่าก่อนการให้ความรู้มีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 9.00 และ 5.82 ตาม
ลำดับ ซึ่งมีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ แต่หลังจากการให้ความรู้คะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 9.00 และ 8.64
ตามลำดับ ซึ่งไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ
              จากการค้นพบดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า หลังจากการให้ความรู้และแนวทางดูแลรักษาผู้ป่วย พบว่าแพทย์ประจำโรงพยาบาลชุมชนในเขต 1 และ 5 ของจังหวัดอุบลราชธานี มีความรู้ด้านเวชศาสตร์การกีฬาทางศัลยกรรมกระดูกและข้อเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ

เอกสารอ้างอิง

Patel DR, Yamasaki A, Brown K. Epidemiology of sports-related musculoskeletal injuries in young athletes in United States. Translational pediatrics. 2017;6(3):160-6.

Lykissas MG, Eismann EA, Parikh SN. Trends in pediatric sports-related and recreation-related Injuries in the United States in the last decade. Journal of pediatric
orthopedics. 2013;33(8):803-10.

Siegel L, Vandenakker-Albanese C, Siegel D. Anterior cruciate ligament injuries: anatomy, physiology, biomechanics, and management. Clinical journal of sport medicine : official journal of the Canadian Academy of Sport Medicine. 2012; 22(4):349-55.

Sayampanathan AA, Andrew TH. Systematic review on risk factors of rotator cuff tears. Journal of orthopaedic surgery (Hong Kong). 2017;25(1):1-9

Jensen AR, Cha PS, Devana SK, Ishmael C, Di Pauli von Treuheim T, D’Oro A, et al. Evaluation of the Trends, Concomitant Procedures, and Complications With Open and Arthroscopic Rotator Cuff Repairs in the Medicare Population. Orthop J Sports Med. 2017 ;5(10):1-7

Nwachukwu BU, Schairer WW, Bernstein JL, Dodwell ER, Marx RG, Allen AA. Cost-effectiveness analyses inortho paedic sports medicine: a systematic review. The American journal of sports medicine. 2015;43(6):1530-7.

Shea KG, Carey JL, Richmond J, Sandmeier R, Pitts RT, Polousky JD, et al. The American Academy of Orthopaedic Surgeons Evidence-Based Guideline on Management of Anterior Cruciate Ligament Injuries. JBJS. 2015;97(8):672-4.

Streubel PN, Krych AJ, Simone JP, Dahm DL, Sperling JW, Steinmann SP, et al. Anterior Glenohumeral Instability: A Pathology-based Surgical Treatment
Strategy. JAAOS - Journal of the American Academy of Orthopaedic Surgeons. 2014;22(5):283-94.

Kavaja L, Lähdeoja T, Paavola M. Treatment after traumatic shoulder dislocation: a systematic review with a network meta-analysis. British journal of sports medicine. 2018;52(23):1498-506.

Oliva F, Piccirilli E, Bossa M, Via AG, Colombo A, Chillemi C, et al. I.S.Mu.L. T - Rotator Cuff Tears Guidelines. Muscles, ligaments and tendons journal. 2016;5(4):227-63.

Stucken C, Cohen SB. Management of acromioclavicular joint injuries. The Orthopedic clinics of North America. 2015;46(1):57-66.

Li X, Ma R, Bedi A, Dines DM, Altchek DW, Dines JS. Management of acromi oclavicular joint injuries. The Journal of bone and joint surgery American
volume. 2014;96(1):73-84.

สวณี เต็งรังสรรค์, สุภิกา แดงกระจ่าง, เพชรรัตน์ บุนนาค. เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษาแพทย์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เรื่อง รูปแบบการวิจัยทางวิทยาการระบาด โดยระบบ e-learning กับการบรรยาย. ธรรมศาสตร์เวชสาร. 2557;2:191-196.

Bos-Bonnie LHA, van Bergen JEAM, Te Pas E, Kijser MA, van Dijk N. Effectiveness of an individual, online e-learning program about sexually transmitted infections: a prospective cohort study. BMC family practice. 2017;18(1):57-60.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2019-07-01

รูปแบบการอ้างอิง

สุพรศิลป์ชัย ก. (2019). ความรู้ด้านเวชศาสตร์การกีฬาทางกระดูกและข้อก่อนและหลังการให้แนวทางการดูแลผู้ป่วย ในกลุ่มแพทย์ประจำโรงพยาบาลชุมชน. วารสารวิชาการแพทย์เขต 11, 33(3), 417–426. สืบค้น จาก https://he02.tci-thaijo.org/index.php/Reg11MedJ/article/view/216169

ฉบับ

ประเภทบทความ

นิพนธ์ต้นฉบับ