ความสัมพันธ์ระหว่างโรคปริทันต์อักเสบกับโรคหลอดเลือดสมอง ในผู้ป่วยหลอดเลือดสมองโรงพยาบาลเพชรบูรณ์

ผู้แต่ง

  • ศิริพร จันทรมินิ โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี

คำสำคัญ:

ปริทันต์อักเสบ, โรคหลอดเลือดสมอง

บทคัดย่อ

              การวิจัยครั้งนี้เป็นการศึกษาแบบ case-control study ศึกษาในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองที่โรงพยาบาลเพชรบูรณ์ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างโรคปริทันต์อักเสบกับโรคหลอดเลือดสมองและศึกษาสภาวะช่องปากและสภาวะปริทันต์ในผู้ป่วยหลอดเลือดสมอง กลุ่มตัวอย่าง กลุ่มประชากรศึกษาเป็นผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง ที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเพชรบูรณ์ ระหว่างเดือนมกราคม 2561 ถึงเดือน มีนาคม 2561 กลุ่มประชากรควบคุมเป็นผู้ป่วยโรคทั่วไปที่เข้ามารับการรักษาในโรงพยาบาลเพชรบูรณ์ ระหว่างเดือนมกราคม 2561 ถึง เดือน มีนาคม 2561 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถาม ซึ่งประกอบด้วยข้อมูลทั่วไป, โรคประจำตัวและแบบตรวจสภาวะปริทันต์และช่องปาก การประเมินโรคปริทันต์อักเสบใช้การตรวจทางคลินิกวัดโดยโพรบ (probe) บันทึกค่า Clinical attachment loss (CAL) ระยะระหว่าง Cementoenamel junction ถึง ส่วนลึกที่สุดของร่องลึกปริทันต์ที่ตรวจได้ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา และสถิติอนุมาน ได้แก่ Chi square test และ Multiple logistic regression ผลการวิจัย พบว่า ผู้ป่วยหลอดเลือดสมองสูญเสียฟันมากกว่ากลุ่มเปรียบเทียบ ผู้ป่วยหลอดเลือดสมองตรวจพบฟันมีร่องลึกปริทันต์ CAL ≥ 6 mm. มากกว่ากลุ่มเปรียบเทียบ ผู้ป่วยหลอดเลือดสมอง มีโรคปริทันต์อักเสบขั้นรุนแรง มากกว่ากลุ่มเปรียบเทียบ หาความสัมพันธ์วิเคราะห์โดยควบคุมอิทธิพลตัวแปรต่างๆ ได้แก่ อายุ เพศ สถานะภาพ การศึกษา สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ พบว่า กลุ่มตัวอย่างที่ตรวจสภาวะปริทันต์พบว่ามีฟันที่
CAL ≥6 mm. ในช่องปากมีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง มากกว่ากลุ่ม CAL < 6 mm 11.98 เท่า อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P<0.000) (ที่ระดับความเชื่อมั่นร้อยละ 95, 6.30-22.76) จากข้อมูลการศึกษานี้พบความสัมพันธ์ระหว่างโรคปริทันต์อักเสบกับโรคหลอดเลือดสมองในผู้ป่วยหลอดเลือดสมอง

เอกสารอ้างอิง

พรภัทร ธรรมสโรช และเพิ่มพันธุ์ ธรรมสโรช. ประสาทวิทยาทางคลินิก Clinical Neurology. กรุงเทพมหานคร;จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย 2554.

สำนักนโยบายและแผนยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข. สถิติสาธารณสุข 2558. กรุงเทพมหานคร: สามเจริญพาณิชย์; 2558.

สำนักนโยบายและแผนยุทธศาสตร์กระทรวงสาธารณสุข. สถิติสาธารณสุข 2559. กรุงเทพมหานคร: สามเจริญพาณิชย์; 2559.

Urden, L.D., Stacy, K.M, & Lough, M.E. Critical Care Nursing: Diagnosis and Management. Louis; MO:Mosby Inc; 2010.

Wu T, Trevisan M, Genco RJ, Dorn JP, Falkner KL, Sempos CT. Periodontal disease and risk of cerebrovascular disease: The first national health and nutrition examination survey and its follow-up study. Arch Intern Med. 2000;160:2749–55.

Joshipura KJ, Hung HC, Rimm EB, Willett WC, Ascherio A. Periodontal disease, tooth loss, and incidence of ischemic stroke. Stroke. 2003;34:47–52.

Beck J, Garcia R, Heiss G, Vokonas PS, Offenbacher S. Periodontal disease and cardiovascular disease. J Periodontol. 1996;67:1123–37.

Jimenez M, Krall EA, Garcia RI, Vokonas PS, Dietrich T. Periodontitis and incidence of cerebrovascular disease in men. Ann Neurol. 2009;66:505–12.

Grau AJ, Becher H, Ziegler CM, Lichy C, Buggle F, Kaiser C, et al. Periodontal disease as a risk factor for ischemic stroke. Stroke. 2004;35:
496–501.

Sim S.J., Kim H.D., Moon J.Y., Zavras A.I., Zdanowicz J., Jang S.J., et al. Periodontitis and the risk for non-fatal stroke in Korean adults J Periodontol
2008;79 :1652–1658

Pradeep AR, Hadge P, Arjun Raju P,Shetty SR, Shareef K, Guruprasad CN. Periodontitis as a risk factor for cerebrovascular accident: A case-control study in the Indian population. J Periodontal Res. 2010;45:223–8.

Kim HD, Sim SJ, Moon JY, Hong YC, Han DH. Association between periodontitis and hemorrhagic stroke among Koreans: A case-control study. J Periodontol. 2010;81:658–65.

Hashemipour M.A., Afshar A.J., Borna R., Seddighi B., Motamedi A. Gingivitis and periodontitis as a risk factor for stroke: A case-control study in the Iranian population Dental Research J 2013:10(5): 613-619

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2019-07-01

รูปแบบการอ้างอิง

จันทรมินิ ศ. (2019). ความสัมพันธ์ระหว่างโรคปริทันต์อักเสบกับโรคหลอดเลือดสมอง ในผู้ป่วยหลอดเลือดสมองโรงพยาบาลเพชรบูรณ์. วารสารวิชาการแพทย์เขต 11, 33(3), 485–494. สืบค้น จาก https://he02.tci-thaijo.org/index.php/Reg11MedJ/article/view/216811

ฉบับ

ประเภทบทความ

นิพนธ์ต้นฉบับ