ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการได้รับยาละลายลิ่มเลือดภายใน 45 นาที ในผู้ป่วยหลอดเลือดสมองตีบเฉียบพลัน ณ ห้องฉุกเฉิน โรงพยาบาลปราสาท จังหวัดสุรินทร์

ผู้แต่ง

  • ทยากร สามารถ กลุ่มงานเวชศาสตร์ฉุกเฉิน โรงพยาบาลปราสาท จังหวัดสุรินทร์

คำสำคัญ:

หลอดเลือดสมองตีบเฉียบพลัน, ยาละลายลิ่มเลือด, ระยะเวลาตั้งแต่ผู้ป่วยมาถึงห้องฉุกเฉินจนกระทั่งได้ยาละลายลิ่มเลือด

บทคัดย่อ

ที่มา: โรคหลอดเลือดสมองเป็นสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตในกลุ่มผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังในประเทศไทย ปัจจุบันการให้ยาละลายลิ่มเลือดเป็นวิธีการรักษามาตรฐานซึ่งสามารถลดอัตราการตายและความพิการได้ โดยระยะเวลาตั้งแต่ผู้ป่วยมาถึงห้องฉุกเฉินจนกระทั่งได้ยาละลายลิ่มเลือด (Door to needle time) ไม่ควรเกิน 45-60 นาที ซึ่งปัจจัยที่ส่งผลต่อระยะเวลาการให้ยาละลายลิ่มเลือดมีหลากหลาย

วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการให้ยาละลายลิ่มเลือด และอัตราการได้รับยาละลายลิ่มเลือดในผู้ป่วยหลอดเลือดสมองตีบเฉียบพลันภายใน 45 นาที

วิธีการศึกษา: การศึกษาแบบย้อนหลัง ผู้ป่วยหลอดเลือดสมองตีบเฉียบพลัน ที่ได้รับยาละลาย ลิ่มเลือด ในห้องฉุกเฉิน โรงพยาบาลปราสาท ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2560 ถึง 30 กันยายน 2566 จำนวน 170 คน วิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติเชิงพรรณนา และหาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการได้รับยาละลายลิ่มเลือดภายใน 45 นาที โดยการวิเคราะห์การถดถอยลอจิสติกเชิงพหุ

ผลการวิจัย: ผู้ป่วย 170 คนได้รับยาละลายลิ่มเลือดภายใน 45 นาที จำนวน 71 คน ร้อยละ 41.8 ปัจจัยที่สัมพันธ์กับการให้ยาละลายลิ่มเลือดภายใน 45 นาที ได้แก่ การมาโรงพยาบาลโดยระบบการแพทย์ฉุกเฉิน OR 15.44 (95% Cl 4.27 to 55.76) p-value < 0.001 ระยะเวลารอสแกนคอมพิวเตอร์สมอง OR 0.83 (95% Cl 0.76 to 0.92) p-value < 0.001 ระยะเวลารอผลห้องปฏิบัติการ OR 0.85 (95% Cl 0.78 to 0.92) p-value < 0.001 ระยะเวลาที่ปรึกษาอายุรแพทย์ OR 0.88 (95% Cl 0.79 to 0.98) p-value < 0.001 และระยะเวลาตัดสินใจรับยาละลายลิ่มเลือด OR 0.75 (95% Cl 0.65 to 0.85) p-value < 0.001

สรุป: ปัจจัยที่สัมพันธ์กับการให้ยาละลายลิ่มเลือดภายใน 45 นาที ในผู้ป่วยหลอดเลือดสมองตีบเฉียบพลัน ได้แก่ การมาโรงพยาบาลโดยระบบการแพทย์ฉุกเฉิน ระยะเวลารอสแกนคอมพิวเตอร์สมอง ระยะเวลารอผลห้องปฏิบัติการ ระยะเวลาปรึกษาอายุรแพทย์ และระยะเวลาตัดสินใจรับยาละลายลิ่มเลือด

เอกสารอ้างอิง

World Stroke Organization: (WSO). Campaign Advocacy Brochures 2017 [serial online] 2017 [cited 2024 July 17]; Available from: http://www.worldstrokecampaign.org/images/wsd-2017/brochures-2017/WSD_brochure_FINAL_sponsor_.pdf

กองยุทธศาสตร์และแผนงาน สำนักปลัดกระทรวงสาธารณสุข. รายละเอียดตัวชี้วัดกระทรวงสาธารณสุขประจำปีงบประมาณ 2566 [อินเทอร์เน็ต] 2566 [เข้าถึงเมื่อ 10 กรกฎาคม 2567]; เข้าถึงได้จาก: https://rbpho.moph.go.th/upload-file/doc/files/21122022-014716-6897.pdf.

สำนักปลัดกระทรวงสาธารณสุข. จำนวนและอัตราการตายโรคไม่ติดต่อ ปี 2560-2564 [อินเทอร์เน็ต] 2566 [เข้าถึงเมื่อ 10 กรกฎาคม 2567]; เข้าถึงได้จาก : http://www.thaincd.com/2016/mission/documents-detail.php?id=14480&tid=32&gid=1-020

Association of outcome with early stroke treatment: pooled analysis of ATLANTIS, ECASS, and NINDS rt-PA stroke trials. The Lancet. 2004;363(9411):768-774.

Hacke W, Kaste M, Bluhmki E, Brozman M, Dávalos A, Guidetti D, et al. Thrombolysis with Alteplase 3 to 4.5 Hours after Acute Ischemic Stroke. New England Journal of Medicine. 2008;359(13):1317-1329.

Qiang Huang, Qing-feng Ma. Factors Associate with In-hospital Delay in Intravenous Thrombolytic for Acute Ischemic Stroke: Lessons from China. 2015 November; Plos ONE 10(11):e0143145.

American Heart Association/American Stroke Association. 2018 Guidelines for the Early Management of Patients With Acute Ischemic Stroke A Guideline for Health care Professionals. Stroke. 2018; 49(3): e46-e99

Lansberg MG, Bluhmki E, Thijs VN. Efficacy and safety of tissue plasminogen activator 3 to 4.5 hours after acute ischemic stroke: a metanalysis. Stroke. 2009;40(7):2438-41.

Albers GW, Clark WM, Madden KP, Hamilton SA. Atlantis trial. Stroke. 2002;33(2):493-496.

Hacke, W., Kaste, M., Bluhmki, E., Brozman, M., Dávalos, A., Guidetti, D., et al. Thrombolytic with alteplase 3 to 4.5 hours after acute ischemic stroke. New England Journal of Medicine, 2008; 359(13): 1317-1329.

Jauch, E. C., Cucchiara, B., Adeoye, O., Meurer, W., Brice, J., Chan, Y., et al. Part 11: adult stroke: 2010 American Heart Association guidelines for cardiopulmonary resuscitation and emergency cardiovascular care. Circulation. 2010;122(18_suppl_3): S818-28.

Fonarow, G. C., Smith, E. E., Saver, J. L., Reeves, M. J., Bhatt, D. L., Grau-Sepulveda, M. V., et al. Timeliness of tissue-type plasminogen activator therapy in acute ischemic stroke: patient characteristics, hospital factors, and outcomes associated with door-to-needle times within 60 minutes. Circulation. 2011;123(7): 750-758.

Fonarow, G. C., Smith, E. E., Saver, J. L., Reeves, M. J., Hernandez, A. F., Peterson, E. D., et al. Improving door-to-needle times in acute ischemic stroke: the design and rationale for the American Heart Association/American Stroke Association's Target: Stroke initiative. Stroke. 2011. 42(10), 2983-2989.

Jeremy N. Pulvers and John D. G. Watson, If Time Is Brain Where Is the Improvement in Prehospital Time after Stroke?. Frontiers in neurology. 2017; 8: 617.

ทิพย์มาศ พบสุข พ.บ. ปัจจัยที่มีผลต่อระยะเวลาการให้ยาละลายลิ่มเลือดในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองตีบเฉียบพลันในโรงพยาบาลชลบุรี. วารสารโรงพยาบาลชลบุรี [อินเทอร์เน็ต] 2563 [เข้าถึงเมื่อ 11 สิงหาคม 2567]; เข้าถึงได้จาก: https://www.google.com/urlsa=t&source=web&rct=j&opi

=89978449&url=https://thaidj.org/index.php/CHJ/article/download/8893/8612/14119&ved=2ahUKEwjvl8WPyPOHAxWG1zgGHTjZD3sQFnoECBQQAQ&usg=AOvVaw2r4KvsyUuQnA7Ucr9qK9g2

จุฑามาศ จิรัสย์ชำนะ. ปัจจัยที่มีผลต่อความล่าช้าในการให้ยาละลายลิ่มเลือดทางหลอดเลือดดำในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองตีบ หรืออุดตันเฉียบพลันที่มารับบริการที่ห้องฉุกเฉิน โรงพยาบาลพระจอมเกล้า จังหวัดเพชรบุรี. วารสารแพทย์เขต 4-5. 2562;38(4):326-35.

พิมพ์กมล เสียงวัฒนะ. ปัจจัยที่มีผลต่อความล่าช้าในการให้ยาละลายลิ่มเลือดทางหลอดเลือดดำในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองขาดเลือดเฉียบพลันที่มารับบริการที่โรงพยาบาลโพธาราม จังหวัดราชบุรี. วารสารแพทย์เขต 4-5. 2023;42(4):563-74.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2025-04-30

รูปแบบการอ้างอิง

สามารถ ท. . (2025). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการได้รับยาละลายลิ่มเลือดภายใน 45 นาที ในผู้ป่วยหลอดเลือดสมองตีบเฉียบพลัน ณ ห้องฉุกเฉิน โรงพยาบาลปราสาท จังหวัดสุรินทร์. วารสารวิชาการแพทย์เขต 11, 39(1), 69–79. สืบค้น จาก https://he02.tci-thaijo.org/index.php/Reg11MedJ/article/view/273550

ฉบับ

ประเภทบทความ

นิพนธ์ต้นฉบับ