ภาวะแทรกซ้อนจากการใช้เครื่องกดหน้าอกอัตโนมัติเทียบกับการกดหน้าอกด้วยมือในการช่วยฟื้นคืนชีพในกลุ่มผู้ป่วยภาวะหัวใจหยุดเต้นที่ไม่ได้มาจากอุบัติเหตุ: การศึกษาเชิงทดลองแบบเปิด
คำสำคัญ:
การกดนวดหัวใจ, เครื่องกดหน้าอกอัตโนมัติ, การบาดเจ็บต่อช่องอกบทคัดย่อ
บทนำ
การช่วยชีวิตอย่างมีประสิทธิภาพเป็นหลักสำคัญในการกู้ชีพผู้ป่วยภาวะหัวใจหยุดเต้น ได้มีการนำเครื่องกดหน้าอกอัตโนมัติมาใช้กันอย่างแพร่หลายเพื่อลดความเมื่อยล้าและเพิ่มประสิทธิภาพในการกดหน้าอกในขณะเดียวกันพบว่ามีร่องรอยการบาดเจ็บบริเวณหน้าอกจากการกดหน้าอกทั้งจากการกดด้วยผู้ช่วยเหลือและเครื่องกดหน้าอกอัตโนมัติ
วัตถุประสงค์
เพื่อศึกษาการบาดเจ็บบริเวณหน้าอกและช่องอกจากการใช้เครื่องกดหน้าอกอัตโนมัติเทียบกับการกดหน้าอกด้วยมือในกลุ่มผู้ป่วยภาวะหัวใจหยุดเต้นที่ไม่ได้มาจากอุบัติเหตุ
วิธีการศึกษา
การศึกษาไปข้างหน้าเชิงทดลองแบบสุ่ม เกณฑ์นำเข้า ได้แก่ ผู้ป่วยอายุ 15 ปี ขึ้นไป ที่มีภาวะหัวใจหยุดเต้นและได้รับการช่วยชีวิต ที่ห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลร้อยเอ็ด ช่วงวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2565 ถึง วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2566 ผู้ปกครองตามกฎหมายหรือญาติสายตรงจะได้รับการเชิญชวน และลงนามอนุญาตให้ผู้ป่วยเข้าร่วมการศึกษา ผู้ป่วยแต่ละรายจะได้รับการกดหน้าอกโดยวิธีใดวิธีหนึ่ง ได้แก่ กดโดยผู้ช่วยเหลือ หรือกดโดยเครื่องกดหน้าอกอัตโนมัติ หลังจากการรักษาสิ้นสุดจะทำการส่งภาพถ่ายรังสีช่องอก ในท่า AP และ lateral view ในผู้ป่วยทุกราย
ผลการศึกษา
ผู้เข้าร่วมการศึกษาทั้งหมด 66 ราย เป็นกลุ่มที่กดหน้าอกโดยเครื่องกดอัตโนมัติ 34 ราย และกดโดยผู้ช่วยเหลือ 32 ราย เป็นเพศชาย 18 ราย (ร้อยละ 52.94) และ 21 ราย (ร้อยละ 65.63) ตามลำดับ พบการบาดเจ็บจากการใช้เครื่องกดอัตโนมัติ 21 ราย จากผู้ช่วยเหลือ 7 ราย (p < 0.001) ไม่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติของการบาดเจ็บแต่ละอย่าง ได้แก่ กระดูกอกหัก กระดูกซี่โครงหัก ปอดช้ำ ลมรั่วในช่องปอด แต่พบว่าการใช้เครื่องกดอัตโนมัติมีรอยซ้ำที่ผิวหนังมากกว่าการกดโดยผู้ช่วยเหลืออย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.001)
สรุป
การใช้เครื่องกดหน้าอกอัตโนมัติอาจสัมพันธ์กับอัตราการบาดเจ็บบริเวณหน้าอกที่สูงกว่าการกดหน้าอกโดยผู้ช่วยเหลือ โดยเฉพาะรอยบาดเจ็บภายนอก ในกลุ่มผู้ป่วยภาวะหัวใจหยุดเต้นที่ไม่ได้มาจากอุบัติเหตุ
เอกสารอ้างอิง
Panchal AR, Bartos JA, Cabañas JG, Donnino MW, Drennan IR, Hirsch KG และคณะ ส่วนที่ 3: การช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานและขั้นสูงสำหรับผู้ใหญ่: แนวทางปฏิบัติของสมาคมโรคหัวใจอเมริกันปี 2020 สำหรับการช่วยชีวิตหัวใจและปอดและการดูแลหัวใจและหลอดเลือดฉุกเฉิน Circulation 2020;142(16_suppl_2):S366–468. doi:10.1161/CIR.0000000000000918.
Perkins GD, Lall R, Quinn T, Deakin CD, Cooke MW, Horton J และคณะ การกดหน้าอกด้วยเครื่องจักรเทียบกับการกดหน้าอกด้วยมือสำหรับภาวะหัวใจหยุดเต้นนอกโรงพยาบาล (PARAMEDIC): การทดลองแบบสุ่มควบคุมแบบกลุ่มเชิงปฏิบัติ Lancet 2015;385(9972):947–55. doi:10.1016/S0140-6736(14)61886-9.
Beom JH, You JS, Kim MJ, Seung MK, Park YS, Chung HS และคณะ การตรวจสอบภาวะแทรกซ้อนที่เกิดจากการกดหน้าอกก่อนและหลังการเปลี่ยนแปลงแนวทางการช่วยชีวิตหัวใจและปอดปี 2010 โดยใช้เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์แบบหลายหัวตรวจ: การศึกษาแบบย้อนหลัง Scand J Trauma Resusc Emerg Med 2017;25(1):8. doi:10.1186/s13049-017-0352-6.
Jang SJ, Cha YK, Kim JS, Do HH, Bak SH, Kwack WG ผลการตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ของการบาดเจ็บที่หน้าอกหลังการช่วยชีวิตหัวใจและปอด: ภาวะแทรกซ้อนมากขึ้นจากการกดหน้าอกเป็นเวลานานหรือไม่? Medicine (Baltimore) 2020;99(33):e21685. doi:10.1097/MD.0000000000021685.
Hoke RS, Chamberlain D. การบาดเจ็บที่กระดูกหน้าอกอันเนื่องมาจากการช่วยชีวิตด้วยการปั๊มหัวใจและผายปอด Resuscitation 2004;63(3):327–38. doi:10.1016/j.resuscitation.2004.05.019.
Saliba T, Pather S, Cappeliez O. กระดูกสันหลังส่วนอกหักแบบ Chance Fracture อันเป็นผลมาจากการปั๊มหัวใจและผายปอดด้วยเครื่องมือ J Belg Soc Radiol [อินเทอร์เน็ต]. 8 เม.ย. 2024 [อ้างถึง 16 ธ.ค. 2025];108(1). เข้าถึงได้จาก: https://jbsr.be/articles/10.5334/jbsr.3564 doi:10.5334/jbsr.3564.
Dunham GM, Perez-Girbes A, Bolster F, Sheehan K, Linnau KF. การใช้ CT ทั่วร่างกายเพื่อตรวจหารูปแบบการบาดเจ็บที่เกี่ยวข้องกับ CPR หลังภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน Eur Radiol 2018;28(10):4122–7. doi:10.1007/s00330-017- 5117-0.
Chun MJ, Zhang Y, Toraih EA, McGrew PR. การบาดเจ็บที่เกิดจากแพทย์ในการช่วยชีวิตหัวใจและปอดด้วยมือและเครื่องจักร Am Surg 2023;89(5):1944–54. doi:10.1177/00031348211047507.
Smekal D, Johansson J, Huzevka T, Rubertsson S. ไม่พบความแตกต่างในการบาดเจ็บที่ตรวจพบจากการชันสูตรศพในผู้ป่วยภาวะหัวใจหยุดเต้นที่ได้รับการรักษาด้วยการกดหน้าอกด้วยมือเมื่อเทียบกับการกดหน้าอกด้วยเครื่องมือ LUCASTM—การศึกษานำร่อง Resuscitation 2009;80(10):1104–7. doi:10.1016/j.resuscitation.2009.06.010.
Iglesies J, Loma-Osorio P, Aboal J, Núñez M, Brugada R. การกดหน้าอกด้วยเครื่องมือและการเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการบาดเจ็บในภาวะหัวใจหยุดเต้นนอกโรงพยาบาล มีราคาที่ต้องจ่ายหรือไม่? Rev Esp Cardiol Engl Ed 2019;72(3):259–61. doi:10.1016/j.rec.2018.01.019.
Menzies D, Barton D, Darcy C, Nolan N. อุปกรณ์ LUCAS เพิ่มความรุนแรงของการบาดเจ็บระหว่างการทำ CPR หรือไม่? Resuscitation 2008;77:S13. doi:10.1016/j.resuscitation.2008.03.048.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
หมวดหมู่
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วิทยาลัยแพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉินแห่งประเทศไทย

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับตีพิมพ์ในวารสารเวชศาสตร์ฉุกเฉินแห่งประเทศไทย ถือเป็นเป็นลิขสิทธิ์ของ วิทยาลัยแพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉินแห่งประเทศไทย
กรณีที่บทความได้รับการตีพิมพ์ในวารสารเวชศาสตร์ฉุกเฉินแห่งประเทศไทยแล้ว จะตีพิมพ์ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ ไม่มีสำเนาการพิมพ์ภายหลังหนังสือเผยแพร่เรียบร้อยแล้ว ผู้นิพนธ์ไม่สามารถนำบทความดังกล่าวไปนำเสนอหรือตีพิมพ์ในรูปแบบใดๆ ที่อื่นได้ หากมิได้รับคำอนุญาตจากวารสารเวชศาสตร์ฉุกเฉินแห่งประเทศไทย
