การรับรู้ถึงแรงจูงใจของผู้ที่ออกกำลังกาย ด้วยการเต้นแอโรบิก
Main Article Content
บทคัดย่อ
วัตถุประสงค์ของการวิจัยครั้งนี้เพื่อศึกษาการรับรู้ถึงแรงจูงใจของผู้ที่ออกกำลังกายด้วยการเต้นแอโรบิก กลุ่มตัวอย่างเป็นเพศหญิง จำนวน 50 คน อายุระหว่าง 33-55 ปี ที่ออกกำลังกายด้วยการเต้นแอโรบิก 5-6 วัน ต่อสัปดาห์ด้วยการเก็บรวบรวมข้อมูลจากการบันทึกเหตุการณ์สำคัญ การสังเกตการณ์และการสัมภาษณ์แล้ววิเคราะห์ข้อมูลด้วยการเปรียบเทียบความคงที่ของข้อมูล และตรวจสอบความเชื่อถือได้ของข้อมูลโดยวิธีการสามเส้า พบว่า การรับรู้ถึงแรงจูงใจภายใน ได้แก่ความต้องการมีสุขภาพดีความสนุก ความสุขในการออกกำลังกายและความมั่นใจ ความภูมิใจที่เต้นตามจังหวะได้ส่วนการรับรู้ถึงแรงจูงใจภายนอก ได้แก่ การมีสังคมและเพื่อนมากขึ้น การออกกำลังกายที่สะดวกและประหยัด สถานที่เหมาะสม และสิ่งแวดล้อมที่ดีสำหรับการรับรู้ถึง สาเหตุที่ทำให้แรงจูงใจลดลงได้แก่การบาดเจ็บ การขาดความรู้เกี่ยวกับการเต้นแอโรบิกและสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม
Article Details
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับวารสารวิชาการมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว
เอกสารอ้างอิง
ชงชัยบุสสี. (2547).แรงจูงใจในการเดินและวิ่งเหยาะของผู้สูงอายุในจังหวัดสระบุรี. ปริญญานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต. กรุงเทพมหานคร: บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
ชุติมารอดประทับ. (2550).แรงจูงใจในการเลือกกิจกรรมการออกกำลังกายของประชาชนในสวนสาธารณะ จังหวัดชลบุรี ปี พ.ศ. 2549. ปริญญานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต (พลศึกษา). กรุงเทพมหานคร: บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
ดำรง กิจกุศล. (2544). คู่มือออกกำลังกาย. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์หมอชาวบ้าน.
ธีรวัฒน์กุลทนันทน์. (2553). คู่มือป้องกัน-ฟื้นสมรรถนะแด่ผู้ที่รักการวิ่ง บาดเจ็บจากการวิ่ง. สืบค้นจาก thairunning.com online.
ปรียา กุลละวณิชย์. (2560). หมอชาวบ้าน. สืบค้นจาก thairunning.com online.
พงษ์พันธ์ พงษ์โสภา. (2542). จิตวิทยาการศึกษา. ปริญญานิพนธ์ พัฒนาศึกษา วิทยาศาสตร์มหาบัณฑิต (พลศึกษา). กรุงเทพมหานคร: บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ถ่ายเอกสาร.
พีระพงษ์ บุญศิริ. (2536). จิตวิทยาการกีฬา. กรุงเทพมหานคร: โอเดียนสโตร์.
สนธยา สีละมาด. (2547). หลักการฝึกกีฬาสำหรับผู้ฝึกสอนกีฬา.กรุงเทพมหานคร: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สนธยา สีละมาด. (2557). กิจกรรมทางกาย. กรุงเทพมหานคร: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สมาพร ทองมี. (2545). แรงจูงใจต่อการออกกำลังกายของพนักงานบริษัทกาดสวนแก้ว จำกัด. การค้นคว้าแบบอิสระ สาธารณสุขศาสตรมหาบัณทิต. เชียงใหม่: บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
สาลี่ สุภาภรณ์. (2550). วิจัยเชิงคุณภาพทางพลศึกษาและกีฬา. กรุงเทพมหานคร: ห้างหุ้นส่วนจำกัด สามลดา.
สืบสาย บุญวีรบุตร. (2541). จิตวิทยาการกีฬา. ชลบุรี: ชลบุรีการพิมพ์.
อภิวันท์โอนสูงเนิน. (2557). การศึกษาเหตุผลในการออกกำลังกายด้วยการเต้นแอโรบิก ผลที่เกิด และความต้องการของประชาชนที่ออกกำลังกายด้วยการเต้นแอโรบิกในจังหวัดสุโขทัย พ.ศ. 2556. สุโขทัย: สถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตสุโขทัย.
Kolt, G. S., Driver, R. P., & Giles, L. C. (2004). Why older Australians participate in exercise and sport. J Aging Phys Act, 12(2), 185-198.
Nigg, B. M., Khan, A., Fisher, V., & Stefanyshyn, D. (1998). Effect of shoe insert construction on foot and leg movement. Med Sci Sports Exerc, 30(4), 550-555.