ความสัมพันธ์ระหว่างความรู้และพฤติกรรม การออกกำลังกายของนักศึกษาชั้นปีที่ 1 สถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตชลบุรี ปีการศึกษา 2558

Main Article Content

วันดี เผื่อนเอี่ยม

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์1) ศึกษาความรู้และพฤติกรรมการออกกำลังกายของนักศึกษาชั้นปีที่ 1 สถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตชลบุรี ปีการศึกษา2558 2) เปรียบเทียบความรู้และพฤติกรรมการออกกำลังกายของนักศึกษาชาย และนักศึกษาหญิง ชั้นปีที่ 1 สถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตชลบุรีปีการศึกษา 2558 3) เปรียบเทียบความรู้และพฤติกรรมการออกกำลังกายของนักศึกษาคณะศิลปศาสตร์ คณะศึกษาสตร์ และคณะวิทยาศาสตร์การกีฬาและสุขภาพ ชั้นปีที่ 1 สถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตชลบุรี ปีการศึกษา 2558 4)ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างความรู้และพฤติกรรมการออกกำลังกาย ประชากรที่ใช้ในการศึกษาเป็นนักศึกษา ชั้นปีที่1 ของสถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตชลบุรี จำนวน 198 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น ได้ค่าความเที่ยงตรงเท่ากับ 0.95 วิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ทดสอบความแตกต่างระหว่างตัวแปร 2 กลุ่ม ด้วย t-test ทดสอบความแตกต่างระหว่างตัวแปร 3 กลุ่ม ด้วย f-test (one-way ANOVA) และวิเคราะห์ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน (Pearson’s product moment correlation coefficient)


ผลการวิจัยพบว่า
1. นักศึกษาชั้นปีที่ 1 มีความรู้เกี่ยวกับการออกกำลังกายและพฤติกรรมการออกกำลังกาย อยู่ในระดับมาก
2. นักศึกษาชั้นปีที่ 1 ที่มีเพศต ่างกันมีความรู้เกี่ยวกับการออกกำลังกายและพฤติกรรมการออกกำลังกายไม่แตกต่างกัน
3. นักศึกษาชั้นปีที่1ของแต่ละคณะที่สังกัดต่างกันมีความรู้เกี่ยวกับการออกกำลังกายและพฤติกรรมการออกกำลังกายแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05
4. ความรู้เกี่ยวกับการออกกำลังกายมีความสัมพันธ์ทางบวกกับพฤติกรรมการออกกำลังกาย อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
เผื่อนเอี่ยม ว. . (2018). ความสัมพันธ์ระหว่างความรู้และพฤติกรรม การออกกำลังกายของนักศึกษาชั้นปีที่ 1 สถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตชลบุรี ปีการศึกษา 2558. วารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ, 10(2), 193–202. สืบค้น จาก https://he02.tci-thaijo.org/index.php/TNSUJournal/article/view/248636
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา. (2550).รายงานแผนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2550-2554). กรุงเทพฯ: กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา.

ชาญชลักษณ์ เยี่ยมมิตร. (2556).การศึกษาพฤติกรรมการออกกำลังกายของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฎรำไพพรรณี ปีการศึกษา 2554. วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต(สาขาพลศึกษา).คณะพลศึกษา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.

ธนชาติ บุญเต็ม. (2552). ปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการออกกำลังกายของบุคลากรทางการศึกษา สถาบันอุดมศึกษา จังหวัดอุบลราชธานี.วิทยานิพนธ์สาธารณสุขศาสตร มหาบัณฑิต (สาขาวิชาการสร้างเสริมสุขภาพ). คณะสาธารณสุขศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี.

ณันทนี ลิปตานนท์. (2550). ปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการออกกำลังกายของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 1 โรงเรียนอนุราชประสิทธิ์ จังหวัดนนทบุรี. วิทยานิพนธ์วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (สาขาสุขศึกษา). คณะวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.

นุสรัน เฮาะมะ. (2551). ปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการออกกำลังกายของนักศึกษาสถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตยะลา. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต (สาขาส่งเสริมสุขภาพ). คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์.

พวงผกา อินทรสุวรรณ. (2554). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการออกกำลังกายของบุคลากรโรงพยาบาลนนทเวช. วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต (สาขาสุขศึกษา). คณะพลศึกษา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.บัณฑิต (สาขาพลศึกษา). คณะครุศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

สมนึก แก้ววิไล. (2552). ปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการออกกำลังกายของนักศึกษาระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร. วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต(สาขาบริหารธุรกิจ). คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร.

อัญนิกา งามเจริญ. (2548). ปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการออกกำลังกายของสมาชิกชมรมสร้างสุขภาพ จังหวัดราชบุรี. วิทยานิพนธ์วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (สาขาวิชาวิทยาการสังคมและการจัดการระบบสุขภาพ). คณะวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยศิลปากร.