การพัฒนารูปแบบการดูแลแบบบูรณาการและต่อเนื่องสำหรับหญิงตั้งครรภ์ที่ใช้ สารเมทแอมเฟตามีนโดยการมีส่วนร่วมของเครือข่ายบริการสุขภาพ จังหวัดมหาสารคาม

ผู้แต่ง

  • สุขใจ บูรณะบัญญัติ โรงพยาบาลมหาสารคาม
  • ริสา โรจนพร โรงพยาบาลโกสุมพิสัย
  • วัศพล ทองสมบูรณ์ โรงพยาบาลวาปีปทุม
  • ธรรมนูญ ลิ้มมหาคุณ โรงพยาบาลบรบือ
  • ผดุงศิษฏ์ ชำนาญบริรักษ์ วิทยาลัยพยาบาลศรีมหาสารคาม คณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก

คำสำคัญ:

หญิงตั้งครรภ์, เมทแอมเฟตามีน, รูปแบบการดูแลแบบบูรณาการ, การมีส่วนร่วมของเครือข่ายบริการสุขภาพ

บทคัดย่อ

ที่มา: การใช้สารเมทแอมเฟตามีนในหญิงตั้งครรภ์เป็นปัญหาสาธารณสุขที่รุนแรงในประเทศไทย มีอุบัติการณ์ เพิ่มมากขึ้น ก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนทางสูติกรรม ขณะที่ระบบบริการสุขภาพยังขาดการบูรณาการระหว่างงานอนามัยแม่และเด็ก การบำบัดยาเสพติด และการสนับสนุนทางสังคม

วัตถุประสงค์: เพื่อพัฒนารูปแบบการดูแลแบบบูรณาการและต่อเนื่องสำหรับหญิงตั้งครรภ์ที่ใช้สารเมทแอมเฟตามีน โดยการมีส่วนร่วมของเครือข่ายบริการสุขภาพ จังหวัดมหาสารคาม

วิธีการศึกษา: เป็นวิจัยเชิงปฏิบัติการ กลุ่มตัวอย่างใช้การคัดเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง ประกอบด้วยทีมสหสาขาวิชาชีพ 20 คน และหญิงตั้งครรภ์ที่ตรวจพบ เมทแอมเฟตามีนในปัสสาวะ จำนวน 62 คน ระยะเวลาในการศึกษา1 ธันวาคม 2567 – 30 พฤษภาคม 2569 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบประเมินพฤติกรรมการใช้สารเสพติด แบบคัดกรองภาวะซึมเศร้า แบบประเมินความเครียด แบบประเมินพฤติกรรมก้าวร้าว แบบบันทึกการติดตามการดูแล การสัมภาษณ์ และการสนทนากลุ่ม วิเคราะห์เชิงพรรณนาและ McNemar's test ข้อมูลเชิงคุณภาพใช้การวิเคราะห์เชิงเนื้อหา

ผลการศึกษา: ระบบบริการเดิมพบปัญหาสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ การคัดกรองไม่ครอบคลุม การขาดระบบส่งต่อและบันทึกข้อมูลที่ต่อเนื่อง และการตีตราทางสังคม รูปแบบที่พัฒนาขึ้นเพื่อแก้ปัญหามี 6 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ (1) ระบบการคัดกรองเชิงรุกแบบบูรณาการ (2) การฝากครรภ์  (3) การส่งต่อสู่คลินิกสุขภาพจิตและยาเสพติด (4) การดูแลโดยทีมสหสาขาวิชาชีพ (5) ระบบดูแลระยะคลอดและหลังคลอดแบบต่อเนื่อง และ (6) การวางแผนจำหน่ายและติดตามในชุมชนผ่านโปรแกรม COCr9  หลังจากนำระบบใหม่มาใช้ จากการประเมินผล พบว่า ความเสี่ยงภาวะซึมเศร้าลดลงจากร้อยละ 56.5 เหลือร้อยละ 16.1 (χ² = 18.58, p< 0.001) ความเครียดลดลงจากร้อยละ 54.8 เหลือร้อยละ 29.0 (χ² = 11.27, p < 0.001) และพฤติกรรมก้าวร้าวระดับกึ่งเร่งด่วนเหลือ 0 ราย ผลการคลอดพบ อัตราคลอดครบกำหนด ร้อยละ 69.36 และทารกน้ำหนักแรกเกิดปกติ ร้อยละ 70.96 กลุ่มตัวอย่างได้รับการลงทะเบียน COCr9 และส่งต่อคลินิกสุขภาพจิต ร้อยละ 100

สรุป: รูปแบบที่พัฒนาขึ้นมาสามารถลดความเสี่ยงในหญิงตั้งครรภ์ ที่ใช้สารเมทแอมเฟตามีนได้อย่างดี

เอกสารอ้างอิง

United Nations Office on Drugs and Crime. World drug report 2025: drug use and health consequences [Internet]. Vienna: United Nations; 2025 [cited 2025 Jun 22]. Available from:https://www.unodc.org/unodc/data-and-analysis/world-drug-report-2025.html

Sankaran D, Lakshminrusimha S, Manja V. Methamphetamine: burden, mechanism and impact on pregnancy, the fetus, and newborn. J Perinatol. 2022;42(3):293-299.

Hayer S, Garg B, Wallace J, Prewitt KC, Lo JO, Caughey AB. Prenatal methamphetamine use increases risk of adverse maternal and neonatal outcomes. Am J Obstet Gynecol. 2024;231(3):356.e1-356.e15.

Premchit S, Orungrote N, Prommas P, Smanchat B, Bhamarapravatana K, Suwannarurk K. Maternal and Neonatal Complications of Methamphetamine Use during Pregnancy. Obstet Gynecol Int. 2021;2021:8814168.

Gabrhelík R, Skurtveit S, Nechanská B, Handal M, Mahic M, Mravčík V. Prenatal methamphetamine exposure and adverse neonatal outcomes: a nationwide cohort study. Eur Addict Res. 2021;27(2):97-106.

กรมการแพทย์. รายงานสถานการณ์ทางระบาดวิทยาและอุบัติการณ์การใช้สารเสพติดในหญิงตั้งครรภ์และทารกแรกเกิด ประจำปีพุทธศักราช 2566. นนทบุรี: กระทรวงสาธารณสุข; 2566.

พงศ์อนันต์ จันดารัตน์. การพัฒนารูปแบบการดูแลหญิงตั้งครรภ์ที่มีผลตรวจเมทแอมเฟตามีนในปัสสาวะโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชธาตุพนม. วารสารสิ่งแวดล้อมศึกษาการแพทย์และสุขภาพ. 2568;10(2):357-63.

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมหาสารคาม. รายงานสถานการณ์การบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติดจังหวัดมหาสารคาม ปีงบประมาณ 2566. มหาสารคาม: สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมหาสารคาม; 2566.

Stone R. Pregnant women and substance use: fear, stigma, and barriers to care. Health Justice. 2015;3(1):2.

ศุภสิทธิ์ สุขี. การพัฒนารูปแบบการดูแลหญิงตั้งครรภ์ที่เสพสารเมทแอมเฟตามีนขณะตั้งครรภ์ใน โรงพยาบาลภาครัฐ จังหวัดเพชรบูรณ์. วารสารสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น. 2567;6(4):e27202.

อับดุลคอลิก อัรรอฮีมีย์, และคณะ. การป้องกันการเสพยาเสพติดซ้ำด้วยตนเอง: กรณีศึกษาผู้ผ่านการบำบัดรักษาอาการติดสารเสพติดในพื้นที่จังหวัดปัตตานี. วารสารการพัฒนาชุมชนและคุณภาพชีวิต. 2565;10(3):345-57.

Kemmis S, McTaggart R. The action research planner. 3rd ed. Geelong: Deakin University;1988.

กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข. คู่มือการใช้งานระบบข้อมูลการบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดของประเทศ (บสต.). นนทบุรี: กรมการแพทย์; 2563.

กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข. แบบประเมินซึมเศร้าและการฆ่าตัวตาย (2Q Plus, 9Q และ 8Q). นนทบุรี: กรมสุขภาพจิต; 2567.

กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข. แบบประเมินความเครียด (ST-5). นนทบุรี: กองส่งเสริมและพัฒนาสุขภาพจิต, กรมสุขภาพจิต; 2567.

ธรณินทร์ กองสุข, และคณะ. ความเที่ยงตรงตามเกณฑ์การวินิจฉัยโรคซึมเศร้าของแบบประเมินอาการซึมเศร้า 9 คำถามฉบับปรับปรุงภาษากลาง. วารสารสมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย. 2561;63(4):321-34.

ทิพย์อุษา จันทร์ทองศรี. ผลกระทบจากการเสพสารเมทแอมเฟตามีนของมารดาขณะตั้งครรภ์ต่อทารกในระยะแรกเกิด โรงพยาบาลเซกา จังหวัดบึงกาฬ [รายงานการวิจัย]. สกลนคร: สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสกลนคร; 2566. เข้าถึงได้จาก:https://skko.moph.go.th/dward/document_file/oa/research_file_name/20230717133205_976338236.pdf

อดิศักดิ์ ไวเขตการณ์. ผลลัพธ์การตั้งครรภ์ของมารดาและทารกในสตรีตั้งครรภ์ที่เสพสารเมทแอมเฟตามีนระหว่างตั้งครรภ์. วารสารโรงพยาบาลมหาสารคาม. 2564;18(2):105-12.

Ladhani NN, Shah PS, Murphy KE. Prenatal amphetamine exposure and birth outcomes: a systematic review and meta-analysis.Am J Obstet Gynecol.2011;205(3):219.e1-219.e7.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-08-25

รูปแบบการอ้างอิง

บูรณะบัญญัติ ส., โรจนพร ร., ทองสมบูรณ์ ว., ลิ้มมหาคุณ ธ., & ชำนาญบริรักษ์ ผ. (2026). การพัฒนารูปแบบการดูแลแบบบูรณาการและต่อเนื่องสำหรับหญิงตั้งครรภ์ที่ใช้ สารเมทแอมเฟตามีนโดยการมีส่วนร่วมของเครือข่ายบริการสุขภาพ จังหวัดมหาสารคาม. วารสารวิชาการแพทย์เขต 11, 40(2), 132–147. สืบค้น จาก https://he02.tci-thaijo.org/index.php/Reg11MedJ/article/view/283837

ฉบับ

ประเภทบทความ

นิพนธ์ต้นฉบับ