ผลของการฝึกที่ความเข้มข้นสูงแบบหนักสลับเบาที่มีต่อน้ําหนักตัว และสมรรถภาพทาบกายของนักกีฬามวยปล้ํา

Main Article Content

กิตติศักดิ์ วงษ์นรี
สุกัญญา เจริญวัฒนะ
กนก พานทอง
อลิสรา วงศ์สุทธิเลิศ

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบความสําเร็จในการลดน้ําหนักและสมรรถภาพทางกาย โดยการฝึกตามโปรแกรมปกติร่วมกับการปั่นจักรยานอินเทอร์วาลกับการฝึกตามโปรแกรมปกติ กลุ่มตัวอย่างในวิจัยครั้งนี้เป็นนักกีฬา มวยปล้ํา อายุระหว่าง 18-22 ปี จํานวน 18 คน เพศชาย จํานวน 11 คน และเพศหญิงจํานวน 7 คน แบ่งกลุ่มโดยการสุ่มตัวอย่างแบบง่ายใช้วิธีการจับฉลาก 2 กลุ่ม เพื่อเข้า กลุ่มทดลอง จํานวน 9 คน ฝึกตามโปรแกรมปกติร่วมกับการปั่นจักรยานแบบอินเทอร์วาลความหนักอยู่ที่ ร้อยละ 80-90 ของอัตราการเต้นหัวใจสูงสุดเป็นเวลา 8 วินาที ควบคุมรอบที่ 120-130 รอบต่อนาที พัก 12 วินาที ควบคุมรอบที่ 40 รอบต่อนาที รวม 20 นาที นาน 8 สัปดาห์ๆละ 3 วัน และกลุ่มควบคุม จํานวน 9 คน ฝึกตามโปรแกรมปกติ ตัวแปรที่ศึกษาคือ น้ําหนักตัว สัดส่วนของร่างกาย และสมรรถภาพ ทางกาย ได้แก่ ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขา ความสามารถในการใช้ออกซิเจนสูงสุด และสมรรถภาพ เชิงแอนแอโรบิก วิเคราะห์ค่าสถิติพื้นฐาน หาค่าเฉลี่ย (X) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (SD) ของกลุ่ม ตัวอย่าง เปรียบเทียบค่าเฉลี่ยของตัวแปรตามก่อนการฝึกและหลังการฝึกกลุ่มควบคุมและกลุ่มทดลอง โดย ใช้สถิติ Dependent t-test และเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างค่าเฉลี่ยของตัวแปรตามระหว่างกลุ่ม ควบคุมกับกลุ่มทดลองโดยใช้สถิติ Independent t-test ค่านัยสําคัญทางสถิติกําหนดไว้ที่ระดับ .05


ผลการวิจัยพบว่า ความสําเร็จในการลดน้ําหนัก ภายหลังการฝึก 8 สัปดาห์ พบว่า น้ําหนักตัว (จาก 64.8:16.0 เป็น 62.4i15.1) และดัชนีมวลกาย (จาก 23.815.3 เป็น 23.0+5.0) ของกลุ่มทดลอง ลดลง อย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ส่วนเปอร์เซ็นต์ไขมัน มวลไขมัน และมวลร่างกายที่ปราศจากไขมัน ของกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม ก่อนและหลังการฝึก 8 สัปดาห์ พบว่า ไม่แตกต่างอย่างมีนัยสําคัญทาง สถิติที่ระดับ .05 สมรรถภาพทางกาย ภายหลังการฝึก 8 สัปดาห์ พบว่า ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขา (จาก 143.8+38.1 เป็น 188.5:54.1) ความสามารถในการใช้ออกซิเจนสูงสุด (จาก 40.215.9 เป็น 45.26.7) และสมรรถภาพการไม่ใช้ออกซิเจน (จาก 6.8+0.9 เป็น 7.3+0.9) ของกลุ่มทดลอง เพิ่มขึ้น อย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ส่วนพลังงานสูงสุดแบบไม่ใช้ออกซิเจนของกลุ่มทดลองและกลุ่ม ควบคุม ก่อนและหลังการฝึก 8 สัปดาห์ พบว่า ไม่แตกต่างอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .05 สรุปผลการวิจัย การฝึกการปั่นจักรยานแบบอินเทอร์วาลที่มีความเข้มข้นสูงแบบหนักสลับเบา สามารถควบคุมและลดน้ําหนักได้โดยไม่ส่งผลกระทบกับสมรรถภาพทางกาย และส่งผลให้ความแข็งแรง ของกล้ามเนื้อขา ความสามารถในการใช้ออกซิเจนสูงสุด และสมรรถภาพการไม่ใช้ออกซิเจนเพิ่มขึ้น

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
วงษ์นรี ก. ., เจริญวัฒนะ ส. ., พานทอง ก. ., & วงศ์สุทธิเลิศ อ. . (2022). ผลของการฝึกที่ความเข้มข้นสูงแบบหนักสลับเบาที่มีต่อน้ําหนักตัว และสมรรถภาพทาบกายของนักกีฬามวยปล้ํา. วารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ, 7(2), 15–28. สืบค้น จาก https://he02.tci-thaijo.org/index.php/TNSUJournal/article/view/256452
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กรมอนามัย (2543). เกณฑ์อ้างอิง น้ําหนัก ส่วนสูง และเครื่องชี้วัด ภาวะโภชนาการของประชาชนไทยอายุ 1 วัน-19 ปี, กองโภชนาการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข.

ถาวรินทร รักษ์บํารุง. (2544). ผลการฝึกออกกําลังกายด้วยความเข้มข้น ระยะเวลาและความบ่อยที่แตกต่างกันต่อสมรรถภาพทางกาย. วิทยานิพนธ์วิทยาศาสตร์มหาบัณฑิต, สาขาวิทยาศาสตร์การออกกําลังกายและการกีฬา, บัณฑิตวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยบูรพา.

ประทุม ม่วงมี. (2527), รากฐานทางสรีรวิทยา, กรุงเทพฯ: สํานักพิมพ์บูรพาสาส์น.

ประทุม ม่วงมี. (2532), อินเทอร์วาลเทรนนิ่ง คู่มือการฝึกกีฬา, กรุงเทพฯ: อมรการพิมพ์.

ปิยาวัฒน์ ศรีสวัสดิ์นุภาพ, วิภาวรรณ ลีลาสําราญ, และวุฒิชัย เพิ่มศิริวาณิชย์. (2554). การศึกษาองค์ประกอบทางร่างกายและ ร้อยละไขมันในนักกีฬายูโดเยาวชนไทยกลุ่มที่ได้รับชัยชนะกับไม่ได้รับชัยชนะ, เวชศาสตร์ฟื้นฟูสาร, 21(2), 68-72.

วรรณี แกมเกตุ. (2551). วิธีวิทยาการวิจัยทางพฤติกรรมศาสตร์ = Research methodology in.

วิรัตน์ สนจันทร์. (2555), ผลของการฝึกแบบอินเทอร์วาลในระดับความหนักและระยะเวลาต่างกัน ที่มีต่อความสามารถสูงสุดในการนําออกซิเจนไปใช้ ปริมาณฮีโมโกลบิน สมรรถภาพเชิงแอนแอโรบิก และ แอนแอโรบิกเทรชโฮล. ดุษฎีนิพนธ์วิทยาศาสตร์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิทยาศาสตร์การออกกําลังกายและการกีฬา, บัณฑิตวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยบูรพา,

Artioli GG, Gualano B, Franchini E, Scagliusi FB, Takesian M, Fuchs M, & Lancha AH Jr. (2010). Prevalence, magnitude, and methods of rapid weight loss among judo competitors. Medicine & Science in Sports & Exercise, 42(3), 436-442.

Forster, C., Poole, C., Bushey, B., & Wilborn, C., (2009). Interval vs. Continuous training methods produce both different and similar effects on physiological measures. Medicine & Science in Sports & Exercise, 16(1), 2897. Retrieved November 16, 2013, Form www.acsm.org

Hetlelid, Ken J. Herold, Eva. & Seiler, Stephen. (2009). Comparison of Metabolic Responses to High Intensity Interval Training In Trained And Well-trained Males. International Journal of Sports Medicine, 41(5), p 501.

Kim S, Greenwell TC, Andrew DPS, Lee J, & Mahony DF. (2008). An analysis of spectator motives in an individual combat sport: a study of mixed martial arts fans. Sport Marketing Quarterly, 17(2), 109-119.

King, J. Broeder, C. Browder, K. & Panton, L. (2002). A Comparison of Interval Vs. Steady State Exercise on Substrate Utilization in Overweight Women. International Journal of Sports Medicine, 34(5), s 130.

M. Heydari, J. Freund, and S. H. Boutcher.( 2012). The Effect of High-Intensity Intermittent Exercise on Body Composition of Overweight Young Males. Journal of Obesity, 1-8.

Mahdi Bayati, Babak Farzad, Reza Gharakhanlou & Hamid Agha-Alinejad. (2011). A practical model of low-volume high-intensity interval training induces performance and metabolic adaptations that resemble 'all-out' sprint interval training. Journal of Sports Science and Medicine, 10, 571-576.

McArdle, W.D., Katch, F.L., & Katch, V.L. (2007). Essentials Of Exercise Physiology. (ond ed.). Lippincott: William & Wilkins.

Mehdi Abbaszadegan, Alireza Ramezani, & Mohammad Ali Azarbayjani. (2012). Comparison of physiological characteristics and physical fitness of junior young students in freestyle and Greco-roman wrestling. Scholars Research Library Annals of Biological Research, 3 (7), 3229-3233.

Ministry of Public Health. (2003). Dietary reference intake tables for Thais 2003. Bangkok; Nutrition Division Department.

Wilmore, J., Costill, D., & Kenney, W. (2008). Physiology of Sport and Exercise. Champaign, IL: Human Kinetics.