การพัฒนาแบบวัดความฉลาดทางสุขภาพสำหรับนักเรียนประถมศึกษา

Main Article Content

จีรนันท์ แก้วมา
เอมอัชฌา วัฒนบุรานนท์
โชติกา ภาษีผล

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาแบบวัดความฉลาดทางสุขภาพสำหรับนักเรียนประถมศึกษา โดยการสังเคราะห์องค์ประกอบความฉลาดทางสุขภาพ สร้างแบบวัดความฉลาดทางสุขภาพสำหรับนักเรียนประถมศึกษา และตรวจสอบคุณภาพของแบบวัดที่พัฒนาขึ้น กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยคือ นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 ในโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน แบ่งเป็นกลุ่มทดลองใช้แบบวัดที่สร้างขึ้น จำนวน 352 คนได้มาจากการสุ่มอย่างง่าย และกลุ่มตัวอย่างในขั้นการเก็บรวบรวมข้อมูลจำนวน 2,056 คน ได้มาจากการสุ่มแบบหลายขั้นตอน วิเคราะห์ค่าความเที่ยงโดยใช้สัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาค วิเคราะห์ค่าความตรงเชิงเกณฑ์สัมพันธ์ระหว่างคะแนนจากแบบวัดที่สร้างขึ้นกับคะแนนประเมินสุขภาพด้านกาย จิตและสังคมโดยใช้สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เพียร์สัน สถิติที่ใช้ในการวิจัยคือ สถิติบรรยาย สัมประสิทธ์แอลฟาของครอนบาค และสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เพียร์สัน


ผลการวิจัยสรุปพบว่า 1) แบบวัดความฉลาดทางสุขภาพสำหรับนักเรียนประถมศึกษาที่สร้างและพัฒนาขึ้นมีองค์ประกอบความฉลาดทางสุขภาพ 4 องค์ประกอบ ได้แก่ การเข้าถึงข้อมูล การมีความรู้ การตัดสินใจ และการใช้ข้อมูล ลักษณะของแบบวัดเป็นข้อคำถามจำนวน 50 ข้อ คำตอบของแต่ละข้อมี 3 ตัวเลือก น้ำหนักการให้คะแนน  1-3  2) ค่าความเที่ยงของแบบวัดความฉลาดทางสุขภาพสำหรับนักเรียนประถมศึกษาที่สอบวัดกับนักเรียนกลุ่มทดลองจำนวน 352 คน มีค่าความเที่ยงของแบบวัดทั้งฉบับเท่ากับ .735 ส่วนค่าความเที่ยงของแบบวัดที่สอบวัดกับนักเรียนกลุ่มตัวอย่างจำนวน 2,056 คน มีค่าความเที่ยงทั้งฉบับเท่ากับ .701  และ 3) ค่าสหสัมพันธ์กับการประเมินสุขภาพด้านสุขภาพกาย ในกลุ่มทดลอง เท่ากับ .115 และสุขภาพสังคม เท่ากับ .185 ส่วนกลุ่มตัวอย่างในขั้นเก็บรวบรวมข้อมูลมีค่าสหสัมพันธ์กับการประเมินสุขภาพด้านสุขภาพกาย เท่ากับ .058 และสุขภาพสังคม เท่ากับ .164

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
แก้วมา จ. ., วัฒนบุรานนท์ เ. ., & ภาษีผล โ. . (2018). การพัฒนาแบบวัดความฉลาดทางสุขภาพสำหรับนักเรียนประถมศึกษา. วารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ, 10(1), 155–166. สืบค้น จาก https://he02.tci-thaijo.org/index.php/TNSUJournal/article/view/249208
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. (2542). เกณฑ์อ้างอิงน้ำหนัก ส่วนสูง และเครื่องชี้วัดโภชนาการของประชาชนไทยอายุ 1 วัน - 19 ปี.(ออนไลน์). แหล่งที่มา: http://www.rajini.ac.th/nurse/ test.pdf. 30 เมษายน 2558

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. (2556). คู่มือการดำเนินงานโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ พ.ศ. 2556. กรุงเทพฯ: ศูนย์สื่อและสิ่งพิมพ์แก้วเจ้าจอม.

กองสุขศึกษา. (2554). ความฉลาดทางสุขภาพ. กรุงเทพฯ: กองสุขศึกษา กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข

โชติกา ภาษีผล. (2554). การสร้างและพัฒนาเครื่องมือในการวัดและประเมินผลการศึกษา. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ฐิติยา แก้วสมบูรณ์. (2551). โปรแกรมจัดการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมเพื่อสร้างเสริมความแตกฉานด้านสุขภาพของผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูกระยะก่อนลุกลาม. วิทยานิพนธ์ปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต. (สาธารณสุขศาสตร์). กรุงเทพฯ: บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล.

ณัฐภัทร์ เพ็ชรแก้ว. (2549). ดัชนีชี้วัดสุขภาพของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต. (สุขศึกษา). กรุงเทพฯ: คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

นฤมล ตรีเพชรศรีอุไร และเดช เกตุฉ่ำ. (2554). รายงานการวิจัย เรื่อง การพัฒนาเครื่องมือวัดความฉลาดทางสุขภาพเกี่ยวกับโรคอ้วนของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 3 (ระยะที่ 1). กรุงเทพฯ: สามเจริญพาณิชย์.

วราพรรณ วงษ์จันทร์. (2547). ดัชนีชี้วัดสุขภาพของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น.วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต. (สุขศึกษา). กรุงเทพฯ: คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ศิริชัย กาญจนวาสี. (2552). ทฤษฎีการทดสอบแบบดั้งเดิม. พิมพ์ครั้งที่ 6. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

สายัณห์ ละออเอี่ยม. (2541). การจัดและบริหารงานสุขภาพในโรงเรียน. ชลบุรี: มหาวิทยาลัยบูรพา.

สินศักด์ชนม์ อุ่นพรมมี และมนทน์ดวงพัฒน์ อุ่นพรมมี. (2551). รายงานวิจัยเรื่องความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับความแตกฉานด้านสุขภาพในนักศึกษาพยาบาลศาสตร์ ชั้นปีที่ 4 วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี นครราชสีมา. นครราชสีมา: วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีนครราชสีมา.

สุรภา ธีระวานิช. (2546). ดัชนีชี้วัดสุขภาพของนักเรียนในโรงเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6.วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต. (สุขศึกษา). กรุงเทพฯ: คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

เอมอัชฌา วัฒนบุรานนท์. (2556). หลักการทางสุขศึกษา. กรุงเทพฯ: โอเดียนสโตร์.

Cormier, C. M. (2006). Health Literacy: The Knowledge and Experiences of Senior Level Baccalaureate Nursing Student. A Dissertation Submitted to the Graduate Faculty of the Louisiana State University and Agricultural and Mechanical College in partial fulfillment of the requirements for the degree of Doctor of Philosophy. Louisiana: Louisiana State University and Agricultural and Mechanical College.

National Assessment of Adult Literacy (NAAL). The National Assessment of Adult Literacy Test. [cited August 31 2011]. Available from: http:// www.naepdc.org/ about_NAEPDC/ NAAL.html

Norman, C.D., and Skinner, H.A. 2007. eHEALS: The Health Literacy Scale. Journal Medication International Research. 8(4): e27.

World Health Organization. (WHO) (2009). Health Literacy and Health Promotion. Definitions, Concepts and Examples in the Eastern Mediterranean Region. Individual Empowerment Conference Working Document. 7th Global Conference on Health Promotion Promoting Health and Development. Nairobi, Kenya.

Zarcadoolas, C., Pleasant, A.F., and Greer, D.S. (2006). Advancing Health Literacy: A Framework for Understanding and Action. San Francisco: Jossey – Bass Inc., Publishers.