การฟื้นฟูภาวะข้อไหล่ติดในผู้สูงอายุในเขตโรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี

ผู้แต่ง

  • นิลุบล ลือชาเกียรติศักดิ์ โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี

คำสำคัญ:

ผู้สูงอายุ, ข้อไหล่ติด , ท่าการบริหารข้อไหล่ติด

บทคัดย่อ

ที่มา:  การปวดข้อไหล่ที่เรื้อรังในผู้สูงอายุที่เกิดจากความเสื่อมของเอ็นรอบข้อและปลายกระดูกไหปลาร้าที่อยู่ติดกับข้อไหล่ที่มีหินปูนเกาะทำให้เกิดภาวะข้อไหล่ติดหรือเคลื่อนไหวไม่สุดในผู้สูงอายุปัจจัยเหล่านี้ทำให้ผู้สูงอายุเคลื่อนไหวร่างกายลดลงและถ้าปล่อยเป็นระยะเวลานานจะเกิดภาวะข้อติดและพิการได้

วัตถุประสงค์:  เพื่อศึกษาและฟื้นฟูภาวะข้อไหล่ติดในผู้สูงอายุในเขตโรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี โดยใช้ท่าการบริหารข้อไหล่ติด เพื่อเปรียบเทียบองศาการเคลื่อนไหวของข้อไหล่ในผู้สูงอายุที่มีภาวะข้อไหล่ติด ระหว่างก่อนและหลังใช้ท่าการบริหารข้อไหล่ติด และเพื่อศึกษาความพึงพอใจของผู้สูงอายุที่มีภาวะข้อไหล่ติดภายหลังการใช้ท่าการบริหารข้อไหล่ติด

ระเบียบวิธีวิจัย: การวิจัยกึ่งทดลอง กลุ่มตัวอย่าง ผู้สูงอายุที่มีอายุระหว่าง 60-69 ปี ที่อยู่อาศัยอยู่ในเขตความรับผิดชอบของโรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี ในปี 2565 และมีปัญหาการเคลื่อนไหวของข้อไหล่ มีค่าองศาการเคลื่อนไหวของข้อไหล่อยู่ในช่วง 120-149 องศา จากการประเมินด้วยเครื่องมือ Thai arthrometric navigator Scale หรือ TAN scale จำนวน 85 คน เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาคือแบบสอบถาม และท่าการบริหารข้อไหล่ติดของแผนกเวชศาสตร์ครอบครัวและแพทย์บูรณาการ คลินิกแพทย์แผนไทยประยุกต์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล  วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนาและเปรียบเทียบค่าองศาการเคลื่อนไหวของข้อไหล่ก่อนและหลังการทดลองด้วยสถิติ Paired sample  t-test

ผลการวิจัย: พบว่ากลุ่มตัวอย่างบริหารข้อไหล่โดยใช้ท่าบริหารข้อไหล่ติด ท่าละ 10 ครั้ง จำนวน4ท่า  วันละ2 ครั้ง เช้าเย็น รวมเป็นเวลา 8 สัปดาห์ คิดเป็นร้อยละ100 หลังการบริหารข้อไหล่โดยใช้ท่าบริหารข้อไหล่ติด ผู้สูงอายุมีองศาการเคลื่อนไหวของข้อไหล่ทั้ง2ข้างเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ P<.001 โดยก่อนการบริหารข้อไหล่โดยใช้ท่าบริหารข้อไหล่ติด ระดับองศาการเคลื่อนไหวข้อไหล่ขวาและข้อไหลซ้ายของผู้สูงอายุมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 133.23,137.18 หลังการบริหารข้อไหล่ติดโดยใช้ท่าบริหารข้อไหล่ติด ระดับองศาการเคลื่อนไหวของข้อไหล่ขวาและข้อไหล่ซ้ายเพิ่มมีค่าเฉลี่ยขึ้นเป็น 158.16,161.35 ตามลำดับ และความพึงพอใจของกลุ่มตัวอย่างต่อการใช้ท่าบริหารข้อไหล่ติดโดยรวมอยู่ในระดับดีมาก (X=3.83, S.D. =0.882)

 สรุปผล: การใช้ท่ากายบริหารข้อไหล่ติดในกลุ่มผู้สูงอายุสามารถทำให้เกิดการฟื้นฟูและแก้ปัญหาภาวะการเคลื่อนไหวของข้อไหล่ติดทั้งสองข้างเพิ่มขึ้นและมีความพอใจอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ

เอกสารอ้างอิง

สํานักโรคไม่ติดต่อ กระทรวงสาธารณสุข. สถานการณ์การตายและการป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อ [อินเทอร์เน็ต] 2557 [เข้าถึงเมื่อ 20 มีนาคม 2560]. เข้าถึงได้จาก: http://www.thaincd. com/ document/ file/download/papermanual/Annual report-2014.pdf.

Morris PE.(2007). Moving our critically ill patients: mobility barriers and benefits. Crit Care Clin. 23: 1-20.

Truong AD, Fan E, Brower RG, NeedlhamDM. .(2009).Review bench-to-bedside review: mobilizing patients in the intensive care unit – from pathophysiology to clinical trials. Crit Care. 13(216): 1-8.

Lin CC, Moseley AM, Refshauge KM, Haas M, Herbert RD. (2016). Effectiveness of joint mobilization after cast immobilization for ankle fracture: a protocol for a randomized controlled trial. BMCMusculoskel Dis 7(46): 1-10.

จิรวรรณชูทิพย์.(2548). ผลเสียของภาวะขาดการเคลื่อนไหวต่อระบบต่างๆของร่างกาย: Bodily response to immobility. ใน: วิภาวรรณลีลาสำราญ, วุฒิชัยเพิ่มศิริวาณิชย์, บรรณาธิการ. การฟื้นฟูผู้ป่วยโรคทางกระดูกและข้อ : Rehabilitation in orthopaedic patients. สงขลา: ชานเมืองการพิมพ์.น. 1-10.

สันติ อัศวพลังชัย. การออกกำลังกายเพื่อการรักษา. ใน: กิ่งแก้วปาจรีย์, บรรณาธิการ. เวชศาสตร์การฟื้นฟูสำหรับเวชปฏิบัติทั่วไป. กรุงเทพมหานคร: ห้างหุ้นส่วนจำกัดเอ็น.พี.เพรสน. 57-66.

Schwartz I, Tsenter J, Shochina M, Shiri S, Kedary M, Katz-Leurer M, et al. .(2007).Rehabilitation outcomes of terror victims with multiple traumas. Arch Phys Med Rehabil. 88: 440

Harding P, Rasekaba T, Smirneos L, Holland AE. (2011). Early mobilization for elbow fractures in adults (reviews). The Cochrane Collaboration. 6: 1-24.

ณชมน สืบซุย, จิราพร ทรงพระ, นุชจรีย์ สิงห์เกิด, รวิภา เครือแสง. (2562). ประสิทธิผลของนวัตกรรมเอสเคโมเดลเพื่อลดอาการข้อไหล่ติดในผู้สูงอายุตำบลแสลงพัน อำเภอวังม่วง จังหวัดสระบุรี. วารสารก้าวทันโลกวิทยาศาสตร์.19(2): 85-101.

Belyea BC, Greenberger HB. (2012). Physical therapy for musculoskeletal conditions. In: Michael AP Editor. Introduction to physical therapy.4th ed. St. Louis, MO: Elsevier Mosby;p. 173-12.

Garzon-Serrano J, Ryan C, Waak K, Hirschberg R, Tully S, Bittner EA, et al. (2011).Early mobilization in critical iii patients: patients’ mobilization level depends on health care provider’s profession. Arch Phys Med Rehabil; 3: 307-31.

Zomorodi M, Topley D, McAnawM..(2012). Developing a mobility protocol for early mobilization of patients in a surgical/trauma icu. Crit Care Res Pract. 1-10.

พรลักษณ์ แพเพชร์เสือโต , ศิริรัตน์ เกียรติกูลานุสรณ์ และนงนุช ล่วงพ้น. ความสัมพันธ์ระหว่างการรับความรู้สึกข้อต่อกับความสามารถในการทรงตัวในผู้สูงอายุ.บูรพาเวชสาร ปีที่ 6 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม - ธันวาคม 2562 สาขาวิชากายภาพบำบัด คณะสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ชลบุรี ประเทศไทย[ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก https://he01.tci-thaijo.org/index.php/BJmed/article/view/231290. (วันที่ค้นข้อมูล: 25 ตุลาคม 2564).

ปาริฉัตรประจะเนย์(2546). ข้อไหล่ติดแข็ง. วารสารศูนย์บริการวิชาการ.11:11-14

รัชนีกรใจคําสืบ, ชวนพิศแสวงรุจิธรรม, อัมพรพงษ์เทพนิวัติ(2558). วงล้อจักรยานเพื่อเพิ่มองศาการเคลื่อนไหวข้อไหล่สําหรับผู้ป่วยผ่าตัดมะเร็งเต้านมอุตรดิตถ์: โรงพยาบาลอุตรดิตถ์.

รุ่งทิพย์พันธุเมธากุล, สุภาภรณ์ผดุงกิจ, สาวิตรีวันเพ็ญ, จตุรัตน์กันต์พิทยา, ธงชัยประฏิภาณวัตร,มณเฑียรพันธุเมธากุล. (2554). ผลระยะสั้นของการออกกําลังกายแบบชักรอกต่อภาวะข้อ

ลัดดาวัลย์ ชูทองและยามีละ ดอแม.(2564).การพัฒนาความสามารถในการประกอบกิจวัตรประจำวันขั้นพื้นฐานของผู้สูงอายุติดเตียงก่อนและหลังพัฒนาคุณภาพชีวิตด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทย.วารสารวิจัยและพัฒนาวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ สาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ปีที่ 16 ฉบับที่ 3 กันยายน - ธันวาคม พ.ศ. 2564 [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จากhttps://so06.tci-thaijo.org/index.php/vrurdistjournal/article/view/251413(วันที่ค้นข้อมูล:21ตุลาคม 2564).

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2023-03-31

รูปแบบการอ้างอิง

ลือชาเกียรติศักดิ์ น. . (2023). การฟื้นฟูภาวะข้อไหล่ติดในผู้สูงอายุในเขตโรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี. วารสารวิชาการแพทย์เขต 11, 37(1), 124–139. สืบค้น จาก https://he02.tci-thaijo.org/index.php/Reg11MedJ/article/view/261862

ฉบับ

ประเภทบทความ

นิพนธ์ต้นฉบับ