ผลของโปรแกรมการกระโดดเชือกแบบเท้าคู่ และการกระโดดเชือกแบบสลับเท้าที่มีต่อความอดทนของระบบไหลเวียนเลือดและระบบหายใจของนักเรียนหญิง ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนบางแก้วประชาสรรค์

Main Article Content

พัศทร ชัยปัญหา
จิราวัฒน์ ขจรศิลป์

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมการกระโดดเชือกที่มีต่อความอดทนของระบบไหลเวียนเลือด และระบบหายใจของนักเรียนหญิง ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย และ 2) เปรียบเทียบผลของโปรแกรมการกระโดดเชือกแบบเท้าคู่ และการกระโดดเชือกแบบสลับเท้าที่มีต่อความอดทนของระบบไหลเวียนเลือด และระบบหายใจ กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนหญิงชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนบางแก้วประชาสรรค์ จำนวน 90 คน เครื่องมือที่ใช่ในการวิจัยเป็นแบบทดสอบวิ่งระยะไกล 1,600 เมตร ในการวัดความอดทนของระบบไหลเวียนเลือด และระบบหายใจ โดยนำมาจากแบบทดสอบและเกณฑ์มาตรฐานสมรรถภาพทางกายสำหรับเด็กไทย อายุ 7-18 ปี กรมพลศึกษา  และโปรแกรมการกระโดดเชือกแบบเท้าคู่ และการกระโดดเชือกแบบสลับเท้าที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นโดยนำหลักของ FITT มาใช้เป็นแนวทางในการสร้างโปรแกรมการฝึกในครั้งนี้คือ ทำการฝึกเป็นระยะเวลา 8 สัปดาห์ๆ ละ 3 วัน ผู้วิจัยได้มีการกำหนดความหนัก โดยมีการเพิ่มความหนักของโปรแกรมการฝึกการกระโดดเชือกทั้ง 2 แบบ จากเบาไปหาหนัก สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าทดสอบ t-test และค่าทดสอบ F-test (one-way analysis of variance)


ผลการวิจัยพบว่า 1) ความอดทนของระบบไหลเวียนเลือด และระบบหายใจของกลุ่มที่ฝึกด้วยโปรแกรมการกระโดดเชือกแบบเท้าคู่ และกลุ่มที่ฝึกด้วยโปรแกรมการกระโดดเชือกแบบสลับเท้า หลังการฝึกสัปดาห์ที่ 8 มีพัฒนาการสูงกว่าก่อนการฝึกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2) ความอดทนของระบบไหลเวียนเลือดและระบบหายใจ หลังการฝึกสัปดาห์ที่ 8 ระหว่าง กลุ่มที่ฝึกด้วยโปรแกรมการกระโดดเชือกแบบเท้าคู่และกลุ่มที่ฝึกด้วยโปรแกรมการกระโดดเชือกแบบสลับเท้าไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ชัยปัญหา พ. ., & ขจรศิลป์ จ. . (2020). ผลของโปรแกรมการกระโดดเชือกแบบเท้าคู่ และการกระโดดเชือกแบบสลับเท้าที่มีต่อความอดทนของระบบไหลเวียนเลือดและระบบหายใจของนักเรียนหญิง ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนบางแก้วประชาสรรค์. วารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ, 12(1), 205–214. สืบค้น จาก https://he02.tci-thaijo.org/index.php/TNSUJournal/article/view/244326
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

Charoen Krabuanrat. (2007). Health Circle Rubber Chain. Bangkok: Pimdee Co.,LTD.

Charoen Krabuanrat. (2014). The application of basic training (FITT). Health Education Journal Physical Education and Recreation, 40(2), 5-12.

Korawee Boonchai. (2014). Measurement for Evaluation in Physical Education. Bangkok: Physical Education Program, Faculty of Education, Kasetsart University.

Ministry of Education. (2009). Basic Education Core Curriculum 2008. Bangkok: The Agriculture Co-operative Federation of Thailand, Ltd Publishing.

Onanong Kulaputana. 2005. Suggestion in Exercise for Lung and Heart. Bangkok: Printing and Shipping Organization Publication.

Phimwipa Srichan. (2014). Exercise. Retrieved July 2, 2019, form http://tawekak.wordpress.com.

Sompol Sanguanrungsirikul. (2005). Suggestion in Exercise for Children (Age 2 - 12). Bangkok: Printing and Shipping Organization Publication.

Supitr Samahito, et al. (2012). The Standardization of Physical Fitness Test for Thai children aged 7-18 years. Retrieved 15 December 2018, from http://ft.dpe.go.th/ app/public/download/Test_7-18.pdf.