การวิเคราะห์การเคลื่อนไหวทางคิเนเมติกส์ในทักษะท่าตีขาของนักกีฬาดาบไทย เพศชายระดับมหาวิทยาลัย

Main Article Content

ศักดิ์สิทธิ์ หอมสวัสดิ์
ชัยพัฒน์ หล่อศิริรัตน์

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์การเคลื่อนไหวทางคิเนเมติกส์ เวลาปฏิกิริยา เวลาในการเคลื่อนไหว และเวลาในการตอบสนองในทักษะท่าตีขาของนักกีฬาดาบไทยเพศชาย กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ 1 นักกีฬาดาบไทยประเภทกระบี่บุคคลชายที่เข้าร่วมการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยครั้งที่ 44 ที่ได้ลำดับที่ 1-8 และกลุ่มที่ 2 นักกีฬาดาบไทยลำดับที่ 9-16 จากรอบ 16 คนสุดท้าย ผู้เข้าร่วมการวิจัยทุกคนจะต้องทำการติดมาร์คเกอร์ที่ร่างกายทั้งหมด 14 จุด ในการเก็บข้อมูล ผู้เข้าร่วมวิจัยจะต้องตีกระบี่ในท่าตีขา 10 ครั้ง      พัก 1 นาทีระหว่างการตีแต่ละครั้ง ในการตีขาผู้เข้าร่วมวิจัยยืนห่างจากหุ่นล่อเป้า 3 ช่วงแขน วัดจาก Ulnar styloid process ถึง Acromion process เมื่อได้รับสัญญาณไฟ ผู้เข้าร่วมวิจัยต้องโจมตีไปที่บริเวณขาของหุ่นล่อเป้า โดยต้องโจมตีตั้งแต่ข้อเข่าของหุ่นลงมาไม่เกิน 10 cm ผู้วิจัยเริ่มทำการบันทึกเมื่อมีการพูดว่า ”พร้อม” โดยทำการบันทึกและวิเคราะห์ท่าตีขาจำนวน 10 ครั้งด้วยการวิเคราะห์แบบ 3 มิติจากโปรแกรม QTM motion capture system จากนั้นนำผลมาวิเคราะห์ทางสถิติ หาค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเปรียบเทียบทั้งสองกลุ่มด้วยค่าทีแบบเป็นอิสระ (Independent t-test) กำหนดค่านัยสำคัญทางสถิติที่ .05  


ผลการวิจัยพบว่ากลุ่มนักกีฬาอันดับที่ 1-8 และ 9-16 มี 1) ความเร็วรวมสูงสุดเฉลี่ยตั้งแต่การเริ่มเคลื่อนไหวจนกระทั่งจังหวะกระบี่กระทบเป้าของปลายดาบ ข้อมือ และข้อศอกเท่ากับ 25.18เมตร/วินาที 4.96เมตร/วินาที 4.41เมตร/วินาที และ 17.88เมตร/วินาที 3.97เมตร/วินาที 3.59เมตร/วินาที ตามลำดับ 2) ความเร็วรวมสูงสุดเฉลี่ยตั้งแต่จังหวะกระบี่กระทบเป้าจนกระทั่งจังหวะการตั้งการ์ดของปลายเท้า (ท่าเริ่มต้น)เท่ากับ 1.28เมตร/วินาที และ 1.42เมตร/วินาที และเวลาในการตอบสนอง (ไฟติด - การ์ด) เท่ากับ .08เมตร/วินาที และ .09เมตร/วินาที ซึ่งแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05   

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
หอมสวัสดิ์ ศ. ., & หล่อศิริรัตน์ ช. (2019). การวิเคราะห์การเคลื่อนไหวทางคิเนเมติกส์ในทักษะท่าตีขาของนักกีฬาดาบไทย เพศชายระดับมหาวิทยาลัย. วารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ, 11(3), 85–96. สืบค้น จาก https://he02.tci-thaijo.org/index.php/TNSUJournal/article/view/244559
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

Achira Klinaumpa. (2016). Effects of Thai sword program training based on guilford concept upon creative thinking of the university studen level. (Master's Thesis), Chulalongkorn University.

Chusak Wejpeat & Kanya Palawiwat. (1993). Physiology of exercise. Bangkok: Tunkamol Printing.

Gholipour, M., Tabrizi, A., & Farahmand, F. (2008). Kinematics analysis of lunge fencing using stereophotogrametry. World J Sport Sci, 1(1), 32-37.

McIsaac, T. L., & Benjapalakorn, B. (2015). Allocation of attention and dual-task effects on upper and lower limb task performance in healthy young adults. Experimental Brain Research, 233(9), 2607-2617.

Nathan, M., Mark, F., D.G.E. Robertson., (2011).Kinetic Analyses of two fencing attacks - Lunge and fleche. Poruguese Journal of Sport Sciences, 11(2).

Prayook Boonnak. (2013). The position of KRABI-KRABONG. Documentary,19(2).

Redondo, J. C., Alonso, C. J., Sedano, S., & de Benito, A. M. (2014). Effects of a 12-week strength training program on experimented fencers' movement time. The Journal of Strength & Conditioning Research, 28(12), 3375-3384.

Sonthaya Srilamart. (2004). Principles of coaching for trainers. Bangkok: Chulapress.

Thonglor Trirat. (2008). Master sword in the heart "Thonglor Trirat".

Turner, A., James, N., Dimitriou, L., Greenhalgh, A., Moody, J., Fulcher, D., ... & Kilduff, L. (2014). Determinants of Olympic fencing performance and implications for strength and conditioning training. The Journal of Strength & Conditioning Research, 28(10), 3001-3011.