การพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยเบาหวานที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ได้ ของโรงพยาบาลชุมชน และเครือข่าย
คำสำคัญ:
โทรเวชกรรม , เบาหวาน, พฤติกรรมการดูแลตนเอง , โรงพยาบาลชุมชนบทคัดย่อ
วัตถุประสงค์: เพื่อพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยเบาหวานที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ได้ ศึกษาประสิทธิผลรูปแบบการดูแลผู้ป่วยเบาหวาน และความพึงพอใจต่อรูปแบบการดูแลผู้ป่วยเบาหวานที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ได้ที่ได้พัฒนาขึ้น
วิธีการศึกษา: การวิจัยนี้เป็นการวิจัยและพัฒนา กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ป่วยเบาหวานที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ได้ จำนวน 80 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลอง และกลุ่มเปรียบเทียบ กลุ่มละ 40 คน ดำเนินการศึกษาในเดือนกรกฎาคม - ตุลาคม 2564 เครื่องมือที่ใช้คือ แบบสอบถามรูปแบบการดูแลผู้ป่วยเบาหวาน แบบทดสอบก่อนและหลัง และแบบบันทึกระดับน้ำตาลในเลือด วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา Independent t-test และ Paired sample t-test
ผลการศึกษา: การใช้รูปแบบที่พัฒนา (โทรเวชกรรม) พบว่า หลังการใช้รูปแบบการดูแลผู้ป่วยเบาหวาน ผู้ป่วยมีคะแนนเฉลี่ยความรู้เกี่ยวกับเบาหวาน พฤติกรรมการดูแลตนเอง ดีกว่าก่อนการใช้รูปแบบการดูแลผู้ป่วยที่ได้พัฒนาขึ้น และระดับน้ำตาลในเลือดเฉลี่ยลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value < 0.001) โดยทำให้สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดตามเกณฑ์ ได้ร้อยละ 35.0 และเมื่อเปรียบเทียบการใช้รูปแบบที่พัฒนา กับการใช้รูปแบบเดิม หลังการทดลอง พบว่า การใช้รูปแบบที่พัฒนาทำให้มีคะแนนเฉลี่ยความรู้เกี่ยวกับเบาหวาน พฤติกรรมการดูแลตนเอง ดีกว่าการใช้รูปแบบเดิม และระดับน้ำตาลในเลือดเฉลี่ยลดลงมากกว่ากลุ่มที่ใช้รูปแบบเดิมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value < 0.01) ทั้งนี้ ผู้ใช้รูปแบบการดูแลผู้ป่วยเบาหวานที่พัฒนานี้ มีความพึงพอใจมากถึงร้อยละ 95.0
สรุป: รูปแบบโทรเวชกรรมในการดูแลผู้ป่วยดังกล่าวสามารถใช้ในการดูแลผู้ป่วยเบาหวานที่โรงพยาบาลชุมชนและโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล
เอกสารอ้างอิง
Bascones-Martinez A, Matesanz-Perez P, Escribano-Bermejo M, Gonzalez-Moles MA, Bascones-Ilundain J, Meurman JH. Periodontal disease and diabetes-review of the literature. Med Oral Patol Oral Cir Bucal. 2011;16(6):e722-9.
วรรณี นิธิยานันท์. ไทยป่วยเบาหวานพุ่งสูงต่อเนื่อง แตะ 4.8 ล้านคน ชี้ ‘เนือยนิ่ง-อ้วน-อายุมาก’ ต้นเหตุ. (ระบบออนไลน์). แหล่งที่มา https://www.hfocus.org/content/2019/11/18014 (วันที่ค้นข้อมูล 10 พฤศจิกายน 2563).
โสภณ เมฆธน. สธ.ห่วงคนไทยป่วยโรคไม่ติดต่อ14 ล.ตายปีละ 3 แสน. (ระบบออนไลน์). แหล่งที่มา http://www.thairath. co.th/content/435167 (วันที่ค้นข้อมูล 10 พฤศจิกายน 2563).
American Diabetes Association [ADA]. Standards of medical care for patients with diabetes mellitus. Diabetes care. 2007;30: S4-40.
สุปวีณ์ ธนอัศวนนท์, เอกชัย คำลือ, ธาราทิพย์ อุทัศน์, พร้อมพันธ์ คุ้มเนตร และวัชรี ผลมาก. เหตุผลการผิดนัดของผู้ป่วยเบาหวาน คลินิกเบาหวาน. วารสารโรงพยาบาลแพร่. 2554, 19(2); 85-95.
ปานทิพย์ รัตนศิลป์กัลชาญ กิตติพัฒน์ โสภิตธรรมคุณ. อันตรายจากเบาหวาน. วารสารวิทยเทคโน. หัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ, 2559, 2(2); 1-9.
สันต์ หัตถีรัตน์. การแพทย์ทางไกล. (ระบบออนไลน์). แหล่งที่มา https://dmh. go.th/news/view.asp? id=2389 (วันที่ค้นข้อมูล 20 ธันวาคม 2565).
Wongprakornkul S. New Era of Healthcare through Business Ecosystem and Telehealth. Mahidol R2R e-Journal. 2020, 7(2); 1-15.
Aberer F, Hochfellner D. A, Mader J K. Application of Telemedicine in Diabetes Care: The Time is Now. Diabetes Ther. 2021, 12; 629-39.
สำนักงานสาธารณสุขอำเภอพุนพิน. รายงานสถานการณ์ผู้ป่วยเบาหวานอำเภอพุนพิน. สุราษฎร์ธานี: สำนักงานสาธารณสุขอำเภอพุนพิน. 2562.
รื่นจิต เพชรชิต. พฤติกรรมการดูแลตนเองและการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยโรคเบาหวาน โรงพยาบาลเคียนซา จังหวัดสุราษฎร์ธานี. วารสารเครือข่ายวิทยาลัยพยาบาลและการสาธารณสุขภาคใต้, 2558, 2(2); 15–28.
วารี จตุรภัทรพงศ์, และพรรณทิพา ศักดิ์ทอง. ผลลัพธ์ของการจัดการด้านยาในผู้ป่วยนอกโรคเบาหวาน. วารสารไทยเภสัชศาสตร์และวิทยาการสุขภาพ, 2556, 8(4); 133–142.
สุปรีดา นนทวงศ์, ชุติปภา แม่นยา, และเชาวรัตน์ มั่นพรหม. ปัญหาการใช้ยาในผู้ป่วยโรคเบาหวาน โรงพยาบาลสระบุรี โดยกระบวนการ Medication Reconciliation. วารสารวิชาการสาธารณสุข, 2556, 21(5); 1005–1011.
วริสรา ลุวีระ, และเสาวนันท์ บาเรอราช. การผิดนัดและตัวชี้วัดทางคลินิกของผลการดูแลในผู้ป่วยเบาหวานในหน่วยบริการปฐมภูมิสามเหลี่ยมโรงพยาบาลศรีนครินทร์. ศรีนครินทร์เวชสาร, 2557, 29(5); 449–454.
Bralic Lang, V., Bergman Marković, B., & Vrdoljak, D. The association of lifestyle and stress with poor glycemic control in patients with diabetes mellitus type 2: a Croatian nationwide primary care cross-sectional study. Croatian Medical Journal, 2015, 56(4); 357–365.
Faghir-Gangi, M., Moameri, H, Abdolmohamadi, N, & Nematollahi SH. The prevalence of type 2 diabetes in patients with COVID 19: a systematic review andmeta-analysis. Via Medica, 2020, 9(5); 271-278.
Dey, K. P., & Hariharan, S. Integrated approach to healthcare Quality management: A case study. The TQM Magazine. 2006, 18(6); 583-605.
Beckie T. A supportive-educative telephone program: impact on knowledge and anxiety after coronary artery bypass graft surgery. Heart Lung, 1989, 18; 46-55.
Kinsella, A. Telehealth and home care nursing. Home Healthcare Nurse, 2000, 15(11); 796- 797.
Borries TM, Dunbar A, Bhukhen A, Rismany J, Kilham J, Feinn R, et al. The impact of telemedicine on patient self-management processes and clinical outcomes for patients with Types I or II Diabetes Mellitus in the United States: A scoping review. Diabetes Metab Syndr. 2019, 13(2); 1353-7.
ณัฐภัสสร เดิมขุนทด, รัชนีวรรณ ขวัญเจริญ, ชาญวัฒน์ ชวนตันติกมล, พิชญ์ พหลภาคย์, สว่างจิต สุรอมรกูล.
ผลของการติดตามสุขภาพทางไกล ต่อการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และความสม่ำเสมอในการรับประทานยาในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ควบคุมไม่ดี. วชิรเวชสารและวารสารเวชศาสตร์เขตเมือง, 2564, 65(ฉบับเพิ่มเติม); 75–89.
เจ๊ะปาตีหม๊ะ บินอิบรอเฮง, สุไกรญา นิยมเดชา และอมรรัตน์ นวลภักดี. ประสิทธิผลโปรแกรมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมร่วมกับการติดตามทางโทรศัพท์ของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง โรงพยาบาลปัตตานี. รายงานวิจัย. 2556.
อนุชา วรหาร. การพัฒนารูปแบบการดูแลตนเองของผู้ป่วยเบาหวาน โรงพยาบาลเลาขวัญ. รายงานวิจัย. 2561.
นันทพร บุษราคัมวดี และยุวมาลย์ ศรีปัญญวุฒิศักดิ์. การพัฒนาระบบการดูแลผู้ป่วยเบาหวาน โรงพยาบาลนครนายก. วารสารการพยาบาลและการศึกษา, 2555, 5(2); 114–129.
รัชนี ศรีหิรัญ. ผลของการติดตามทางโทรศัพท์ต่อการดูแลตนเองของผู้ป่วยจิตเภทหลังจำหน่าย.วิทยานิพนธ์ พยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการสุขภาพจิตและการพยาบาลจิตเวช มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. 2554.
Conway CM, Kelechi TJ. Digital health for medication adherence in adult diabetes or hypertension: an integrative review. JMIR diabetes. 2017, 2(2); e20. doi: 10.2196/diabetes. 8030.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2023 วารสารวิชาการแพทย์เขต 11

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.