ปัจจัยทำนายการคงอยู่ในงานของแพทย์ฉุกเฉินในโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข

ผู้แต่ง

  • เกรียงศักดิ์ ปินตาธรรม โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์

คำสำคัญ:

แพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉิน, การคงอยู่ในงาน, ปัจจัยองค์การ, กระทรวงสาธารณสุข

บทคัดย่อ

บทนำ
แพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉินมีบทบาทสำคัญในการดูแลผู้ป่วยวิกฤตในโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข อย่างไรก็ตาม ภาระงานสูง ความกดดัน และค่าตอบแทนที่ไม่สอดคล้องส่งผลต่อการลาออก และความไม่แน่นอนในการคงอยู่ ซึ่งเป็นความท้าทายสำคัญต่อระบบสุขภาพไทย
วัตถุประสงค์
เพื่อศึกษาปัจจัยส่วนบุคคลและองค์การที่ทำนายการคงอยู่ในงานของแพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉิน และเสนอแนวทางเชิงนโยบายเพื่อเพิ่มการคงอยู่ในระบบราชการ
วิธีการศึกษา
การวิจัยเชิงสำรวจเชิงวิเคราะห์ กลุ่มตัวอย่างคือแพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉิน 238 คน จากประชากร ทั้งหมด 614 คน (ณ 1 กรกฎาคม 2568) เก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถาม 4 ส่วน ครอบคลุมข้อมูลทั่วไป ปัจจัยองค์การ การคงอยู่ในงาน และความคิดเห็นปลายเปิด เครื่องมือมีค่า IOC เฉลี่ย 0.94 และ Cronbach's alpha 0.959 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนาและการถดถอยพหุขั้นตอน
ผลการศึกษา
ผู้เข้าร่วมส่วนใหญ่เพศหญิง (61.3%) อายุมัธยฐาน 35 ปี ระดับตำแหน่งชำนาญการ (75.2%) รายได้พบบ่อยสุด 70,001-90,000 บาท (38.2%) ปัจจัยองค์การที่ได้คะแนนสูงสุดคือ สัมพันธภาพในการทำงาน (3.92+0.72) ต่ำสุดคือ ค่าตอบแทนและผลประโยชน์ (3.08+0.76) คะแนนการคงอยู่เฉลี่ย 3.07+1.02 อยู่ในระดับไม่แน่นอน การถดถอยพหุพบปัจจัยทำนายที่มีนัยสำคัญ ได้แก่ การทำงานในโรงพยาบาลศูนย์ (B=0.16, p=0.006) ระยะเวลาทำงาน (B=0.13, p=0.027) รายได้ 30,001-50,000 บาท (B=0.11, p=0.042) ความเพียงพอรายรับ-รายจ่ายที่ เพียงพอและมีเงินเหลือเก็บ (B =- 0.12, p=0.030) รวมถึงงาน-ชีวิตการทำงาน (B=0.34, p<0.001) และนโยบายผู้นำ (B=0.22, p=0.002) โมเดลอธิบายความแปรปรวนได้ร้อยละ 34 (R2=0.34, p<0.001)
สรุปผลการศึกษา
การคงอยู่ในงานของแพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉินได้รับอิทธิพลจากทั้งปัจจัยส่วนบุคคลและองค์การ โดยเฉพาะงาน-ชีวิตการทำงานและนโยบายของผู้นำ กระทรวงสาธารณสุขควรพัฒนาโครงสร้างงานระบบสนับสนุน และมาตรการเชิงนโยบายเพื่อรักษากำลังคนกลุ่มนี้ให้อยู่ในระบบราชการอย่างยั่งยืน

เอกสารอ้างอิง

Chatchai K, editor. Guidelines for emergency department service delivery appropriate to facility capacity. 2nd ed. Bangkok: Samchai Publishing; 2017.

Strategy and Planning Division. Health resources report 2021. Nonthaburi: Office of the Permanent Secretary, Ministry of Public Health; 2021.

Pressley C, Garside J. Factors influencing registered nurses’ intention to stay working in the healthcare sector: a systematic review and narrative synthesis. Nurs Open. 2024;11(2):1588. doi:10.1002/nop2.1588.

Mathis RL, Jackson JH. Organization/individual relations and retention. In: Human resource management. 12th ed. Boston: Cengage Learning; 2019: 66-83.

Mueller CW, McCloskey JC. The McCloskey/ Mueller satisfaction scale: psychometric properties and scoring manual. Psychol Assess. 1990;2(3):237-41. doi:10.1037/t37505-000.

Nguyen H, Beckett A, Daniel C, et al. Factors influencing retention of emergency physicians: a scoping review. Emerg Med J. 2021;38(12):951-9. doi:10.1136/emermed-2021-211546.

Phongsuwan K, Noimuenwai P , Charupatanarux S. Predictors of professional nurse retention in community hospitals, Nakhon Ratchasima Province. J Baromarajonani Coll Nurs Nakhonratchasima. 2019;25(1):123-41.

Ongiam A, Wijitvejpaisal P. Instrument quality assessment. Thai J Anesthesiol. 2018;44(1):36-42.

Chainachai U, Wanthum C. Evaluation of content validity for research instruments. J Nurs Health Sci. 2017;11(2):105-11.

Creswell JW. Educational research: planning, conducting, and evaluating quantitative and qualitative research. 4th ed. Upper Saddle River (NJ): Pearson Merrill Prentice Hall; 2010.

Nunnally JC, Bernstein IR. Psychometric theory. 3rd ed. New York: McGraw-Hill; 1994

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-01-17

รูปแบบการอ้างอิง

1.
ปินตาธรรม เ. ปัจจัยทำนายการคงอยู่ในงานของแพทย์ฉุกเฉินในโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข. TJEM [อินเทอร์เน็ต]. 17 มกราคม 2026 [อ้างถึง 20 มกราคม 2026];7(1):57-71. available at: https://he02.tci-thaijo.org/index.php/TJEM/article/view/277474

ฉบับ

ประเภทบทความ

รายงานวิจัย

หมวดหมู่