ผลของแอปพลิเคชันไลน์โนติฟายและการส่งเสริมการดูแลตัวเองของผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 โรงพยาบาลถ้ำพรรณรา จังหวัดนครศรีธรรมราช

ผู้แต่ง

  • วุฒิศักดิ์ ปรีดาศักดิ์ โรงพยาบาลถ้ำพรรณรา จังหวัดนครศรีธรรมราช

คำสำคัญ:

แอปพลิเคชันไลน์โนติฟาย, ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2, ระดับน้ำตาลสะสม, ความสม่ำเสมอในการรับประทานยา

บทคัดย่อ

ที่มา: ผู้ป่วยเบาหวานที่ควบคุมระดับน้ำตาลไม่ได้มีผลกระทบทางตรงและทางอ้อมต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด ส่งผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อนตามมา ดังนั้นผู้ป่วยมีความจำเป็นต้องมีความรู้และทักษะในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้ได้ตามเป้าหมายการรักษา การใช้เทคโนโลยีให้ความรู้ด้านสุขภาพเป็นทางเลือกที่เหมาะสมสะดวกเข้าถึงง่ายในยุคปัจจุบัน 

วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาประสิทธิภาพของแอปพลิเคชันไลน์โนติฟายต่อระดับน้ำตาลสะสมในเลือดและค่าความร่วมมือในการใช้ยาของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2

วิธีการศึกษา: การศึกษานี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง โดยแบ่งเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมกลุ่มละ 33 คน รวมทั้งหมด 66 คน เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ ระดับน้ำตาลสะสมในเลือดและค่าความร่วมมือในการใช้ยา เพื่อศึกษาผลของแอปพลิเคชันไลน์โนติฟายที่มีการประยุกต์ใช้หลักการการใช้เทคโนโลยีในให้ความรู้และการติดตามดูแลผลการรักษาผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 วิเคราะห์ข้อมูลเปรียบเทียบโดยใช้สถิติ Chi-square, Independent t-test และ Paired t-test

ผลการวิจัย: พบว่าผู้ป่วยกลุ่มที่ใช้แอปพลิเคชันไลน์โนติฟาย มีค่าเฉลี่ยระดับน้ำตาลสะสมในเลือดหลังการศึกษา 3 เดือน(7.46±1.32) และ 6 เดือน(6.93±0.99) ค่าความร่วมมือในการใช้ยาหลังการศึกษา 3 เดือน(5.73±0.51) และ 6 เดือน(7.86±0.20) แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ(P-value <0.001)เปรียบเทียบกลุ่มควบคุมมีค่าเฉลี่ยระดับน้ำตาลสะสมในเลือดหลังการศึกษา 3 เดือน(10.10±1.74) และ 6 เดือน(9.58±1.45) ค่าความร่วมมือในการใช้ยาหลังการศึกษา 3 เดือน(4.35±0.82) และ 6 เดือน(4.58±0.99)

สรุป: แอปพลิเคชันไลน์โนติฟายสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการดูแลรักษาและติดตามผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ได้

เอกสารอ้างอิง

World Health Organization. Diabetes[Internet] 2021. [cited 2023 June 30]. Available from: https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/diabetes.

International Diabetes Federation. Worldwide toll of diabetes [Internet] 2021. [cited 2023 June 30].Available from: https://www.diabetesatlas.org/en/sections/worldwide-toll-of-diabetes.html

สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย. แนวทางเวชปฏิบัติสำหรับโรคเบาหวาน พ.ศ. 2566. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพมหานคร:ศรีเมืองการพิมพ์; 2566.

คนไทยเป็นโรคเบาหวาน 5.2 ล้านคน มีผู้ป่วยด้วยโรคอ้วนกว่า 20 ล้านคน[อินเทอร์เน็ต]. [เข้าถึงเมื่อ 30 มิถุนายน 2566]. เข้าถึงได้จาก: https://www.hfocus.org/content/2023/11/28893

กองโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรคกระทรวงสาธารณสุข. ทบทวนตัวชี้วัดเพื่อกำกับติดตามคุณภาพบริการด้านโรคไม่ติดต่อ พ.ศ. 2563-2566 [อินเทอร์เน็ต]. [เข้าถึงเมื่อ 30 มิถุนายน 2566]. เข้าถึงได้จาก: http://www.thaincd.com/2016/media-detail.php?id=14486&gid=1-015-005

ข้อมูล (Health Data Center - HDC) สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครศรีธรรมราช ปีพ.ศ. 2564-2566 [อินเทอร์เน็ต]. [เข้าถึงเมื่อ 30 มิถุนายน 2566]. เข้าถึงได้จาก: :https://nrt.hdc.moph.go.th/hdc/reports/page_kpi.php?flag_kpi_level=9&flag_kpi_year=2023

World Health Organization. Adherence to long-term therapies: Evidence for action [Internet]. Genève, Switzerland: World Health Organization; 2003 [cited 2023 June 30]. Available from: https://apps.who.int/iris/handle/10665/42682.

กระทรวงสาธารณสุข. ยุทธศาสตร์สุขภาพดิจิทัลกระทรวงสาธารณสุข (พ.ศ. 2564-2568) [อินเทอร์เน็ต]. [เข้าถึงเมื่อ 30มิถุนายน 2566]. เข้าถึงได้จาก: https://ict.moph.go.th/upload_file/files/97c2287c8f04e13f81fec13e431e7a5e.pdf

Dermkhuntod N, Kwancharoen R, Chuantantikamol C, Paholpak P, Suraamornkul S. Effects of Telehealth Monitoring on Glycemic Control and Medication Adherence in Patients with Poorly Controlled Type 2 Diabetes. Vajira Med J Urban Med. 2021;65(Suppl Nov):S75-90.

นงค์ลักษณ์ อิงคมณี, ศศิมา กุสุมา ณ อยุธยา, วิมลรัตน์ ภู่วราวุฒิพานิช, ธวัชชัย พีรพัฒน์ดิษฐ์. ประสิทธิผลของโปรแกรมส่งเสริมความสามารถในการแก้ไขปัญหาต่อความสม่ำเสมอในการรับประทานยาในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2. ว พยาบาลศาสตร์. 2554;29(2):56–64.

สุนิสา คำประสิทธิ์. ผลการพัฒนาศักยภาพครอบครัวที่มีสมาชิกเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 โดยใช้กระบวนการพยาบาลครอบครัวและการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม. ว ชัยภูมิเวชสาร. 2561;38(3):39–49.

สิระ บูชา. ประสิทธิผลการเยี่ยมบ้านโดยเภสัชกรที่มีต่อความร่วมมือในการใช้ยาและการควบคุมระดับน้ำตาลสะสมในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 อำเภอเต่างอย จังหวัดสกลนคร. วารสารวิจัยและพัฒนาระบบสุขภาพ. 2565;15(1):1–16.

วุฒิไกรกร พิมาย. ประสิทธิผลของโปรแกรมกระตุ้นความร่วมมือในการใช้ยาที่มีต่อระดับน้ำตาลสะสมในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ควบคุมไม่ดีในหน่วยบริการปฐมภูมิ. วารสารระบบบริการปฐมภูมิและเวชศาสตร์ครอบครัว. 2567;7(1):1–11.

แซ่ตั้ง ธัญญาลักษณ์. ประสิทธิผลในการควบคุมระดับน้ำตาลโดยการใช้ระบบการติดตามแบบทางไกลและการให้ข้อมูลป้อนกลับอย่างเป็นระบบในผู้เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 ที่รักษาด้วยอินซูลิน และควบคุมระดับน้ำตาลไม่ถึงเป้าหมาย [วิทยานิพนธ์มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย]. Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD). 2565;6737. ลิงก์: https://digital.car.chula.ac.th/chulaetd/6737.

พันธวี คำสาว, วลัยภรณ์ กุลวงค์, บุญยัง ขันทะหัด. การพัฒนารูปแบบการดูแลผู้สูงอายุโรคเบาหวาน อำเภอบ้านม่วง จังหวัดสกลนคร.วารสารโรงพยาบาลสกลนคร.2566 ;26(2):14–27.

ศิโรรัตน์ วงค์ประไพ. โปรแกรมการรับรู้สมรรถนะแห่งตนเองในการใช้เทคโนโลยีระบบโทรเวชกรรม (Telemedicine) เพื่อติดตามรักษาอาการผู้ป่วยโรคเบาหวาน คลินิกโรคเรื้อรัง โรงพยาบาลเคียนซา จังหวัดสุราษฎร์ธานี. วารสารวิจัยและนวัตกรรมทางสุขภาพ. 2567;7(1):e267293-e267293.

พวงเพชร เหล่าประสิทธิ์. การพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยเบาหวานที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ได้ของโรงพยาบาลชุมชนและเครือข่าย.วารสารวิชาการแพทย์เขต11. 2566;37(1):32–48.

ชานนท์ เชาวะรรมรงสกุล. การพัฒนารูปแบบส่งเสริมการดูแลตนเองของผู้ป่วยโรคเบาหวานโรงพยาบาลสีดา. วารสารศูนย์อนามัยที่ 9. 2563;9(14):314–329.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2024-09-26

รูปแบบการอ้างอิง

ปรีดาศักดิ์ ว. (2024). ผลของแอปพลิเคชันไลน์โนติฟายและการส่งเสริมการดูแลตัวเองของผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 โรงพยาบาลถ้ำพรรณรา จังหวัดนครศรีธรรมราช. วารสารวิชาการแพทย์เขต 11, 38(3), 35–48. สืบค้น จาก https://he02.tci-thaijo.org/index.php/Reg11MedJ/article/view/271333

ฉบับ

ประเภทบทความ

นิพนธ์ต้นฉบับ