ปัจจัยบริหารที่มีความสัมพันธ์ต่อการปฏิบัติงานของครูด้านการส่งเสริมสุขภาพช่องปากเด็กวัยเรียน ในเครือข่ายโรงเรียนเด็กไทยฟันดี อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี
คำสำคัญ:
ปัจจัยบริหาร, กระบวนการบริหาร , การส่งเสริมสุขภาพช่องปากบทคัดย่อ
ที่มา: โรคฟันผุและโรคเหงือกอักเสบเป็นปัญหาสำคัญทางทันตสุขภาพที่พบมากในเด็กวัยเรียน ซึ่งเป็นโรคที่สามารถป้องกันได้ การพัฒนาระบบงานส่งเสริมสุขภาพช่องปากเด็กวัยเรียนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและมีความยั่งยืน ประกอบด้วยหลายปัจจัยในการสนับสนุนการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพช่องปาก
วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาปัจจัยบริหารและกระบวนการบริหารที่มีความสัมพันธ์ต่อการปฏิบัติงานของครู ด้านการส่งเสริมสุขภาพช่องปากเด็กวัยเรียน ในเครือข่ายโรงเรียนเด็กไทยฟันดี อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี
วิธีการศึกษา: การวิจัยเชิงสำรวจ กลุ่มประชากรที่ศึกษาคือครูทุกคนที่ปฏิบัติงานด้านการส่งเสริมสุขภาพ ช่องปากเด็กวัยเรียนในเครือข่ายโรงเรียนเด็กไทยฟันดี อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี ปีการศึกษา 2566 จำนวน 114 คน เก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม วิเคราะห์ค่าความเชื่อมั่นโดยใช้สูตรสัมประสิทธิ์แอลฟ่าของครอนบาคมีค่าเท่ากับ 0. 976 วิเคราะห์ความสัมพันธ์โดยใช้สถิติสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน
ผลการศึกษา: ปัจจัยบริหาร กระบวนการบริหาร และการปฏิบัติงานของครูด้านการส่งเสริมสุขภาพช่องปาก มีค่าคะแนนเฉลี่ยในระดับสูง (= 4.48, S.D.=0.437, = 4.51, S.D.= 0.419 และ= 4.37, S.D.=0.552 ตามลำดับ) ผลการวิเคราะห์ความสัมพันธ์พบว่า ปัจจัยบริหารและกระบวน
การบริหารมีความสัมพันธ์ทางบวกกับการปฏิบัติงานของครูด้านการส่งเสริมสุขภาพช่องปากเด็กวัยเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (r = 0.739, p-value <0.001 และ r = 0.813, p-value = <0.001)
สรุป: ปัจจัยบริหารและกระบวนการบริหารมีความสัมพันธ์ทางบวกกับการปฏิบัติงานของครูด้านการส่งเสริมสุขภาพช่องปากเด็กวัยเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ดังนั้นผู้บริหารควรให้การสนับสนุนปัจจัยบริหารอย่างเพียงพอและต่อเนื่อง มีการประสานงานองค์กรหน่วยงานที่รับผิดชอบเพื่อให้การปฏิบัติงานมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น
เอกสารอ้างอิง
สำนักทันตสาธารณสุข กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. คู่มือประเมินเครือข่ายโรงเรียนเด็กไทยฟันดี. นนทบุรี: กระทรวงสาธารณสุข; 2558.
สำนักทันตสาธารณสุข กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. รายงานผลการสำรวจสภาวะสุขภาพช่องปากแห่งชาติ ครั้งที่ 8 ประเทศไทย พ.ศ.2560. นนทบุรี : กระทรวงสาธารณสุข;2561.
Gao J, Ruan J, Zhao L, Zhou H, Huang R, & Tian J. Oral health status and oral health knowledge, attitudes and behavior among rural children in Shaanxi, western China: a cross-sectional survey. BMC Oral Health, 2014;14:144-150.
Weihrich H, Koontz H. Management: a global perspective. 10th ed. New York: McGraw-Hill; 1993.
Gulick L, Urwick L. Paper on the Science of Administration. New York: Columbia University; 1973.
Best JW. Research in education. 3rd ed. New Jersey: Prentice Hall; 1977.
Wiersma W, Jurs S.G. Research method in education. 9th ed. Boston: Pearson;2009.
จุฑารัตน์ รัศมีเหลืองอ่อน. ประเมินผลโครงการพัฒนาเครือข่ายเด็กไทยฟันดี อำเภอเถิน จังหวัดลำปาง พ.ศ. 2551-2555. ว. ทันตสาธารณสุข, 2557;19(2):63-74.
Reddy M, Singh S. The promotion of oral health in health-promoting schools in KwaZulu Natal Province, South Africa. S Afr J Child Health,2017;11(1):16-20.
กิตติคุณ บัวบาน. การประเมินผลโครงการส่งเสริมสุขภาพช่องปากเด็กวัยเรียน ในเครือข่ายโรงเรียนเด็กไทยฟันดี ตำบลขะเนจื้อ อำเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก. วารสารทันตสาธารณสุข, 2561;23(1):12-25.
Fayol H. General and Industrial Management. London: Pitman and Sons; 1964.
ณัฐกฤตา ผลอ้อ. การพัฒนาการส่งเสริมทันตสุขภาพในลักษณะเครือข่ายโรงเรียนเด็กไทยฟันดี ตำบลทรายมูล-หนองกุง โดยชุมชนมีส่วนร่วม อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น. วารสารทันตาภิบาล,2560;28(1):114-131.
จินดา พรหมทา. พัฒนาการการทำงานการส่งเสริมสุขภาพช่องปากในโรงเรียนประถมศึกษา ตามโครงการสำนักทันตสาธารณสุข กรมอนามัย ของอำเภอจอมพระ จังหวัดสุรินทร์. ว. ทันตสาธารณสุข, 2559;21(1):80-86.
สำนักทันตสาธารณสุข กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. แนวทางการดำเนินงานทันตสาธารณสุข ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 [อินเทอร์เน็ต]. [เข้าถึงเมื่อ 5 พฤษภาคม 2566]. เข้าถึงได้จาก:https://dental.anamai.moph.go.th
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2023 วารสารวิชาการแพทย์เขต 11

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.