STEM Education เพื่อการพัฒนากระบวนวิชาประวัติ และนโยบายกีฬาของประเทศไทย
Main Article Content
บทคัดย่อ
สะเต็มศึกษา เป็นกระบวนการพัฒนาทักษะของผู้เรียนเกี่ยวกับวิธีการคิดและการแก้ปัญหาด้วยการบูรณาการความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีวิศวกรรมศาสตร์และคณิตศาสตร์การศึกษาในครั้งนี้
มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเอาสะเต็มมาใช้ในการแก้ปัญหาและส่งเสริมการเรียนการสอนในรายวิชาที่เป็นทฤษฎีและเข้าใจยากโดยในการวิจัยครั้งนี้ผู้เขียนได้ยกเอายุทธศาสตร์ที่1การพัฒนากีฬาเพื่อสุขภาพ ในส่วนของวิชา
พลศึกษาที่บรรจุอยู่ในหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานระดับประถมศึกษาตอนต้น (เด็กประถมวัย) มาทำการวิเคราะห์ด้วยหลักการของสะเต็มที่ประกอบไปด้วยองค์ความรู้ 4 สาขาวิชาด้วยกัน คือ วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี
วิศวกรรมศาสตร์และคณิตศาสตร์ซึ่งผลการศึกษา พบว่า ก) ด้านวิทยาศาสตร์เป็นการนำเอาวิชา“ชีววิทยาหรือสรีรวิทยาการออกกำลังกาย” มากำหนดค่าความหนักของงาน (Intensity) ระยะเวลา (Duration)และ
ความถี่ (Frequency) ของโปรแกรมการออกกำลังกาย ด้วยการนำหลักการทางฟิสิกส์เกี่ยวกับการถ่ายโอนน้ำหนักตัวด้วยมวลของร่างกาย(Mass)แรง(Force) เวลา(Time) ทิศทาง(Direction)และความเร็ว(Velocity)
มาใช้ในการกำหนดกิจกรรมสำหรับเด็กประถมวัยได้ ข) ด้านเทคโนโลยีเทคโนโลยีเป็นการวิเคราะห์ท่าทางการเคลื่อนไหวร ่างกายของเด็กประถมวัย ก ่อนและหลังการใช้อุปกรณ์ตามโปรแกรมกิจกรรมทางกาย
แบบสถานี(Physical Education Stationary) ที่พัฒนามาจากหลักการทางวิทยาศาสตร์ ยกตัวอย่างเช่น การบันทึกภาพวีดีทัศน์ด้วยอุปกรณ์การบันทึกแบบ VDO AnalysisSystem ซึ่งอุปกรณ์ดังกล่าวถูกนำมาใช้
เพื่อการประเมินประสิทธิภาพของโปรแกรม ค)ด้านวิศวกรรมศาสตร์เป็นการออกแบบผลิตภัณฑ์มาใช้ในการออกแบบอุปกรณ์การเคลื่อนไหวร่างกายของเด็กประถมวัย ยกตัวอย่างเช่น การนำเอาวิชาฟิสิกส์ (Physic)
มาทำการ 1) วิเคราะห์การเคลื่อนไหวร่างกายของเด็กประถมวัยด้วยหลักการที่เกี่ยวกับการถ่ายโอนน้ำหนักตัวด้วยมวของร่างกาย (Mass) แรง (Force) เวลา (Time) ทิศทาง (Direction) และความเร็ว (Velocity) และ
2) การนำเอาหลักการทางฟิสิกส์มาใช้ในการสร้างอุปกรณ์ที่เหมาะสมกับเด็กประถมวัยได้ และ ง) ด้านคณิตศาสตร์ เป็นการประเมินค่าทักษะ (Rating Scale) ของเด็กประถมวัย ก่อนและหลังการใช้อุปกรณ์ตามโปรแกรม
กิจกรรมทางกายแบบสถานี(PhysicalEducationStationary)ด้วยอุปกรณ์การบันทึกแบบ VDO Analysis System ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Article Details
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับวารสารวิชาการมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว
เอกสารอ้างอิง
Ramkhamhaeng University Faculty Senate. (2016). STEM education for development of students’ skill in the 21st Century. Journal of Ramkhamhaeng University. June, 2016