ผลลัพธ์การใช้แนวทางเวชปฏิบัติรักษาผู้ป่วยติดเชื้อในกระแสเลือดของโรงพยาบาลตรัง
DOI:
https://doi.org/10.14456/reg11med.2020.3คำสำคัญ:
แนวทางเวชปฏิบัติรักษา, ภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดรุนแรง, ภาวะช็อคจากการติดเชื้อบทคัดย่อ
ที่มา: แนวทางปฏิบัติรักษาผู้ป่วยติดเชื้อในกระแสเลือดอ้างอิงตามหลักการของการรักษาผู้ป่วยให้ถึงเป้าหมายใน 6 ชั่วโมง(Early-Goal Directed Therapy : EGDT) มีหลักฐานเชิงประจักษ์ในด้านการเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาและลดอัตราตาย มีการนำองค์ความรู้มาประยุกต์เป็นแนวทางเวชปฏิบัติการดูแลรักษาผู้ป่วยที่มีภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดแบบรุนแรง (Severe sepsis) และภาวะช็อคจากการติดเชื้อ (Septic shock) (ฉบับร่าง) พ.ศ.2558 ของสมาคมเวชบำบัดวิกฤตแห่งประเทศไทยและมีการศึกษาหลังการนำไปใช้ว่าสามารถลดอัตราตายได้ ในโรงพยาบาลตรังได้มีการนำแนวทางเวชปฏิบัติรักษาผู้ป่วยติดเชื้อในกระแสเลือดมาปรับใช้เมื่อปี พ.ศ.2559 แต่ยังไม่มีข้อมูลการศึกษาถึงประสิทธิผลของการใช้แนวทางปฏิบัติรักษา
วัตถุประสงค์: เพื่อเปรียบเทียบผลลัพธ์การรักษาก่อนและหลังการใช้แนวทางปฏิบัติรักษาผู้ป่วยติดเชื้อในกระแสเลือดของโรงพยาบาลตรัง วัตถุประสงค์หลัก คือ อัตราตาย วัตถุประสงค์รอง คือ จำนวนวันนอนในโรงพยาบาล ค่าใช้จ่ายในการรักษา อัตราการย้ายเข้ารับการรักษาใน ICU และตัวชี้วัดการรักษาใน 6 ชั่วโมงแรก
วัสดุและวิธีการ: เป็นการศึกษาเชิงพรรณนาเก็บข้อมูลผู้ป่วยในย้อนหลังที่มาด้วยอาการติดเชื้อในกระแสเลือดรุนแรงหรือมีภาวะช็อคจากสาเหตุการติดเชื้อ ก่อนและหลังการนำแนวทางปฏิบัติมาใช้ เก็บข้อมูลด้านประชากรศึกษา โรคร่วม ตำแหน่งการติดเชื้อและเชื้อก่อโรค ตัวชี้วัดการรักษาใน 6 ชั่วโมงแรก ผลลัพธ์ของการรักษาตามวัตถุประสงค์หลักและวัตถุประสงค์รอง
ผลการศึกษา: ผู้ป่วยทั้งหมด 220 รายแบ่งเป็นกลุ่มก่อนและหลังการใช้แนวทางปฏิบัติรักษากลุ่มละ 110 ราย อายุเฉลี่ยอยู่ในช่วง 61-80 ปี โรคร่วมที่พบมากที่สุด คือ โรคเบาหวาน และการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะพบมากที่สุด มีการให้ยาปฏิชีวนะใน 1 ชั่วโมงร้อยละ 85.5 ในกลุ่มก่อนใช้แนวทางและร้อยละ 82.7 ในกลุ่มหลังใช้แนวทาง การให้สารน้ำทดแทนที่เพียงพอคิดเป็นร้อยละ 71.8 ในกลุ่มก่อนใช้แนวทางและร้อยละ 79.1ในกลุ่มหลังใช้แนวทาง ปริมาณสารน้ำรวมมากขึ้นในกลุ่มหลังใช้แนวทางจาก 1,703.3 ± 59 มล.เป็น 1,779.1 ± 51.1 มล. การให้ยาตีบหลอดเลือดเท่ากันทั้งสองกลุ่มคือร้อยละ 91.8 อัตราการตายลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติในกลุ่มหลังใช้แนวทางคิดเป็นร้อยละ 31.82 เทียบกับกลุ่มก่อนใช้แนวทางร้อยละ 49.09 จำนวนวันนอนโรงพยาบาลเพิ่มขึ้นในกลุ่มหลังใช้แนวทางจาก 6.39 ± 0.66 วัน เป็น 7.63 ± 0.76 วัน รวมถึงมีค่าใช้จ่ายในการรักษาและอัตราการย้ายไปรักษาในหออภิบาลผู้ป่วยหนัก เพิ่มขึ้นเล็กน้อยในกลุ่มหลังการใช้แนวทางจากร้อยละ10.90 เป็นร้อยละ 12.72 อัตราการใช้แนวทางปฏิบัติรักษาคิดเป็นร้อยละ 36
สรุป: การใช้แนวทางปฏิบัติรักษาผู้ป่วยติดเชื้อในกระแสเลือดของโรงพยาบาลตรังเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาโดยการลดอัตราตาย แต่ไม่สามารถลดจำนวนวันนอนโรงพยาบาลและค่าใช้จ่ายในการรักษาได้ การส่งเสริมให้มีการใช้แนวปฏิบัติมากขึ้นจะช่วยเพิ่มประโยชน์ในการรักษาในอนาคต
เอกสารอ้างอิง
Rivers E, Nguyen B, Havstad S, Ressler J, Muzzin A, Knoblich B, et al. Early goal-directed therapy in the treatment of severe sepsis and septic shock. New England Journal of Medicine. 2001;345(19):1368-77.
Survivingsepsis.org. Surviving sepsis Campaign [Internet]. 2015 [cited 2020 April 28). Available from: https://www.suevivingsepsis.org/Bundles/Pages/default.aspx.
Micek ST, Roubinian N, Heuring T, Bode M, Williams J, Harrison C, et al. Before–after study of a standardized hospital order set for the management of septic shock. Read Online: Critical Care Medicine| Society of Critical Care Medicine. 2006;34(11):2707-13.
Kortgen A, Niederprüm P, Bauer M. Implementation of an evidence-based “standard operating procedure” and outcome in septic shock. Critical care medicine. 2006;34(4):943-9.
สมาคมเวชบำบัดวิกฤตแห่งประเทศไทย. แนวทางเวชปฏิบัติการดูแลรักษาผู้ป่วย severe sepsis และseptic shock (ฉบับร่าง) พ.ศ. 2558 [อินเทอร์เน็ต]. 2558 [เข้าถึงเมื่อ 28 เมษายน 2563]. เข้าถึงได้จาก: https://www.scribd.com/document/308976515/ร่างแนวทางเวชปฏิบัติ-sepsis-และ-septic shock -2558.
Permpikul C, Tongyoo S, Akekarin P. In-hospital outcome of septic shock patients after guideline directed management implementation: the significance of initial volume replacement. Proceedings of Siriraj- Ramatibodi Medical Congress to commemorate the 60th Anniversary Celebration of His Majesty’s Accession to Throne. 2006:18-21.
Permpikul C, Tongyoo S, Ratanarat R, Wilachone W, Poompichet A. Impact of Septic Shock Hemodynamic Resuscitation Guidelines on Rapid Early Volume Replacement and Reduced M. J Med Assoc Thai. 2010 Jan 1;93(1):S102-109.
Angkasekwinai N, Rattanaumpawan P, Thamlikitkul V. Epidemiology of sepsis in Siriraj Hospital 2007. J Med Assoc Thai. 2009 Mar 1;92(Suppl 2):S68-78.
กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. รายงานสถานการณ์โรคฉี่หนู [อินเทอร์เน็ต]. [เข้าถึงเมื่อ 2 พฤษภาคม 2563. เข้าถึงได้จาก http://www.boe.moph.go.th/boedb/surdata/disease.php? dcontent=old&ds=43.
ดวงมณี เลาหประสิทธิพร. Clinical tracer เรื่องการดูแลผู้ป่วยผู้ใหญ่ที่มีภาวะ severe sepsis/septic shock โรงพยาบาลศิริราช คณะแพทยศาสตร์ศิริราช พยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล. ใน:
สุณีรัตน์ คงเสรีพงศ์, ดวงมณี เลาหประสิทธิพร, บรรณาธิการ. แนวทางการรักษาผูปวยผูใหญที่มีภาวะ severe sepsis/septic shock โรงพยาบาลศิริราช คณะแพทยศาสตรศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2556). กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยมหิดล. 2557:1-6.
Tongyoo S, Viarasilpa T, Permpikul C. The impact of intensive care unit admissions following early resuscitation on the outcome of patients with severe sepsis and septic shock. J Med Assoc Thai. 2014;97(1):S69-S76.
Permpikul C, Tongyoo S, Viarasilpa T, Trainarongsakul T, Chakorn T, Udompanturak S. Early use of norepinephrine in septic shock resuscitation (CENSER). A randomized trial. American journal of respiratory and critical care medicine. 2019 May 1;199(9):1097-105.
ชูหงส์ มหรรทัศนพงศ์. ผลลัพธ์ของ Surin sepsis treatment protocol ในการจัดการดูแลรักษาภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด. ศรีนครินทร์เวชสาร. 2555;27(4):332-9.
จิรารัชน์ อุนนะนันทน์. การประเมินแนวทางปฏิบัติการรักษา ภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดชนิดรุนแรงในโรงพยาบาลอ่างทอง. วารสารวิชาการ รพศ/รพท เขต4. 2557;16(3):184-91.