ผลการใช้โปรแกรมการจัดการความปวดต่อการลดความปวด ความวิตกกังวลและ ความพึงพอใจในผู้ป่วยผ่าตัดคลอดบุตรที่ได้รับการระงับความรู้สึกชนิดดมยาสลบ ห้องพักฟื้น โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี
คำสำคัญ:
การจัดการความปวด, ความวิตกกังวล, ความพึงพอใจบทคัดย่อ
งานวิจัยนี้เป็นงานวิจัยกึ่งทดลองมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยความปวดของผู้ป่วยผ่าตัดคลอดบุตรที่ได้รับการระงับความรู้สึกชนิดดมยาสลบระหว่างผู้ที่ได้รับโปรแกรมการจัดการความปวดและผู้ที่ได้รับการพยาบาลตามปกติในระยะแรกรับที่ห้องพักฟื้น ขณะอยู่ที่ห้องพักฟื้น และก่อนออกจากห้องพักฟื้น 2) เปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยความวิตกกังวลของผู้ป่วยผ่าตัดคลอดบุตรที่ได้รับการระงับความรู้สึกชนิดดมยาสลบระหว่างผู้ที่ได้รับโปรแกรมการจัดการความปวดและผู้ที่ได้รับการพยาบาลตามปกติและ 3) ศึกษาระดับความพึงพอใจของผู้ป่วยผ่าตัดคลอดบุตรที่ได้รับการระงับความรู้สึกชนิดดมยาสลบที่ได้รับโปรแกรมการจัดการความปวด กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ป่วยผ่าตัดคลอดได้รับการสุ่มแบบเจาะจงตามเกณฑ์ที่กำหนดเพื่อเข้ากลุ่มที่ได้รับโปรแกรมการจัดการความปวดและผู้ที่ได้รับการพยาบาลตามปกติเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วยโปรแกรมการจัดการความปวดที่ผ่านการพิจารณาความเหมาะสมจากผู้ทรงคุณวุฒิ พบว่ามีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุดค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.46 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.36 และเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลมี 4 ส่วน ประกอบด้วย แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคลการประเมินข้อมูลเกี่ยวกับความปวด แบบสอบถามความวิตกกังวลของผู้ป่วยซึ่งผู้วิจัยนำมาจาก Spielberger และคณะ (1967) และแบบสอบถามความพึงพอใจที่ผ่านการหาความตรงเชิงเนื้อหาได้ค่าดัชนีความตรงมากกว่า 0.66 มีค่าความสัมประสิทธิ์แอลฟ่าเท่ากับ 0.78 ผู้วิจัยเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยตนเองจากนั้นวิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติค่าเฉลี่ยส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานการทดสอบค่าทีและการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียวแบบวัดซํ้าพบว่า
1. ค่าเฉลี่ยความปวดของผู้ป่วยผ่าตัดคลอดบุตรที่ได้รับการระงับความรู้สึกชนิดดมยาสลบที่ได้รับโปรแกรมการจัดการความปวดในระยะแรกรับที่ห้องพักฟื้น ขณะอยู่ที่ห้องพักฟื้น และก่อนออกจากห้องพักฟื้นแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 โดยค่าคะแนนความปวดในระยะแรกรับที่ห้องพักฟื้น ขณะอยู่ที่ห้องพักฟื้น และก่อนออกจากห้องพักฟื้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
2. คะแนนเฉลี่ยความวิตกกังวลของผู้ป่วยผ่าตัดคลอดบุตรที่ได้รับการระงับความรู้สึกชนิดดมยาสลบระหว่างผู้ที่ได้รับโปรแกรมการจัดการความปวดน้อยกว่าผู้ที่ได้รับการพยาบาลตามปกติอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
3. ระดับความพึงพอใจของผู้ป่วยผ่าตัดคลอดที่ได้รับการระงับความรู้สึกชนิดดมยาสลบที่ได้รับโปรแกรมการจัดการความปวดอยู่ในระดับมากที่สุดค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.42 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.38
ผลการวิจัยครั้งนี้สรุปได้ว่า การนำโปรแกรมการจัดการความปวดของผู้ป่วยผ่าตัดคลอดบุตรที่ได้รับการระงับความรู้สึกชนิดดมยาสลบมาใช้จะช่วยลดความปวด ลดความวิตกกังวล และความพึงพอใจของผู้ป่วยผ่าตัดคลอดอยู่ในระดับมากที่สุด
เอกสารอ้างอิง
2. Good M, Stanton-Hicks M, Grass J A, CranstonA G, Choi C, Schoolmeesters L J, et al. Relief ofpostoperative pain with jaw relaxation, music andtheir combination. Pain1999; 81(1-2):163-172.
3. Joshi,G.P. Pain Management after ambulatory surgery. Ambulatory Surgery 1999; 7(1): 3-12.
4. O’Brien, D. Post anesthesia care of the gastrointestinal abdominal and anorectal surgical patient. In C.B. Drain (Eds.), The Post anesthesia care unit: A critical care approach to Post anesthesia nursing.3rd ed. Philadelphia:W.B.Saunders. 1994. p 447-461.
5. ดวงกมล ปิ่นเฉลียว, พรพรรณ ภูสาหัส. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความทุกข์ทรมานของสตรีหลังผ่าตัดคลอดทางหน้าท้อง. วารสารพยาบาลทหารบก 2558;16(1):101-108.
6. Phillip, DM. Joint Commission on Accreditation of Healthcare Organizations (JCAHO) pain Management standardcare veiled. JAMA 2000;284:428-9.
7. Smelter, S.C. ,Bare, B.G., Hinkle.J.L., Cheever.K.H, . Nrunner and Suddarth’stext=book Medical-Surgical nursing Philadelphia: Lippicont Williums &
Wilkins; 2008
8. สำนักการพยาบาล กรมการแพทย์ สำนักงานกระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับชมรมวิสัญญีพยาบาลแห่งประเทศไทย หน้าที่รับผิดชอบหลักและสมรรถนะวิสัญญีพยาบาล 2556.
กรุงเทพฯ: มปท.
9. รายงานห้องพักฟื้น โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี. รายงานประจำปี 2559.
10. สมพร ชินโนรส, มยุรี จิรภิญโญ, ขวัญจิตร์ ปุ่นโพธิ์. การจัดการกับความปวดและความพึงพอใจต่อการจัดการกับความปวดในผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดมดลูกออกทางหน้าท้อง. รามาธิบดีสาร. 2552,15(3):327-343.
11. Dodd, M., Janson, S., Facione, N.,Faucett, J., Froelicher, E. S., Humphreys,J., et al. Advancing the science of symptom management.Journal of Advanced Nursing, 2001; 33(5); 668-66.
12. เสาวนิตย์ กมลวิทย์, ปิ่นอนงค์ รัตนปทุมวงศ์. การพัฒนาแนวปฏิบัติทางคลินิกด้านการจัดการความปวดในผู้ป่วยหลังผ่าตัดโรงพยาบาลระนอง. วารสารกองการพยาบาล. 2557; 41(2): 23-40.
13. Leventhal, H., and Johnson, J.E,.Laboratory and field experiment of a theory of self-regulation. In Behavioral Science and Nursing Theory.1983;189-282.
14. เพ็ชรัตน์ อัธยาศัยงาม, ชื่นฤทัย ยี่เขียน.ความรู้ ความวิตกกังวลและความคิดเห็นก่อนการระงับความรู้สึกเพื่อทำผ่าตัดของผู้ป่วยที่ดูสื่อสถานีโทรทัศน์. วิสัญญีสาร. 2558; 41(2): 92-102.
15. บุญใจ ศรีสถิตนรากูร. ระเบียบวิธีการวิจัยทางพยาบาลศาสตร์. กรุงเทพฯ: ยูแอนด์ไออินเตอร์ มีเดีย จำกัด; 2553.
16. Spielberger, C.D., Anxiety as an Emotional State.In C.D. Spielberger (ed.) Anxiety and Behavior. New York: Academy. 1972
17. มนัสชนก มณีอินทร์. การศึกษาเปรียบเทียบคุณภาพชีวิตหญิงหลังคลอดระหว่างการคลอดปกติทางช่องคลอดกับการผ่าตัดคลอด. วารสารวิชาการสาธารณสุข. 2558;24(4): 648-657.
18. สิรินยา พวงจำปา พิกุล นันทชัยพันธ์และฉวีวรรณ ธงชัย. การทบทวนงานวิจัยอย่างเป็นระบบเกี่ยวกับการใช้เทคนิคการผ่อนคลายเพื่อบรรเทาอาการปวดอย่างเฉียบพลัน. วารสารสภาการพยาบาล.2551; 23(3), 40-48.
19. Nigussie S, Belachew T, Wolancho W. Predictors of preoperative anxiety among surgical patients in Jimma University Specialized Teaching Hospital, South Western Ethiopia. BMC Surgery 2014: 14;67.
20. Thomas V, Heath M, Rose D, Flory P.Psychological characteristics and the effectiveness of patient controlled analgesia. Br J Anaesth 1995; 74:271–6.
21. Wells JK, Howard GS, Nowlin WF, Vargas MJ. Presurgical anxiety and postsurgical pain and adjustment: effects of a stress inoculation procedure. J Consult ClinPsychol 1986; 54: 831-5.
22. Caumo W, Schmidt AP, Schneider CN, Bergmann J, Iwamoto CW, Bandeira D, Ferreira MBC et al. Risk factors for preoperative anxiety in adults. Acute
AnaesthesiolScan 2001; 45: 298–307.
23. Jawaid M, Mushtaq A, Mukhtar S, Khan Z. Preoperative anxiety before elective surgery. Neurosciences 2007; 12: 145-8.
24. Gilstrap, L. C., Cunningham, F. G., & VanDorsten, J. P. Obstetric hysterectomy. In L. C.Gilstrap, F. G. Cunningham & J. P.VanDorsten (Eds.), Operative
obstetrics (2nded). 2002; New York: McGraw-Hill.
25. Gupta, A., Perniola, A., Axelsson, K.,Thorn, S. E., Crafoord, K., &Rawal, N. Postoperative pain after abdominal hysterectomy: A double-blind comparison between placebo and local anesthetic infusedintraperitoneally. Anesthesia andAnalgesia. 2004; 99(4), 1173-1179.