การพัฒนารูปแบบการพยาบาลผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันชนิด STEMI ในสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 งานอุบัติเหตุและฉุกเฉิน โรงพยาบาลพระพุทธบาท
DOI:
https://doi.org/10.14456/reg11med.2022.15คำสำคัญ:
การพัฒนารูปแบบการพยาบาล, STEMI, การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019บทคัดย่อ
ที่มา: โรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันชนิด ST Segment ยกขึ้น Acute Myocardial Infarction with ST-Segment Elevation; STEMI) เป็นสาเหตุของการเสียชีวิตสำคัญของประชากรทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยซึ่งพบว่าปี 2561- 2563 มีอัตราการตาย 31.8, 31.0 และ 32.6 ต่อแสนประชากร และการระบาดอย่างรุนแรงของโรคติดเชื้อโคโรนาไวรัส 2019 ส่งผลให้การรักษาพยาบาลแบบช่องทางด่วนผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันชนิด STEMI (Fast track STEMI) และการเปิดขยายหลอดเลือดมีความล่าช้า ผู้วิจัยจึงสนใจศึกษาสถานการณ์และพัฒนารูปแบบการพยาบาล
วัตถุประสงค์: เพื่อพัฒนารูปแบบการพยาบาลผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันชนิด STEMI ในสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 และศึกษาผลการใช้รูปแบบที่พัฒนาขึ้น
วิธีการศึกษา: เป็นการวิจัยและพัฒนา กลุ่มตัวอย่างคือ 1) พยาบาลวิชาชีพ 26 คน และ 2) ผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันชนิด STEMI จำนวน 20 ราย ดำเนินการวิจัย 4 ระยะ 1) วิเคราะห์สถานการณ์ 2) พัฒนารูปแบบแนวปฏิบัติการพยาบาล 3) นำแนวปฏิบัติที่พัฒนาขึ้นไปทดลองใช้ 4) นำแนวปฏิบัติที่ปรับปรุงแล้วไปใช้ และประเมินผล
ผลการศึกษา: หลังการใช้รูปแบบการพยาบาลผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันชนิด STEMI ในสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พยาบาลวิชาชีพมีความรู้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P< .01) มีความพึงพอใจต่อการใช้แนวปฏิบัติระดับมากที่สุด (Mean 4.64, SD 0.18) และ มีผลลัพธ์ทางคลินิกที่ดีขึ้น ระยะเวลาที่ผู้ป่วยมาถึงโรงพยาบาลจนได้รับการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (door to EKG time) < 10 นาที = 85% และระยะเวลาที่ผู้ป่วยมาถึงโรงพยาบาลจนได้รับยาละลายลิ่มเลือด (door to needle time) < 30 นาที = 45 % ผู้ป่วย/ครอบครัวมีความพึงพอใจระดับมาก (Mean 4.36, SD 0.483)
สรุป: การใช้รูปแบบการพยาบาลผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันชนิด STEMI ในสถาน การณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ช่วยให้พยาบาลมีมาตรฐานและปรับวิธีการปฏิบัติการพยาบาล ได้สอดคล้องกับสถานการณ์และเป้าหมายการรักษา ทำให้ผู้ป่วยปลอดภัย ได้รับการเปิดหลอดเลือดหัวใจโดยใช้ยาละลายลิ่มเลือดในเวลาที่เหมาะสม
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2022 วารสารวิชาการแพทย์เขต 11

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.