แนวทางการจัดการท่องเที่ยวเชิงผจญภัย (กีฬา) สำหรับนักท่องเที่ยวในพื้นที่สามเหลี่ยมอันดามัน
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาบริบทการจักการท่องเที่ยวเชิงผจญภัย (กีฬา) ในพื้นสามเหลี่ยมอันดามัน และเพื่อศึกษาแนวทางการจัดการท่องเที่ยวเชิงผจญภัย (กีฬา) ในพื้นสามเหลี่ยมอันดามัน เป็นการวิจัยแบบผสมผสาน โดยใช้แบบสอบถาม และแบบสัมภาษณ์ เป็นเครื่องมือในการการศึกษาวิจัยเชิงปริมาณ ประชาการและกลุ่มตัวอย่าง เป็นประชากรที่อาศัยอยู่ใน จังหวัดกระบี่ พังงา และภูเก็ต ใช้วิธีการสุ่มแบบ
ทาโร่ยามาเน่ การวิจัยเชิงคุณภาพผู้ข้อมูลหลักเลือกจากบุคคลที่มีคุณสมบัติ และมีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่มีความน่าเชื่อถือ จำนวน 30 คน ผลการวิจัยพบว่า ผู้ตอบให้ข้อมูล 384 คน ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง มีอายุ 31-40 ปี มีสถานภาพสมรส มีอาชีพรับราชการ รายได้ต่อเดือน 10,001-30,000 บาท เดินทางมาท่องเที่ยวเป็นครั้งแรก โดยรถยนต์สวนตัว พักค้างคืน 2 คืน ความต้องการค่าใช้จ่ายเฉลี่ยสำหรับที่พักต่อคืนต่ำกว่า 500 บาท การจัดการท่องเที่ยวเชิงผจญภัย (กีฬา) สำหรับนักท่องเที่ยวในพื้นที่สามเหลี่ยมอันดามัน ภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( = 3.86) โดยความเชื่อมั่นของอุปกรณ์ต่อการท่องเที่ยวว่ามีความปลอดภัย (
= 4.53) อยู่ในระดับมากที่สุด รองลงมา คือ กิจกรรมการท่องเที่ยวมีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (
= 4.51) และมีความเพียงพอของระบบคมนาคมขนส่งโดยสาร (
= 4.34) แนวทางของการพัฒนาการจัดการท่องเที่ยวเชิงผจญภัย (เล่นกีฬา) สำหรับนักท่องเที่ยว ในพื้นที่สามเหลี่ยมอันดามัน ชุมชนเป็นฐาน สร้างผู้ประกอบการเชิงพื้นที่ กำหนดแลนมาร์คที่มี ควบคุมกิจกรรมที่ผ่านมาตรฐาน มี 4 กลยุทธ์ คือ กลยุทธ์ที่ 1 ชุมชนเป็นฐาน กลยุทธ์ที่ 2 สร้างผู้ประกอบการเชิงพื้นที่ กลยุทธ์ที่ 3 กำหนดแลนมาร์ค กลยุทธ์ที่ 4 ควบคุมกิจกรรมที่ผ่านมาตรฐาน
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับวารสารวิชาการมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว
เอกสารอ้างอิง
Chainun Chaiyasain, & Areeta Thirasatayapitak. (2019). Eco-adventure tourism: An awareness of white-water rafting tour operator standard at Songpraek Village, Phang-nga Province. Journal of International and Thai Tourism, 15(1), 22–46.
Department of Tourism Economy and Sports. (2020). Tourism information. Retrieved from https://secretary.mots.go.th/policy/more_news.php?offset=0&cid=26&startoffset=0
MGR Online. (2017). Inviting the elderly to enjoy with many privileges from AirAsia. Retrieved from https://mgronline.com/travel/detail/
Pranee Lambensa. (2016). Determining the quality of measurement and evaluation tools. Yala: Yala Rajabhat University.
Department of Older Persons, Ministry of Social Development and Human Security. (2017). Knowledge set for self-care and potential development of the elderly: “Learning about society”. Bangkok: Department of Elderly Affairs.
Smart Finder. (2022). Hotels for elderly tourists. Retrieved from https://smartfinder.asia/ Touristhotels.
Sudthanom Tancharoen. (2017). Community based tourism management and sustainable tourism development of Bangkantaek Community in Samutsongkhram Province. 13(2), 1 – 24. Retrieved from https://tci-thaijo.org/index.php/jitt/article/view/113052
Suraphong Kongsat, & Teerachart Thammawong. (2008). Determining the accuracy of the questionnaire (IOC). Retrieved from http://mcu.ac.th/site/articlecontent_desc.php? article_id= 656& articlegroup_ d=146.2551
Yamane, T. (1973). Statistics: An introductory analysis (3rd ed.). Harper and Row.