การพัฒนารูปแบบการสร้างสุขภาพดีวิถีใหม่ วิถีธรรม วิถีไทย วิถีเศรษฐกิจพอเพียง จังหวัดสุราษฎร์ธานี
คำสำคัญ:
โรคเบาหวาน, โรคความดันโลหิตสูง , รูปแบบการสร้างสุขภาพบทคัดย่อ
วัตถุประสงค์: เพื่อพัฒนารูปแบบและประเมินผลการสร้างสุขภาพดีวิถีใหม่ วิถีธรรม วิถีไทย วิถีเศรษฐกิจพอเพียง และศึกษาความพึงพอใจต่อรูปแบบการสร้างสุขภาพ ของผู้ป่วยโรคเบาหวาน และโรคความดันโลหิตสูง
วิธีการศึกษา: การวิจัยนี้เป็นการวิจัยและพัฒนา กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ป่วยโรคเบาหวาน และโรคความดันโลหิตสูง ที่มารักษาที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล 7 แห่ง และศูนย์สุขภาพชุมชนโรงพยาบาลพุนพิน 1 แห่ง เลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง แบ่งเป็นผู้ป่วยโรคเบาหวาน และโรคความดันโลหิตสูง กลุ่มทดลอง จำนวน 80 คน/โรค และกลุ่มเปรียบเทียบ จำนวน 80 คน/โรค เก็บรวบรวมข้อมูลโดยแบบทดสอบการสร้างสุขภาพ และแบบบันทึกภาวะสุขภาพ ระหว่างเดือนกรกฎาคม 2565 – ตุลาคม 2565 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา การทดสอบไคสแคว์ และการทดสอบที
ผลการศึกษา:
- รูปแบบการสร้างสุขภาพดีวิถีใหม่ วิถีธรรม วิถีไทย วิถีเศรษฐกิจพอเพียง ประกอบด้วย 1) การอบรมและฝึกปฏิบัติการสร้างสุขภาพดีวิถีใหม่ วิถีธรรม วิถีไทย วิถีเศรษฐกิจพอเพียง 2) การปฏิบัติตนของผู้ป่วยในแต่ละวันตามหลักการสร้างสุขภาพ 3) การติดตาม เยี่ยมเสริมพลังผู้ป่วยเป็นระยะๆ และ 4) การประเมินผล
- ประสิทธิผลรูปแบบที่พัฒนา พบว่า รูปแบบที่พัฒนานี้ทำให้ผู้ป่วยโรคเบาหวานมีความรู้เกี่ยวกับโรคเบาหวาน พฤติกรรมสุขภาพ เส้นรอบเอว และระดับน้ำตาลในเลือด ดีกว่าก่อนการสร้างสุขภาพ และดีกว่าการสร้างสุขภาพแบบเดิม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P-value < 0.05) (ยกเว้นเรื่องดัชนีมวลกายไม่แตกต่างกัน) นอกจากนี้ ทำให้ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงมีความรู้เกี่ยวกับโรคความดันโลหิตสูง พฤติกรรมสุขภาพ เส้นรอบเอว ระดับความดันโลหิต Systolic และ Diastolic ดีกว่าก่อนการได้รับสร้างสุขภาพ และดีกว่าการสร้างสุขภาพแบบเดิม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P-value < 0.05) (ยกเว้นเรื่องดัชนีมวลกายไม่แตกต่างกัน)
- ผู้ป่วยโรคเบาหวาน และโรคความดันโลหิตสูงมีความพึงพอใจต่อรูปแบบการสร้างสุขภาพที่พัฒนาขึ้นในระดับมาก ร้อยละ 81.2 และ 72.5 ตามลำดับ
สรุป: รูปแบบการสร้างสุขภาพดีวิถีใหม่ วิถีธรรม วิถีไทย วิถีเศรษฐกิจพอเพียงนี้ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการสร้างสุขภาพผู้ป่วยโรคเบาหวาน และโรคความดันโลหิตสูง ต่อไป
เอกสารอ้างอิง
อััมพา สุุทธิิจำรููญ. มาตรฐานคลิินิิกเบาหวานของประเทศไทย. วารสารเบาหวาน. 2565; 54(1): 19–22.
วรรณี นิธิยานันท์. ไทยป่วยเบาหวานพุ่งสูงต่อเนื่อง แตะ 4.8 ล้านคน ชี้ ‘เนือยนิ่ง-อ้วน-อายุมาก’ ต้นเหตุ. (ระบบออนไลน์). แหล่งที่มา https://www.hfocus.org/content/2019/11/18014 (วันที่ค้นข้อมูล 10 สิงหาคม 2565).
กองโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค. ผลสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกายครั้งที่ 6 พ.ศ. 2562-2563. (ระบบออนไลน์). แหล่งที่มา https://gnews.apps.go.th/news?news=113518 (วันที่ค้นข้อมูล 12 กันยายน 2565).
Weber, M. A., et al. Clinical practice guidelines for the management of hypertension in the community: A statement by the American Society of Hypertension and the International Society of Hypertension. (online). Available from http://www.ash-us.org/documents/ ash_ish-guidelines_2013.pdf (Retrieved August 2, 2022)
สถาบันวิจัยและประเมินเทคโนโลยีทางการแพทย์ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข. สถานการณ์โรคเบาหวาน/ความดันโลหิตสูงและภาวะแทรกซ้อนในประเทศไทย. (ออนไลน). แหลงที่มา http:// www.dms.moph.go.th/imrta/images/data/doc_dm_ ht.pdf (สืบค้นเมื่อ 12 ตุลาคม 2564)
สำนักงานสาธารณสุขอำเภอพุนพิน. สถานการณ์โรคเบาหวาน และโรคความดันโลหิตสูง อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ปี 2564. สุราษฎร์ธานี: สำนักงานสาธารณสุขอำเภอพุนพิน. 2565
สำนักบริหารยุทธศาสตร์สุขภาพดีวิถีชีวิตไทย. เอกสารประกอบการอบรมวิทยากร เพื่อการสร้างเสริม สุขภาพป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อเรื้อรังและไวรัสโคโรนา 2019. 2564.
จรณิต แก้วกังวาล, ประตาป สิงหศิวานนท์. ขนาดกลุ่มตัวอย่างในการวิจัยทางคลินิก. ใน พรรณี ปิติสุทธิธรรม, และชยันต์ พิเชียรสุนทร (บ.ก.), ตำราการวิจัยทางคลินิก คณะเวชศาสตร์เขตร้อนมหาวิทยาลัยมหิดล 2554; 107-143.
อุทัย สุดสุข, ธีรพร สถิรอังกูร, พัชรีย์ กลัดจอมพงษ์, บุษบา ใจกล้า. พัฒนารูปแบบการสร้างเสริมสุขภาพดีวิถีพุทธ เพื่อป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง. วารสารวิชาการสาธารณสุข, 2564; 30(3): 438-50.
World Health Assembly. Strengthening integrated, people-centred health services. WHA. 2016; 69(24).
วรรณรา ชื่นวัฒนา, ณิชานาฏ สอนภักดี. พฤติกรรมการดูแลสุขภาพตนเองของผู้ป่วยโรคเบาหวาน ตำบลบางแม่นาง อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยปทุมธานี, 2557; 6(3): 163-70.
แพทย์พงษ์ วรพงศ์พิเชษฐ์. สวดมนต์และสมาธิบำบัดเพื่อการรักษาโรค. นนทบุรี: กองการแพทย์ทางเลือก กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก. 2558.
จันทร์จิรา วสุนทราวัฒน์. ผลที่เกิดขึ้นกับร่างกาย จิตใจและสังคมของผู้สูงอายุ จากการสวดมนต์ และแผ่เมตตาเป็นประจำและต่อเนื่อง. รายงานวิจัย. 2557.
สุภาพ อิ่มอ้วน. ผลการสวดมนต์ต่อการควบคุมโรคความดันโลหิตในผู้ป่วยความดันโลหิตสูง.วารสารการพยาบาลและการดูแลสุขภาพ. 2558; 33(2): 50-61.
กิจจ์ศรัณย์ จันทร์โป๊. ผลการสวดมนต์ตามแนวพุทธศาสนา และการทำสมาธิแบบอานาปานสติที่มีความเครียด ของนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. 2556.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2022 วารสารวิชาการแพทย์เขต 11

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.