การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้วิชาพลศึกษาของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในศตวรรษที่ 21

Main Article Content

พิชัยณรงค์ กงแก้ว

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ ดังนี้ 1) เพื่อศึกษาสภาพการจัดการเรียนรู้วิชาพลศึกษาของมหาวิทยาลัย เชียงใหม่ในศตวรรษที่ 21 2) เพื่อพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้วิชาพลศึกษาของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในศตวรรษที่ 21 และ 3) เพื่อประเมินผลรูปแบบการจัดการเรียนรู้วิชาพลศึกษาของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในศตวรรษที่ 21 การวิจัยครั้งนี้มีวิธีการดำเนินการ 3 ขั้นตอน คือ ขั้นตอนที่ 1 การศึกษาสภาพการจัดการเรียนรู้วิชาพลศึกษาของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในศตวรรษที่ 21 กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 300 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถาม มีองค์ประกอบ 5 ด้าน คือ ด้านผู้เรียน, ด้านผู้สอน, ด้านกระบวนการจัดการเรียนรู้, ด้านเนื้อหา และด้านปัจจัยสนับสนุน ขั้นตอนที่ 2 การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้วิชาพลศึกษาของมหาวิทยาลัย เชียงใหม่ ในศตวรรษที่ 21 ด้วยผู้เชี่ยวชาญและอาจารย์ประจำสาขาวิชาพลศึกษา จำนวน 9 ท่าน โดยการสนทนากลุ่ม เพื่อประเมินความเหมาะสม ความถูกต้องครอบคลุมของรูปแบบการจัดการเรียนรู้วิชาพลศึกษาของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในศตวรรษที่ 21 และขั้นตอนที่ 3 ประเมินผลรูปแบบการจัดการเรียนรู้วิชาพลศึกษาของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในศตวรรษที่ 21 โดยการประเมินจากกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 300 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบประเมินเพื่อประเมินความเป็นประโยชน์และความเป็นไปได้ของรูปแบบการจัดการเรียนรู้วิชา  พลศึกษาของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในศตวรรษที่ 21    


ผลการวิจัยปรากฏผล ดังนี้ 1) ผลการศึกษาสภาพการจัดการเรียนรู้วิชาพลศึกษา พบว่า การจัดการเรียนรู้วิชาพลศึกษาของมหาวิทยาลัย เชียงใหม่ในศตวรรษที่ 21 ความคิดเห็นโดยรวมและรายด้านอยู่ในระดับมาก ซึ่งองค์ประกอบที่มีความคิดเห็นสูงที่สุด คือ ด้านกระบวนการจัดการเรียนรู้ รองลงมา คือ ด้านปัจจัยสนับสนุน และด้านผู้สอน ตามลำดับ 2) ผลการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้วิชาพลศึกษาของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในศตวรรษที่ 21 พบว่า มี 5 องค์ประกอบ (SIPCE) 4 ขั้นตอน (PACE) คือ องค์ประกอบที่ 1 ผู้เรียน (Student) องค์ประกอบที่ 2 ผู้สอน (Instructor) องค์ประกอบที่ 3 กระบวนการจัดการเรียนรู้ (Pedagogy) มี 4 ขั้นตอน (PACE) ดังนี้ ขั้นการวางแผน (Planning) ขั้นการปฏิบัติ (Acting) ขั้นการสรุปผล (Concluding) และขั้นการประเมินผล (Evaluating) องค์ ประกอบที่ 4 เนื้อหา (Content) และองค์ประกอบที่ 5 ปัจจัยสนับสนุน (Environment) และตรวจสอบรูปแบบ พบว่า รูปแบบมีความเหมาะสมและความถูกต้องครอบคลุม อยู่ในระดับ มาก และ 3) ผลการประเมินความเป็นไปได้และความมีประโยชน์ของรูปแบบ อยู่ในระดับมาก

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
กงแก้ว พ. . (2019). การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้วิชาพลศึกษาของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในศตวรรษที่ 21. วารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ, 11(3), 230–242. สืบค้น จาก https://he02.tci-thaijo.org/index.php/TNSUJournal/article/view/244586
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

Boonsiri Anantasate. (2001). The development of a teaching and learning process to promote learner’s autonomy for university students. (Doctoral dissertation), Chulalongkorn University.

Chaiwat Suttirat. (2009). 80 Innovations in learning management. Bangkok: DENEX Inter Corporation.

Hills, P.J. A .(1982). Dictionary of education. London: Routledge & Kegan Payi.

Jesse Feiring Williams & Worasak Pianchob, Trans. (1997). The principles of physical education. (1st ed). Bangkok: Department of Academic Affairs, Book Center.

Kanchana Chanprasert. (2011). An instructional model development focusing on a self-directed learning process by using problem based learning approach in life science physics. (Master’s thesis), Rungsit University.

Kiattiwat Watchayakarn. (2013). The development of instructional model for physical education for professional teacher students in the Institute of Physical Education. (Master’s thesis), Valaya Alongkorn Rajabhat University under the Royal patronage.

Lasley, T. J. & Matczynski, T. J. (1997). Strategies for teaching in a diverse society: Instructional models. Belmint. CA: Wadsworth.

Pimphan Dechachup and Payao Yindeesuk. (2015). Learning management in the 21st century. (2nd ed.). Bangkok: Chulalongkorn University Printing House.

Somyos Saetoew. (2013). The state and problems in learning and teaching physical education in Rachawinit School group in academic year 2012. (Master’s thesis), Srinakharinwirot University.

Tissana Khaemanee and others. (1999). The teaching and learning by using learner-centered CIPPA model. Journal of education, 3, 57-59.

Usa Kongthong and others. (2010). The manual of instructional system in having learners to be a principle of education. (1st ed.). Valaya Alongkorn Rajabhat University under the Royal Patronage: Tienwattana printing.

Vicharn Panich. (2012). 21st Century learning path for disciples. Bangkok: Sodsri-Saritwong Foundation.

Wanida Jiaranai. (2010). The instructional model in integration of subject involving in the recreation of higher education in Thailand. Bangkok: Srinakharinwirot University.