การพัฒนาการดูแลผู้ป่วยโรคเบาหวานความดันโลหิตสูงแบบครบวงจร โรงพยาบาลชัยนาทนเรนทร
คำสำคัญ:
การพัฒนาการดูแลแบบครบวงจร, การควบคุม, โรคเบาหวาน, โรคความดันโลหิตสูง, โรงพยาบาลชัยนาทนเรนทรบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้ เป็นการวิจัยและพัฒนาโดยใช้รูปแบบการวิจัยเชิงผสมผสานทั้งการวิจัยเชิงคุณภาพและการวิจัยเชิงปริมาณ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ ศึกษาสภาพปัญหาการดำเนินงานการดูแลผู้ป่วยโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูงของโรงพยาบาลชัยนาทนเรนทร ให้ผู้ป่วยเบาหวานสามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้ ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงสามารถควบคุมระดับความดันโลหิตได้ จึงได้พัฒนาการดูแลผู้ป่วยโรคเบาหวานความดันโลหิตสูงแบบครบวงจรโรงพยาบาลชัยนาทนเรนทร โดยใช้ 555 DM HT Chainat Model ที่ประกอบด้วย 5 คัดกรอง ดูแล รักษา ป้องกัน ตา จิต ใจ ไต เท้า 5 ผลการดูแลระดับน้ำตาล ความดันโลหิต และ 5 สัญญาณเตือนภัยอันตรายเฉียบพลัน การคัดเลือกกลุ่มตัวอย่าง เลือกแบบเฉพาะเจาะจงในผู้ป่วยที่มารับบริการที่คลินิก NCD ของโรงพยาบาลชัยนาทนเรนทรทุกราย เก็บรวบรวมข้อมูลจากแบบรายงานตามตัวชี้วัดร่วมกับศูนย์คอมพิวเตอร์ วิเคราะห์ข้อมูลใช้การวิเคราะห์เนื้อหา ส่วนการวิเคราะห์เชิงปริมาณใช้สถิติร้อยละ ผลการวิจัยพบว่า
- การศึกษาสภาพปัญหาปัจจุบันและการควบคุมโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ของโรงพยาบาลชัยนาทนเรนทร ผลการดูแลรักษา ฐานข้อมูลประชากรใน อ.เมืองชัยนาทไม่เป็นปัจจุบัน การจำแนกกลุ่ม สีผู้ป่วยยังขาดความเชื่อมโยง จึงได้พัฒนาและนำ 555 DM HT Chainat Model ที่ประกอบด้วย 5 คัดกรอง ดูแล รักษา ป้องกัน ตา จิต ใจ ไต เท้า 5 ผลการดูแลระดับน้ำตาล ความดันโลหิต และ 5 สัญญาณเตือนภัยอันตรายเฉียบพลัน มาใช้ในการดูแลผู้ป่วยโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง
- การศึกษาวิธีการ/ตัวชี้วัดการควบคุมโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรงพยาบาลชัยนาทนเรนทรโดยให้นโยบาย เป้าหมาย ตัวชี้วัด มาตรการ แนวทางที่ชัดเจนในการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคเบาหวานความดันโลหิตสูง ที่มารับบริการที่ คลินิก NCD โรงพยาบาลชัยนาทนเรนทร
- ผลการพัฒนาการดูแลผู้ป่วยโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง แบบครบวงจร โรงพยาบาลชัยนาทนเรนทร ครั้งนี้ พบว่า การนำการดูแลโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โดยใช้ 555 DM HT Chainat Model ที่ประกอบด้วย 5 คัดกรอง ดูแล รักษา ป้องกัน ตา จิต ใจ ไต เท้า 5 ผลการดูแลระดับน้ำตาล ความดันโลหิต และ 5 สัญญาณเตือนภัยอันตรายเฉียบพลัน มาใช้ ทำให้ทั้งผู้ให้บริการและผู้รับบริการมีการวางแผนการดูแลตนเองร่วมกัน ส่งผลให้ การควบคุมระดับน้ำตาลในผู้ป่วยเบาหวานเพิ่มขึ้น การควบคุมระดับความดันโลหิตในผู้ป่วยความดันโลหิตสูงเพิ่มขึ้น ลดภาวะแทรกซ้อนเรื้อรัง ส่งผลให้ผู้ป่วยปกติสุข มีคุณภาพชีวิตที่ดี
เอกสารอ้างอิง
2. สุพัตรา ศรีวณิชชากร.(2560) สถานการณ์การป่วยและการตายด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง(โรคเบาหวานชนิดที่ 2 และโรคหัวใจและหลอดเลือด)ในประเทศไทย ไมระยะ 5 ปี 2553-2557 วารสารควบคุมโรค 43(4) 379-390
3. สำนักโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. รายงานประจำปี 2561.สำนักพิมพ์อักษรกราฟฟิคแอนด์ดีไซน์ (อินเตอร์เน็ต) 2561
4. สำนักโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. จำนวนและอัตราตายโรคไม่ติดต่อ ปี 2559 – 2561(ความดันโลหิตสูง เบาหวาน หัวใจขาดเลือด หลอดเลือดสมอง หลอดลมอักเสบ ถุงลมโป่งพอง. (อินเตอร์เน็ต) 2562
5. กลุ่มงานเวชระเบียน โรงพยาบาลชัยนาทนเรนทร รายงานประจำปี 2561
6. วิชัย เทียนถาวร.ระบบการเฝ้าระวัง ควบคุมป้องกันโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูงในประเทศไทย.นโยบายสู่การปฏิบัติ พิมพ์ครั้งที่ 3 (ปรับปรุง)กรุงเทพมหานคร: ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย;2556.
7. ปิงปองจราจร 7 สี https://www.ylo.moph.go.th/chronic/reptemplate/ball7color_new.pdf
8. นิศารัตน์ รามวงษ์. ผลของโปรแกรมหัวเราะบำบัดต่อความรู้สึกมีคุณค่าในตนเองของผู้ป่วยโรคเรื้อรัง.วารสารวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้าจันทบุรี ปีที่ 29 ฉบับที่ 1 มกราคม-มิถุนายน 2561.
9. วีรชัย บริบูรณ์. การพัฒนาแนวทางการป้องกันโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ของจังหวัดสิงห์บุรี.วารสารสมาคมเวชศ่สตร์ป้องกันแห่งประเทศไทย.ปีที่ 6 ฉบับที่ 1 มกราคม-เมษายน 2559.
10. อิศวร ดงจินดา.คุณภาพชีวิตผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 อำเภอหนองหญ้าไซ จังหวัดสุพรรณบุรี.วารสารวิชาการสาธารณสุข.2558.24(6)1118-1126
11. Donnellan, M. B.,Trzesniewski, K. H.,Robins,R. W., Moffitt, T. E., & Caspi, A. (2005). Low self-esteem is related to aggression, antisocial behavior, and delinquency.Psychological Science, 16(4), 328-335.
12. Lebowitz, K. R, Suh, S.,Diaz, P. T., & Emery, C. F. (2511). Effects of humor and laughter on psychological functioning, and quality of life, health status, and pulmonary functioning among patients with chronic obstructive pulmonary disease: A preliminary investigation. Heart & Lung: The Journal of Acute and Critical Care, 40(4), 310-319.
13. จิตรา ดุษฎีเมธา.(2556) ผลของโปรแกรมการหัวเราะบำบัดที่มีต่อสมรรถภาพการทำงานของปอดและระดับคอร์ติซอลในผู้ป่วยโรคหืด. วารสารพยาบาลตำรวจ, 5(2), 19-32.
14. สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย. แนวทางเวชปฏิบัติสำหรับโรคเบาหวาน 2557.
15. สมาคมความดันโลหิตสูงแห่งประเทศไทย. แนวทางการรักษาโรคความดันโลหิตสูงในเวชปฏิบัติทั่วไป ฉบับปรับปรุง 2558.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2020 วารสารวิชาการแพทย์เขต 11

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.