การพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยล้างไตทางช่องท้องแบบต่อเนื่องโดยใช้ระบบพยาบาลเจ้าของไข้ในโรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี
คำสำคัญ:
ผู้ป่วยล้างไตทางช่องท้องแบบต่อเนื่อง, ระบบพยาบาลเจ้าของไข้, รูปแบบการดูแลบทคัดย่อ
ที่มา: กระบวนการดูแลผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังขาดความต่อเนื่องและขาดการสื่อสารให้กับพยาบาลในหอผู้ป่วยอย่างเป็นรูปธรรมการเกิดภาวะแทรกซ้อนหลังจากจำหน่ายผู้ป่วยไปล้างไตทางช่องท้องต่อเนื่องที่บ้าน
วัตถุประสงค์: 1) เพื่อพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยที่ล้างไตทางช่องท้อง 2) ศึกษาประสิทธิผลของการใช้ระบบการพยาบาลเจ้าของไข้
วิธีการศึกษา: การศึกษามี 4 ระยะ 1) วิเคราะห์ปัญหาและความต้องการ 2)พัฒนารูปแบบ 3) ใช้รูปแบบ 4) ประเมินประสิทธิผลการใช้รูปแบบ กลุ่มตัวอย่างพยาบาลวิชาชีพ 31 คน ผู้ป่วยล้างไตทางช่องท้องนานกว่า6 เดือน120คน เครื่องมือที่ใช้ในการในการเก็บรวบรวมข้อมูล 1) แบบวัดความรู้ของพยาบาล 2) แบบสอบถามความพึงพอใจของพยาบาล 3) แบบสอบถามความพึงพอใจของผู้ป่วย 4)แบบสอบถามความสามารถในการดูแลตนเองของผู้ป่วย และ 5) แบบประเมินคุณภาพชีวิต (9-Thai) เครื่องมือผ่านการตรวจสอบคุณภาพความตรงตามเนื้อหาโดยผู้ทรงคุณวุฒิ 5 คน ได้ค่าความตรง 0.77, 0.82, 0.84, 0.83 และ ได้ค่าความเที่ยง 0.84, 0.90, 0.85, 0.85, 0.79 ตามลำดับ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติบรรยาย สถิติทดสอบที และการทดสอบไคสแคว์
ผลการศึกษา: ผลการศึกษาพบว่า1) พยาบาลมีความรู้ในการดูแลผู้ป่วยโดยระบบพยาบาลเจ้าของไข้เพิ่มขึ้นอยู่ในระดับดี (mean=18.03, SD=1.22) มีนัยสำคัญทางสถิติ (P< 0.01) 2) ความพึงพอใจของพยาบาลต่อการการใช้รูปแบบพยาบาลเจ้าของไข้อยู่ในระดับดี (mean=3.93, SD=.57) 3) ความพึงพอใจของผู้ป่วยผู้ดูแลอยู่ในระดับดีที่ (mean=4.43, SD=.82) 4) ผู้ป่วยมีความสามารถในการดูแลตนเองมากกว่าก่อนการใช้รูปแบบอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ (P< 0.01 5) อัตราการติดเชื้อในช่องท้องและแผลช่องทางออกลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ (P< 0.016) คุณภาพชีวิตหลังการใช้รูปแบบอยู่ในระดับดีมากกว่าก่อนการใช้รูปแบบอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ (P< 0.01)
สรุป: รูปแบบการดูแลผู้ป่วยล้างไตทางช่องท้องแบบต่อเนื่องโดยระบบพยาบาลเจ้าของไข้สามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการดูแลผู้ป่วยล้างไตทางช่องท้องแบบต่อเนื่องและพัฒนาในการดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อรังต่อไป
เอกสารอ้างอิง
Jha.V.,&Model, G.K.Getting to know the enemy better.Rhe global burden of chronic kidney disease.Kidney international.94(3), 2018;462-464.
US Renal Data System 2019 Annual Data Report: Epidemiology of Kidney Disease in the United States.[cited 2019 Dec 4]. Available from:https://www.usrds. org/media/2371/2019-executive-summary. 2019.
กระทรวงสาธารณสุข. ข้อมูลเพื่อตอบสนอง Service Plan สาขาไต 2562. สืบค้นเมื่อ 5 ตุลาคม 2562,จากhttps://hdcservice.moph.go.th/hdc/reports/page.php?cat id=e71a73a771474e63b71bccf727009ce.
National Health Security Office. Report on the implementation of the abdomen rehabilitation project in the universal health care program. [cited 2019 Dec 14]. Available from: http: //www.kdf.nhso.go.th/. Thai.
สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ. สำนักงานกองทุนการสร้างเสริมสุขภาพ CAPD report 2019.Bangkok:NHSO. สืบค้นเมื่อ 7 ตุลาคม 2562 จากแหล่งข้อมูล http://www.kdf.nhso.go.th.
นพมาศ ขำสมบัติ และ กัญญดา ประจุศิลป์. ผลของการใช้รูปแบบการพยาบาลเจ้าของไข้ของผู้ป่วยไตวายเรื้อรังต่อภาวะน้ำเกินและความพึงพอใจในบริการพยาบาลวารสารพยาบาลทหารบกปีที่ 15 ฉบับที่ 2 (พ.ค. - ส.ค.), 2557;405-413.
Marram,G.etal. Primary nursing: A model for individualized care. St.Louis: C. V.Mosby.1979.
Orem, D. E., Taylor, S. G., & Renpenning, K. M. Nursing: Concepts of practice (6th ed.). St. Louis: Mosby. Pichayapinyo, 2001; 2013.
พารุณีวงษ์ศรีและทีปทัศน์ ชินตาปัญญากุล. การประยุกต์ใช้ทฤษฎีของโอเร็มกับการดูแลและการให้คำแนะนำผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจล้มเหลว วารสารพยาบาลตำรวจ ปีที่ 10 ฉบับที่ 1 มกราคม – มิถุนายน 2561; 209-219.
นุช โพธิ์ศรีวิไล.ผลลัพธ์ของการใช้แนวปฏิบัติการพยาบาลทางคลินิกในการดูแลผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะสุดท้ายที่บ้านซึ่งได้รับการรักษาด้วยวิธีการล้างไตทางช่องท้องชนิดต่อเนื่อง.วิทยานิพนธ์พยาบาลศาสตรมหาบัณฑิตสาขาวิชาการพยาบาลเวชปฏิบัติชุมชนบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยคริสเตียนม, กรุงเทพมหานคร, 2557.
Mac Guire, J. An approach to evaluating the introduction of primary nursing in an acute medical unit for the elderly: Principles and practice. International Journal Nursing Study, 26,1989 ; 243-251.
Charyton, D., Kuntz, R. E., Mauri, L., and DeFilippi, C. Distribution of coronary artery disease and relation to mortality in asymptomatic hemodialysis patients. American Journal of Kidney Disease 49(3): 2007; 409-416.
Fisher,w.,Fisher,J.D.,and Harman,J.The Information-Motivation-Behavioral Skills Model:A generalsocial psycological approach to understanding and promoting health behavior:Suls,J.,Wallston,A.K.,editors,Social Psychological foundations of health and illness,82-100.Malden:Blackwell.2003.
Ryan,P., & Sawin, K. J. The Individual and Family Self-management Theory: Background and perspectives on context, process, andoutcomes. Nursing Outlook, 57(4),2009 p 217-225. Retrieved April 24,2017, from https://www.ncbi.nlm.nih.gov /pmc/articles/PMC2908991/.
Aechibong, U. E. Evaluation impact of primary nursing practice on the quality of nursing care. Journal of Advance Nursing 29(3): 1999; 680-689.