การพัฒนาระบบการพยาบาลผู้ป่วยล้างไตทางช่องท้องที่มีการติดเชื้อ โรงพยาบาลอุดรธานี
คำสำคัญ:
การพฒั นาระบบพยาบาล, ผู้ป่วยล้างไตทางช่องท้องที่มีการติดเชื้อ, ผู้จัดการรายกรณีบทคัดย่อ
การวิจัยและพัฒนาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาระบบการพยาบาลผู้ป่วยล้างไตทางช่องท้องที่มีการติดเชื้อ โรงพยาบาลอุดรธานีและศึกษาผลลัพธ์ของการพัฒนาระบบ การดำเนินการประกอบด้วย 4 ขั้นตอน ได้แก่ 1) วิเคราะห์สถานการณ์ปัญหาระบบการดูแลผู้ป่วยและปัญหาการดูแลตนเองของผู้ป่วยล้างไตทางช่องท้องที่มีการติดเชื้อ 2) พัฒนาระบบการดูแลผู้ป่วยล้างไตทางช่องท้องที่มีการติดเชื้อโดยใช้แนวคิดการจัดการรายกรณีและสร้างเสริมพลังอำนาจผู้รับบริการตามแนวคิดของกิบสัน 3) นำระบบการพยาบาลที่พัฒนาขึ้นไปใช้โดยทดลองใช้ ครั้งที่ 1 ผู้ป่วย จำนวน 10 ราย เก็บข้อมูลนำมาแก้ไขปรับปรุงแล้วนำมาใช้ ครั้งที่ 2 กับผู้ป่วย จำนวน 32 ราย และ 4) การประเมินผลกลุ่มตัวอย่างประกอบด้วย 1) กลุ่มผู้ป่วยล้างไตทางช่องท้องที่มีการติดเชื้อที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลอุดรธานี ระหว่าง เดือนเมษายน - มิถุนายน 2560 และตุลาคม - ธันวาคม 2560 โดยคัดเลือกแบบเฉพาะเจาะจงคุณสมบัติตาม
เกณฑ์การคัดเข้า 2) กลุ่มพยาบาลผู้ปฏิบัติที่ให้การดูแลผู้ป่วยล้างไตทางช่องท้องที่มีการติดเชื้อ จำนวน 17 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย 2 ชุด ได้แก่ ชุดที่ 1 เครื่องมือที่ใช้ในการดำเนินการวิจัยประกอบด้วยแนวทางการรับผู้ป่วยล้างไตทางหน้าท้องที่มีการติดเชื้อระบบพยาบาลผู้ป่วยรายกรณี และแนวทางการเสริมพลังอำนาจผู้ป่วยล้างไตทางหน้าท้องที่มีการติดเชื้อชุดที่ 2 เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลด้านผู้ป่วยได้แก่ แบบสอบถามการดูแลตนเองของผู้ป่วยล้างไตทางช่องท้องที่มีการติดเชื้อค่าสัมประสิทธิ์อัลฟาของครอนบาค 0.78 และด้านพยาบาล ได้แก่ แบบสอบถามความรู้ของพยาบาลวิชาชีพในการดูแลผู้ป่วยล้างไตทางช่องท้องที่มีการติดเชื้อแบบประเมินการปฏิบัติของพยาบาลตามแนวทางการเปลี่ยนนํ้ายาผู้ป่วยล้างไตทางช่องท้องที่มีการติดเชื้อวิเคราะห์ ค่าความเชื่อมั่น K20 มีค่าเท่ากับ 0.72 และแบบสอบถามความพึงพอใจค่าสัมประสิทธิ์อัลฟ่าของครอนบาค เท่ากับ 0.87 และเครื่องมือผ่านการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาจากผู้เชี่ยวชาญ 3 ท่าน เก็บรวบรวมข้อมูลวิเคราะห์ข้อมูลทั่วไปโดยใช้สถิติพรรณนาและสถิติวิเคราะห์ใช้ t- test
ผลการวิจัยมีดังนี้
1. ระบบการพยาบาลผู้ป่วยล้างไตทางช่องท้องที่มีการติดเชื้อประกอบด้วย 1) ด้านสถานที่มีเฉพาะสำหรับรับผู้ป่วย” หน่วยCAPD corner” 2) ด้านระบบงาน ได้แก่ แนวทางการรับผู้ป่วยล้างไตทางช่องท้องที่มีการติดเชื้อระบบพยาบาลผู้ป่วยรายกรณี ทำหน้าที่ประสานการดูแลกับทีมสหสาขาวิชาชีพทั้งในและนอกโรงพยาบาลและแนวทางการพยาบาลเพื่อเสริมพลังผู้ป่วยล้างไตทางช่องท้องที่มีการติดเชื้อ
2. ผลลัพธ์การใช้ระบบการพยาบาล 1. ด้านผู้ป่วย 1) การดูแลตนเองของผู้ป่วยล้างไตทางช่องท้องก่อนและหลังการพัฒนามีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05.2. ด้านพยาบาลผู้ปฏิบัติ 1) ความรู้และการปฏิบัติของพยาบาลในการดูแลผู้ป่วยล้างไตทางช่องท้องก่อนและหลังการพัฒนามีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05 และ 2. ความพึงพอใจของพยาบาลในการดูแลผู้ป่วยล้างไตทางช่องท้องก่อนและหลังการพัฒนามีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.02 และ 3. ด้านคุณภาพการดูแล พบว่า อัตราการติดเชื้อ CAPD ซํ้าลดลงจากร้อยละ 14.81 เหลือร้อยละ 8.43
เอกสารอ้างอิง
สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ. คู่มือการจัดการดูแลผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะเริ่มต้น.กรุงเทพฯ. บริษัท ยูเนียนอุลตร้าไวโอเร็ต จำกัด; 2555.
Campbell. D. Peritoneal dialysis-related infections in patients on peritoneal dialysis and measures designed to prevent them. Faculty of Medicine University of Sydney.2016
พนิดา เทียมจรรยา, ชมนาด วรรณพรศิริ, ดวงพร หุ่นตระกูล. การดูแลตนเองของผู้ป่วยที่มีการติดเชื้อของเยื่อบุช่องท้องจากการรักษาด้วยการล้างไตทางช่องท้องอย่างต่อเนื่อง. วารสารการพยาบาลและสุขภาพ 2554;5: 92-103.
โรงพยาบาลอุดรธานี. รายงานสถิติกลุ่มงานอายุรกรรมประจำปี 2560.
ปัฐยาวัชร ปรากฏผล. พยาบาลผู้จัดการรายกรณีโรคเรื้อรัง. วารสารวิทยาลัยพระปกเกล้า จันทบุรี 2560;1:112-121.
อรุณี ไชยฤทธิ์, วิมลจังสมบัติศิริ. บทบาทสำคัญของผู้จัดการรายกรณีต่อการพัฒนาคุณภาพการดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อรัง: เบาหวานและความดันโลหิตสูง. พยาบาลสาร. 2560;44:112-121.
Case Management Society of America (CMSA). Standards of Practice for Case Management. Revised 2016. America, Arkansas: 2016.
รณชิต สมรรถนะกุล.การเสริมสร้างพลังอำนาจร่วมกับการให้คาปรึกษาเพื่อจัดการกับความเครียดสำหรับครอบครัวผู้ป่วยเรื้อรังในชุมชน. สมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทยในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี. 2560;6:68-79.
วาโร เพ็งสวัสดิ. การวิจัยและการพัฒนา (Research and Development). วารสารมหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร. 2552;1:2;2-12.
รุจิรา ป้องเกิด. ผลของการเสริมพลังอำนาจต่อพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้สูงอายุโรคไตเรื้อรังที่รับการรักษาด้วยการล้างไตทางช่องท้องอย่างต่อเนื่อง. วารสารเกื้อการุณย์ 2559; 23:2,165-182.
ทัศนา นิลพัฒน์. ผลลัพธ์ของโปรแกรมการเสริมพลังอำนาจต่อความรู้และพฤติกรรมในการดูแลตนเองของผู้ป่วยไตเรื้อรังระยะสุดท้ายที่ได้รับการล้างไตผ่านทางช่องท้องแบบต่อเนื่อง โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี. วารสารวิชาการแพทย์เขต 11 2558; 4:557-569.
แพรวพรรณ โกสินทร, อะเคื้อ อุณหเลขกะ, นงเยาว์ เกษตร์ภิบาล. ผลของการเสริมพลังอำนาจต่อการปฏิบัติการป้องกันการติดเชื้อและอุบัติการณ์การติดเชื้อในผู้ป่วยล้างไตทางช่องท้องแบบต่อเนื่อง. วารสารพยาบาล 2558;ฉบับพิเศษ:1-12