การศึกษาเปรียบเทียบประสิทธิภาพการเรียนรู้ผ่านวีดิทัศน์และแบบเผชิญหน้าในการให้สารน้ำทางไขกระดูกในแพทย์ฝึกหัดไทย ที่สำเร็จการศึกษาจากต่างประเทศ
คำสำคัญ:
การให้สารน้ำทางไขกระดูก, การเรียนรู้ผ่านวีดิทัศน์, การเรียนรู้แบบเผชิญหน้าบทคัดย่อ
บทนำ
การให้สารน้ำทางไขกระดูกเป็นหัตถการที่จำเป็นสำหรับแพทย์ในการดูแลผู้ป่วยฉุกเฉิน เดิมได้รับการสอนโดยการฝึกปฏิบัติแบบเผชิญหน้า แต่ในปัจจบันมีการนำสือวีดิทัศน์มาใช้ในการเรียนการสอนของแพทย์ฝึกหัดเพิ่มขึ้น
วัตถุประสงค์
เปรียบเทียบประสิทธิภาพระหว่างการเรียนรู้ผ่านวีดิทัศน์ และการเรียนรู้แบบเผชิญหน้าของการให้สารน้ำทางไขกระดูก และศึกษาประสิทธิภาพการเรียนรู้ผ่านวีดิทัศน์ในระยะเวลา 4 สัปดาห์
วิธีการศึกษา
เป็นแบบเก็บข้อมูลการศึกษาแบบไปข้างหน้า และเป็นการทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุมทำการศึกษาในแพทย์ฝึกหัดไทยที่สำเร็จการศึกษาจากต่างประเทศ ซึ่งกำลังเข้ารับการฝึกโรงพยาบาลเลิดสิน เก็บข้อมูลการศึกษาระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน ถึง 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566 มีผู้เข้าร่วมวิจัยที่เข้าเกณฑ์การศึกษาทั้งหมด 59 คน แบ่งผู้เข้าร่วมวิจัยเป็นกลุ่ม V (เรียนผ่านวีดิทัศน์) 29 คน และกลุ่ม T (เรียนแบบเผชิญหน้า) 30 คน ทั้งสองกลุ่มได้รับการประเมินด้วยการทำแบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียนในรูปแบบข้อสอบปรนัย การสอบภาคปฏิบัติ แบบประเมินความพึงพอใจ และประเมินซ้ำอีกครั้งหลังหลังเรียน 4 สัปดาห์โดยใช้ค่าดัชนีความสอดดล้องระหว่างข้อคำถามกับจุดประสงค์มาตรวจสอบคุณภาพของข้อสอบ
ผลการศึกษา
จากคะแนนข้อสอบปรนัยเต็ม 10 คะแนน พบว่า กลุ่ม V มีค่าเฉลี่ยคะแนนปรนัยหลังเรียน 8.586 (SD 1.296) มากกว่ากลุ่ม T ที่มีค่าเฉลี่ยคะแนนปรนัยหลังเรียน 7.833 (SD 1.367) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p=0.034) และเมื่อเปรียบเทียประสิทธิภาพการเรียนภายในกลุ่ม V พบว่า กลุ่ม V มีค่าเฉลี่ยคะแนนสอบปรนัยหลังเรียน 4 สัปดาห์ 9.00 (SD 1.50) มากกว่าค่าเฉลี่ยคะแนนสอบปรนัยก่อนเรียนของกลุ่ม V 3.00 (SD 2.00) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.001) คะแนนความพึงพอใจเรื่องความเหมาะสมของเวลาเรียนของกลุ่ม V 5.00 (10R 0) มากกว่ากลุ่ม T 4.00 (IOR 2.00) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.001)
สรุปผลการศึกษา
การเรียนรู้ผ่านวีดิทัศน์เรื่องการให้สารน้ำทางไขกระดูกมีประสิทธิภาพและไม่แตกต่างจากการเรียนรู้แบบเผชิญหน้า
เอกสารอ้างอิง
Laohakul P. Intraosseous Catheterization. In: Trinarongsakul T, Chakorn T, editors. The Advanced Resuscitative Procedure course. 2nded. Bangkok: Thai College of Emergency Physicians; 2020:259-67.
Deitch K. Intraosseous Infusion. In: Roberts J, Custalow C, Thomson W, editors. Robert & Hedges’ Clinical Procedures in Emergency Medicine. 7th ed. Philadelphia: Elsevier; 2019:461-75.
Merchant RM, Topjian AA, Panchal AR, Cheng A, Aziz K, Berg KM, Lavonas E, et al. 2020 American Heart Association Guidelines for Cardiopulmonary Resuscitation and Emergency Cardiovascular Care. Circulation 2020;142:S337-57. doi: 10.1161/CIR.0000000000000918
Soar J, Bottiger BW, Carli P, Couper K, Deakin CD, Djarv T, et al. European Resuscitation Council Guidelines 2021: Adult advanced life support. Resuscitation 2021;161:115-51. doi: 10.1016/j.resuscitation.2021.02.010.
The Medical Council of Thailand. Regulations for training Thai national medical interns who graduated with a Doctor of Medicine degree from abroad, 2022. Announcement 99/2565. 2022 Nov 10.
The Medical Council of Thailand. Criteria for knowledge and competency assessment for obtaining a medical practice license, B.E. 2024. Announcement No. 4/2567. 2023 Dec 14.
Kang SY, Yoo J, Park S, Jo IJ, Kim S, Cho H, et al. Online learning versus hands-on learning of basic ocular ultrasound skills: A randomized controlled non-inferiority trial. Medicina (Kaunas) 2022;58(7):960. doi: 10.3390/medicina58070960
Soni NJ, Boyd JS, Mints G, Proud KC, Jensen TP, Liu G, et al. Comparison of in-person versus tele-ultrasound point-of-care ultrasound training during the COVID-19 pandemic. Ultrasound J 2021; 13(1):39. doi: 10.1186/s13089-021-00242-6
Zaghal A, Marley C, Rahhal S, Hassanieh J, Saadeh R, El-Rifai A, et al. Face-to-face versus distance learning of basic suturing skills in novice learners: A quantitative prospective randomized trial. BMC Med Educ 2022;22(1):290. doi: 10.1186/s12909-022- 03353-3
Artino AR, La Rochelle JS, Dezee KJ, Gehlbach H. Developing questionnaires for Educational Research: AMEE guide no. 87. Med Teach 2014;36(6):463–74. doi: 10.3109/014215 9X.2014.889814
Phisit T, Pana J. The real meaning of IOC. Journal of Educational Measurement, Mahasarakham University 2018;24(2):3-12.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
หมวดหมู่
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วิทยาลัยแพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉินแห่งประเทศไทย

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับตีพิมพ์ในวารสารเวชศาสตร์ฉุกเฉินแห่งประเทศไทย ถือเป็นเป็นลิขสิทธิ์ของ วิทยาลัยแพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉินแห่งประเทศไทย
กรณีที่บทความได้รับการตีพิมพ์ในวารสารเวชศาสตร์ฉุกเฉินแห่งประเทศไทยแล้ว จะตีพิมพ์ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ ไม่มีสำเนาการพิมพ์ภายหลังหนังสือเผยแพร่เรียบร้อยแล้ว ผู้นิพนธ์ไม่สามารถนำบทความดังกล่าวไปนำเสนอหรือตีพิมพ์ในรูปแบบใดๆ ที่อื่นได้ หากมิได้รับคำอนุญาตจากวารสารเวชศาสตร์ฉุกเฉินแห่งประเทศไทย
