ระดับเชาวน์ปัญญาและความสามารถทางการเรียนรู้ ด้านการอ่าน การเขียนและการคำนวณของนักเรียน ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ถึง 6 ของโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดสุราษฎร์ธานี
DOI:
https://doi.org/10.14456/reg11med.2020.2คำสำคัญ:
ระดับเชาวน์ปัญญา, ความสามารถทางการเรียนรู้, ความบกพร่องทางการเรียนรู้บทคัดย่อ
ที่มา: ปัจจุบันพบเด็กไทยมีปัญหาด้านการเรียนเพิ่มมากขึ้น เช่น ความจำไม่ดี อ่าน เขียนและคำนวณไม่ได้ การค้นหาเด็กกลุ่มเสี่ยงมีความสำคัญสำหรับการวางแผนดูแลช่วยเหลือที่เหมาะสมตั้งแต่เริ่มแรก
วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาระดับเชาวน์ปัญญาและความสามารถทางการเรียนรู้ ด้านการอ่าน การเขียนและการคำนวณของนักเรียนในโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดสุราษฎร์ธานี
วิธีการศึกษา: เป็นการศึกษาแบบเก็บข้อมูลย้อนหลังในนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ถึง 6 จำนวน 139 คน ของโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยใช้แบบทดสอบ Coloured Progressive Matrices (CPM), Standard Progressive Matrices (SPM) และแบบทดสอบ Wide Range Achivement Test (WRAT-Thai)
ผลการศึกษา: 1) นักเรียนของโรงเรียนนี้มีระดับเชาวน์ปัญญาเฉลี่ยเท่ากับ 99.08 นักเรียนเพศชายและเพศหญิง มีระดับเชาวน์ปัญญาอยู่ในเกณฑ์เฉลี่ย ร้อยละ 33.08 และ 30.22 ตามลำดับ พบความบกพร่องทางสติปัญญาในนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 มากที่สุด ร้อยละ 4.32 แต่ไม่พบในนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ถึง 6 2) นักเรียนมีความบกพร่องทางการเรียนรู้ ร้อยละ 57.14 พบด้านการเขียนและการคำนวณมากที่สุด เพศชายมีความบกพร่องทางการเรียนรู้มากกว่าเพศหญิง (ร้อยละ 33.61 และ 23.53 ตามลำดับ) และ 3) นักเรียนร้อยละ 11.76 มีความสามารถทางการเรียนรู้เทียบเท่าชั้นเรียนปกติ เป็นเพศหญิงมากกว่าเพศชาย (ร้อยละ 8.40 และ 3.36 ตามลำดับ)
สรุป: นักเรียนโรงเรียนนี้มีระดับเชาวน์ปัญญาอยู่ในเกณฑ์เฉลี่ย ทั้งเพศชายและเพศหญิงมีระดับเชาวน์ปัญญาอยู่ในเกณฑ์เฉลี่ยเช่นเดียวกัน นักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ พบด้านการเขียนและคำนวณมากที่สุด ดังนั้นหากครูและผู้ปกครองทราบว่า เด็กแต่ละคนมีระดับเชาวน์ปัญญาและความสามารถทางการเรียนรู้เป็นอย่างไร มีข้อจำกัดด้านใด ก็ควรจัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ เพื่อให้สอดรับกับระดับเชาวน์ปัญญาและความสามารถทางการเรียนรู้ของเด็กแต่ละคน
เอกสารอ้างอิง
กนกรัตน์ สุขะตุงคะ. การพัฒนาเกณฑ์ปกติคะแนนมาตรฐานเชาวน์ปัญญาในเด็กไทยจากแบบทดสอบเชาวน์ปัญญาของ Raven (Colored Progressive Matrices-CPM). วารสารจิตวิทยาคลินิก. 2549;37(1):22-9.
สุชีรา ภัทรายุตวรรตน์, กนกรัตน์ สุขะตุงคะ, จริยา จันตระ, วิลาสินี ชัยสิทธิ์, กีรติ บรรณกุลโรจน์, สร้อยสุดา อิ่มอรุณรักษ์. การสร้างเกณฑ์ปกติของแบบทดสอบ Standard Progressive Matrices ในกลุ่มประชากรไทย. วารสารสมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศ. 2543;45(1):45-57.
พริ้มเพรา ดิษยวณิช. การประเมินทางจิตวิทยาและจิตเวช [อินเทอร์เน็ต]. 2542. [เข้าถึงเมื่อ 28 ธันวาคม 2562]. เข้าถึงได้จาก http://www.chamlongclinicpsych.com/powerpoint/assessment.files/v3_document.htm.
วิจิตพาณี เจริญขวัญ. การทดสอบทางจิตวิทยา. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยรามคำแหง; 2544.
ผดุง อารยะวิญญู. ลักษณะของเด็กแอลดี (เด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียน). นครปฐม: ไอ.คิว.บุ๊คเซ็นเตอร์; 2554.
สุจินดา ผ่องอักษร. เด็ก LD ปัญหาใหญ่ของ ร.ร.สพฐ. หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน. 2551 มิถุนายน 17.
กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข. สมองเด็กไทย รอไม่ไหวแล้ว. กรุงเทพฯ: สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์; 2554.
สุธรรม นันทมงคลชัย และคณะ. ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพัฒนาการด้านสติปัญญาของเด็กวัยเรียนใน 4 พื้นที่ของประเทศไทย. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์; กระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม; ทบวงมหาวิทยาลัย;กระทรวงศึกษาธิการ; สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ; สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2546.
Wechsler, D. Manual For The Wechsler Adult Intelligence Scale. New York: The Psychological Corporation; 1981.
Simpson N. Relationships between the academic achievement and the intelligence, creativity, motivation, and gender role identity of gifted children; 1999.
Wechsler D. The measurement and appraisal of adult intelligence; 1958.
Schaie KW, Strother CR. A cross-sequential study of age changes in cognitive behavior. Psychological bulletin. 1968;70(6p1):671.
กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข. เชื่อมั่นเด็กไทย ไอคิวดี อีคิวเด่น “การสำรวจสถานการณ์ระดับสติปัญญา (IQ) และความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) ในเด็กไทยระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 พ.ศ.2559” [อินเทอร์เน็ต]. 2560. [เข้าถึงเมื่อ 28 ธันวาคม 2562]. เข้าถึงได้จาก https://doc.dmh.go.th/report/compare/iqeq.pdf.
นิรมล พัจนสุนทร, จินตนา สิงขรอาจ, พีรดา อุ่นไพร, วริศรา ศรีสวัสดิ์, ฉันทนา อุดมสิน, อรนุช กิตติศิริวัฒนกุล. ปัญหาการเรียนและพฤติกรรมในเด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-3 โรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดขอนแก่น. วารสารสมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย. 2554;56(4):345-51.
ภาสุรี แสงศุภวานิช, ศรีเพ็ญ ตันติเวสส, คัคนางค์ โตสงวน, จันทนา พัฒนเภสัช, วรรณภา เล็กอุทัย, จุฑามาส วรโชติกาจร, และคณะ.รายงานวิจัยการคัดกรองโรคสมาธิสั้นและความบกพร่องด้านการเรียนในโรงเรียน. นนทบุรี: บริษัท เดอะ กราฟิโกซิสเต็มส์ จำกัด. สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.); 2554.
ดารณี ศักดิ์ศิริผล. การศึกษาภาวะสมาธิสั้นในเด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ ในเขตกรุงเทพมหานคร [รายงานการวิจัย]. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ; 2556.
ไทยรัฐออนไลน์. เจาะปมร้อนรับวันเด็ก อะไรทำเยาวชนไทยอ่านไม่ออก? [อินเทอร์เน็ต]. 2559. [เข้าถึงเมื่อ 2 มกราคม 2563]. เข้าถึงได้จาก https://www.thairath.co.th/content/560044.
Kovio Anne Oubkak. The relationship of student perception of study habits and attitudes based on sifferences in sec, grade and academic achievement. Dissertation Abstracts International, 1983
สมหญิง มงคลธง. พฤติกรรมการอ่านของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏในกรุงเทพมหานคร. วารสารวิชาการหอสมุดแห่งชาติ. 2558;3:33-18.