ผลของรูปแบบการดำเนินงานสถานที่กักกันตัวที่บ้านแบบมีส่วนร่วมเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี

ผู้แต่ง

  • อรรจน์กร สมเกียรติกุล -

คำสำคัญ:

การกักกันตัวที่บ้าน , การพัฒนารูปแบบ , การมีส่วนร่วมป้องกันการแพร่ระบาด

บทคัดย่อ

          ที่มา: โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่เกิดการแพร่ระบาดและกระจายเชื้ออย่างรวดเร็วไปทุกพื้นที่ทั่วโลกนั้นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อ

          วัตถุประสงค์: เพื่อพัฒนาและประเมินรูปแบบการดำเนินงานสถานที่กักกันตัวที่บ้านแบบมีส่วนร่วม ในการป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)

          วิธีการศึกษา: การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบ่งออกเป็น 3 ขั้นตอน ได้แก่ ขั้นตอนที่ 1 การพัฒนารูปแบบ ขั้นตอนที่ 2 การนำรูปแบบที่พัฒนาไปปฏิบัติโดยการมีส่วนร่วมของบุคลากรสุขภาพและอาสาสมัครสาธารณสุขในพื้นที่ และขั้นตอนที่ 3 การประเมินผลการใช้รูปแบบ กลุ่มเป้าหมายคัดเลือกแบบเฉพาะเจาะจงตามเกณฑ์การคัดเข้าของกลุ่มตัวอย่าง วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณด้วยสถิติเชิงพรรณนา และสถิติค่าที (paired t-test) ดำเนินการศึกษารวม 1 ปี ตั้งแต่เดือน มีนาคม 2563 – กุมภาพันธ์ 2564

          ผลการศึกษา: รูปแบบสถานที่กักกันตัวในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จังหวัดสุราษฎร์ธานี เกิดจากการมีส่วนร่วมของชุมชนและภาคีที่เกี่ยวข้องดำเนินการดังนี้ 1.) กำหนดกลยุทธ์การกักกันตัว 2.) กลวิธีดำเนินงาน ได้แก่ (1) การลงทะเบียนติดตามกลุ่มเสี่ยงผู้ที่เดินทางเข้าจังหวัดผ่านแอพพลิเคชั่น Save Surat ที่เชื่อมต่อกับ Surat Smart Healthcare Application (2) การประเมินและจัดหาสถานที่พัก (3) การเตรียมความพร้อมด้านสถานที่พักและอุปกรณ์เครื่องใช้ (4.) การสื่อสารและการสร้างความเข้าใจ 3.) การปฏิบัติตัวของผู้กักตัว และ 4.) การกำกับติดตาม โดยพบว่าผู้ถูกกักกันตัวทราบวิธีป้องกันตัวจากโรคไวรัสโคโรนา 2019 สูงถึงร้อยละ 97.08 การดูแลและอำนวยความสะดวกในช่วงการกักตัวระดับดีมาก ร้อยละ 95.94 มีความเครียดระดับมากร้อยละ 1.35 มีความพึงพอใจต่อการถูกกักกันตัวในระดับปานกลางถึงมาก ร้อยละ 51.41 และร้อยละ 42.76 ตามลำดับ การประเมินผลลัพธ์ของรูปแบบพบว่าผู้ถูกกักกันให้ความร่วมมือและกักกันตัวครบกำหนด 14 วัน และชุมชนมีส่วนร่วมในการดำเนินการตามมาตรการทุกขั้นตอน โดยไม่เกิดปัญหาการรังเกียจผู้กักกันตัว และให้การดูแลเป็นอย่างดี

          สรุป: รูปแบบการดำเนินงานสถานที่กักกันตัวที่บ้านแบบมีส่วนร่วมได้เกิดประสิทธิผลต่อการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในพื้นที่โดยสามารถขยายผลไปยังพื้นที่และโรคติดต่ออื่นต่อไป

เอกสารอ้างอิง

World Health Organization. WHO guidelines on management of injuries. Geneva: World Health Organization. 2015.

World Health Organization. Coronavirus disease 2019 (COVID-19) situation report-24. 2020. Retrieved from: https://www.who.int/docs/default-source/coronaviruse/situationreports/20200213-sitrep-24-covid-19.pdf?sfvrsn=9a7406a4_4. Accessed August 26, 2020. .

Zhang Y, Ma ZF. Impact of the COVID-19 pandemic on mental health and quality of life among local residents in Liaoning Province, China: A cross-sectional study. Int J Environ Res Public Health. 2020;17(7):2381.

World Health Organization. Naming the coronavirus disease (COVID-2019) and the virus that causes it. search form https://www.who.int/emergencies/diseases/novel-coronavirus2019/technicalguidance/naming-the-coronavirus-disease-(covid-2019)-and-the-virus-that-causes-it. 2020

Signorelli C, Scognamiglio T, Odone A. COVID-19 in Italy: impact of containment measures and prevalence estimates of infection in the general population. Acta biomedica: Atenei Parmensis. 2020;91(3-S):175-9.

Qiu Y, Chen X, Shi W. (2020). Impacts of social and economic factors on the transmission of coronavirus disease 2019 (COVID-19) in China. J Popul Econ. 2020;33:1127-1172.

กลุ่มภารกิจมาตรฐานการกักกัน (QUARANTINE) ศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค. แนวทางบริหารจัดการสถานที่กักกันซึ่งทางราชการกําหนด (Quarantine). 2563;สืบค้นจาก https://ddc.moph.go.th/viralpneumonia/file/g_quarantine/g_quarantine_state210763n.pdf. สืบค้นเมื่อ 10 มีนาคม 2563.

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. ข้อมูลเกี่ยวกับโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)..2563. สืบค้นจาก https://ddc.moph.go.th/viralpneumonia/index.php สืบค้นเมื่อ 12 กุมภาพันธ์ 2563.

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. รายงานสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019. 2563. สืบค้นจาก https://ddc.moph.go.th/viralpneumonia/situation.php. สืบค้นเมื่อ 30 เมษายน 2563.

สํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี. ประกาศเรื่อง การเตรียมความพร้อมป้องกันและควบคุมการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019. 2563. สืบค้นจาก http://soc.soc.go.th/slkupload/v63_89.pdf. สืบค้นเมื่อ 20 มีนาคม 2563.

Liu W, Zhang QI, Chen J, Xiang R, Song H, Shu S, Chen L, Liang L, Zhou J, You L, Wu P. Detection of Covid-19 in children in early January 2020 in Wuhan, China. New England Journal of Medicine. 2020 Apr 2;382(14):1370-1.

Viner RM, Russell SJ, Croker H, Packer J, Ward J, Stansfield C, Mytton O, Bonell C, Booy R. School closure and management practices during coronavirus outbreaks including COVID-19: a rapid systematic review. The Lancet Child & Adolescent Health. 2020 May 1;4(5):397-404.

Chu DK, Akl EA, Duda S, et al. Physical distancing, face masks, and eye protection to prevent person-to-person transmission of SARS-CoV-2 and COVID-19: a systematic review and meta-analysis. Lancet. 2020;395(10242):1973-87.

ธีรพัฒน์ อังศุชวาล. กลไกการอภิบาลทางสาธารณสุขของไทยในการจัดการโควิด-19.วารสารสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร. 2563;16(2).37-75

พระครูศรีปริยัติวิธาน, ดร. ความคิดเห็นของประชาชนต่อการป้องกันและรักษาโรคติดเชื้อโควิด-19 ตามหลักอริยสัจ 4. วารสารศิลปการจัดการ. 2563; 4(3).520-536.

Ahmad N, Ahmad W, Arman R, et al. Community perception survey – COVID 19 knowledge, attitude and practice survey in Kabul, Kunduz and Khost provinces. Retrieved from: https://www.humanitarianresponse.info/sites/www.humanitarianresponse.info/files/assessments/afg_community_perception_survey_covid-19_final_report_johanniter_20042020.pdf. Accessed March 24, 2020.

ปกรณ์ชัย สุพัฒน์พงศธร. วิถีการผลิตกับความมั่นคงของชีวิตจังหวัดศรีสะเกษ. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม 2559; 35(2):107-120

Bavel JJV, Baicker K, Boggio PS, et al. Using social and behavioural science to support COVID-19 pandemic response. Nat Hum Behav. 2020;4(5):460-471.

คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. Behavioral Insights ของครัวเรือนไทยภายใต้สถานการณ์ COVID-19: ภายใต้การสนับสนุนของสํานักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) และสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.). 2563. สืบค้นจาก:https://drive.google.com/file/d/1s-tvSan9LHnDWbfbs4t8vIeqWAJw4ekj/view. สืบค้นเมื่อ 12 เมษายน 2563.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2022-06-27

รูปแบบการอ้างอิง

สมเกียรติกุล อ. . . . (2022). ผลของรูปแบบการดำเนินงานสถานที่กักกันตัวที่บ้านแบบมีส่วนร่วมเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี. วารสารวิชาการแพทย์เขต 11, 36(1). สืบค้น จาก https://he02.tci-thaijo.org/index.php/Reg11MedJ/article/view/258333

ฉบับ

ประเภทบทความ

นิพนธ์ต้นฉบับ