การเปรียบเทียบสมรรถภาพทางกายนักเรียนระดับประถมศึกษา ในเขตกรุงเทพมหานคร
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบสมรรถภาพทางกายระหว่างนักเรียนระดับประถมศึกษา ปีการศึกษา 2559 ของโรงเรียนสังกัดต่างๆ ในเขตกรุงเทพมหานคร กลุ่มตัวอย่างที่ใช้เป็นนักเรียนชายและหญิงที่ศึกษาระดับชั้นประถมศึกษา ประกอบด้วย โรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา กรุงเทพมหานคร โรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร และโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน โดยได้มาจากการสุ่มแบบหลายขั้นตอน (Multistage Random Sampling) จำนวนนักเรียน 4,723 คน เป็นนักเรียนชาย 2,337 คน นักเรียนหญิง 2,386 คน ใช้วิธีการทดสอบสมรรถภาพทางกายนักเรียนชายและนักเรียนหญิงอายุระหว่าง 7–12 ปี ของกรมพลศึกษา ประกอบด้วยรายการต่อไปนี้ 1. ยืนกระโดดไกล 2. แรงบีบมือข้างที่ถนัด 3. ความอ่อนตัว 4. ลุกนั่งระยะเวลา 30 วินาที และ 5. วิ่งกลับตัว ระยะทาง 10 เมตร วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติ ค่าเฉลี่ย () ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) ความแปรปรวนแบบทางเดียว (One-way ANOVA) และวิเคราะห์ความแตกต่างรายคู่โดยการทดสอบของเชฟเฟ (Scheffe’) ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้
ผลการวิเคราะห์ความแตกต่างรายคู่ด้านสมรรถภาพทางกายรวมของนักเรียนทั้ง 3 สังกัด พบว่า โรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนมีค่าเฉลี่ยมากกว่าอีกสองสังกัดจำนวน 8 คู่ (นักเรียนหญิงระดับประถมศึกษาปีที่ 1, นักเรียนชายและหญิงระดับประถมศึกษาปีที่ 3 และ นักเรียนหญิง ระดับประถมศึกษา ปีที่ 5) และโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร มีค่าเฉลี่ยมากกว่าอีกสองสังกัดจำนวน 3 คู่ (นักเรียนชายระดับประถมศึกษาปีที่ 5 และนักเรียนชายระดับประถมศึกษาปีที่ 6) และโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากรุงเทพมหานครมีค่าเฉลี่ยมากกว่าอีกสองสังกัดจำนวน 1 คู่ (นักเรียนหญิงระดับประถมศึกษาปีที่ 2)
อย่างไรก็ตามสมรรถภาพทางกายของนักเรียนในระยะเวลาที่ต่างกันอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้และงานวิจัยครั้งนี้ได้ดำเนินงานวิจัยจนเสร็จสิ้นในปีการศึกษา 2559 ดังนั้นสภาพในปัจจุบันสมรรถภาพทางกายของนักเรียนที่เป็นตัวอย่างอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ไปตามบริบทของแต่ละโรงเรียนในกลุ่มสังกัดต่างๆ
Article Details
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับวารสารวิชาการมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว
เอกสารอ้างอิง
Alberta Learning . (2000). A PROGRAM RATIONALE AND PHILOSOPHY. Retrieved from https://education.alberta.ca/media/482114/elemart.pdf
Boobchom Srisa-Ardi. (2002). Preliminary Research. Bangkok: Suriwitthayasarn. [in thai].
Charoentasn Chintanaseri. (1995). Sport Science for Coaches and Athletes. Sports Authority of Thailand. Bangkok: Graduate School. Srinakharinwirot University. [in thai].
Department of Physical Education. (2005). The Physical Fitness Norms for 7-12 old Primary Students. Bangkok: Department of Physical Education. [in thai].
Department of Physical Education. (2005). The Physical Fitness Test Handbook. Bangkok: Department of Physical Education. [in thai].
Department of Physical Education. (2016). Good Physical Fitness because of nutrition Bangkok: Department of Physical Education. [in thai].
National curriculum in England. (2013). Physical education programmes of study: key stages 1 and 2. Retrieved from https://www.gov.uk/government/ uploads/system/uploads/attachment_data/file/335186/PRIMARY_national_curriculum_-_ English_220714.pdf