การพัฒนาจิตวิญญาณความเป็นมนุษย์ แบบการก้าวกระโดดสู่ชีวิตใหม
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากระบวนการพัฒนาจิตวิญญาณความเป็นมนุษย์แบบการก้าวกระโดดสู่ชีวิตใหม่และศึกษาความคิดเห็นของบุคคลที่ผ่านกระบวนการพัฒนาจิตวิญญาณ
ความเป็นมนุษย์แบบการก้าวกระโดดสู่ชีวิตใหม่ ผู้ให้ข้อมูลหลัก คือ อาจารย์สถิติธรรม เพ็ญสุข และบุคคลที่ผ่านการฝึกอบรมด้วยกระบวนการพัฒนาจิตวิญญาณความเป็นมนุษย์แบบการก้าวกระโดดสู่ชีวิตใหม่
มากกว่า1เดือนขึ้นไปจำนวน 17คน ใช้วิธีการสัมภาษณ์เชิงลึกและการสังเกตแบบมีส่วนร่วมในการเก็บรวบรวมข้อมูล
ผลการศึกษาได้ข้อสรุปว่า กระบวนการพัฒนาจิตวิญญาณความเป็นมนุษย์แบบการก้าวกระโดดสู่ชีวิตใหม่ เป็นการทำให้จิตสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เพื่อขจัดความคิดที่ไร้ประโยชน์และเกิดเป็นความรู้สึกความซาบซึ้งหรือการตระหนักรู้โดยผ่านกิจกรรมต่างๆ ประกอบด้วยขั้นตอนหลัก3ขั้นตอน ได้แก่ ขั้นตอนที่ 1 การเตรียมสภาวะจิตก่อนการชี้แนะขั้นตอนที่2การชี้แนะพลังจิตซึ่งมี 2 รูปแบบ คือการชี้แนะส่วนบุคคลและการชี้แนะโดยใช้กระบวนการกลุ่ม ขั้นตอนที่ 3 การฝึกจิตด้วยตนเอง ในแต่ละขั้นตอนอาจารย์สถิตธรรม เพ็ญสุข เริ่มต้นด้วยการเชื่อมกระแสจิตไปยังผู้เข้าร่วมกิจกรรม เพื่อเลือกวิธีการชี้แนะหรือกิจกรรม และสร้างบรรยากาศโดยผ่านคลื่นเสียงและคลื่นแสงที่เหมาะสม รวมถึงการตั้งโปรแกรมจิตใหม่เข้าไปเสมอ ซึ่งบุคคลที่ผ่านกระบวนการพัฒนาจิตวิญญาณความเป็นมนุษย์แบบการก้าวกระโดดสู่ชีวิตใหม่ ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงในชีวิต ดังนี้1) ด้านร่างกาย พบว่า มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงขึ้น 2) ด้านจิตใจพบว่า มีสุขภาพจิตที่ดีขึ้น มีทัศนคติในการดำเนินชีวิตเป็นบวกส่งผลไปถึงการแสดงออกทางบุคลิกภาพภายนอก ในทางที่ดีและนำไปสู่ความสัมพันธ์ที่ดีกับสังคมภายนอกและบุคคลรอบข้าง 3) ด้านปัญญา พบว่า สามารถเรียนรู้ได้เร็วและเข้าใจชีวิตได้ง่ายขึ้น มีความสามารถในการจัดการกับปัญหาได้เป็นอย่างดี และ 4) ด้านความมหัศจรรย์ในชีวิต พบว่าได้ประสบกับเหตุการณ์ที่ดีอย่างไม่เคยคาดคิดมาก่อน และได้สัมผัสกับประสบการณ์
ทางจิตที่เกิดขึ้นเองโดยอัตโนมัติซึ่งผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่า กระบวนการดังกล่าวสามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงชีวิตไปในทางที่ดีขึ้น จึงสามารถนำไปใช้เป็นแนวทางหนึ่งในการฝึกพัฒนาจิตวิญญาณให้มีความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ นอกจากนี้น่าจะเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ควรจะนำไปทดลองใช้ฝึกสมรรถภาพทางจิต (Psychological fitness) ซึ่งเป็นองค์ประกอบหนึ่งของความสำเร็จทางการกีฬา
Article Details
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับวารสารวิชาการมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว
เอกสารอ้างอิง
Contemplative Education Centre, Mahidol University. (2017). Knowing Contemplative Education Centre. Searched on 8 August 2017 from http://www.ce.mahidol.ac.th/research/
Department of Mental Health. Ministry of Public Health. (2015). Department of Mental Health Annual Report 2015. Bangkok: Ngaan Pim Limited Partnership.
PowerofLife Center. (2017). Power of Life Center and Institute of Psychological Technology. Retrieved from http://www.powerlifecenter.com/
Prawase Wasi,etal. (2004). Nature of Everything: Approaching all Truth. Bangkok:Sodsri–Saritwong Foundation.
Promgunaporn, Phra (Prayut Payutto). (1997). Life Statute: Buddhist ethics for good life, 80th reprinted, Bangkok : Pim Suay Company Limited.
Phatthanun Sinnang. (2015). The development of an instructional model to enhance desirable characteristics of sports school students. Academic Journal Institute of Physical Education. 7(1), 53–66.
PublicRelationsTechnical Development Office.The GovernmentPublicRelations Department. (2017). Problems of Thai Society in Present. Retrieved from http://hq.prd.go.th/ewt/PRTechnicalDM/ewt_news.php?nid=1619
SathitthamPensuk. (2015).Power of Mind Coaching, Spiritual Jumping, Leaping Processes into a New Life. Bangkok : Intellectuals Press.
SathitthamPensuk. (2015).Power of Mind Coaching 3D Unlocking Cyber Era Life. Bangkok: Intellectuals Press.
SEM - Spirit in Education Movement. (2017). About SEM - Spirit in Education Movement. Retrieved from https://semsikkha.org/tha/about-us/about-us
Sodsri–SaritwongFoundation. (2017). About Sodsri – Saritwong Foundation. Retrieved from http://thaissf.org/
Thanphatson Thamchotmetin. (2017). A Study Model of Spirituallity in Thai Society. Phimoldhamma Research Institute Journal. 4 (1): 15–23.
Willpower Institute. (2017). Willpower Institute. Retrieved from http://www.samathi.com/2016/institute.php
Yong, C.,& Koopsen, C. (2011).Spirituality, Health and Healing: An Interative Approach. (2nd ed.). Massachusetts: Jones and Bartlett.