ปัญหาและความต้องการในการบริหารงานตามหลักธรรมาภิบาล ของบุคลากร สังกัดสถาบันการพลศึกษา

Main Article Content

พิชญาภา จันทศรี

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาปัญหาและความต้องการในการบริหารงานตาม หลัก ธรรมาภิบาลของบุคลากร สังกัดสถาบันการพลศึกษา 2) เพื่อเปรียบเทียบปัญหาและความต้องการในการ บริหารงานตามหลักธรรมาภิบาลของบุคลากร สังกัดสถาบันการพลศึกษา ประชากรที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ บุคลากรสังกัดสถาบันการพลศึกษา ทั้ง 17 วิทยาเขต จํานวน 787 คน กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วยผู้บริหาร จํานวน 51 คน และอาจารย์ 214 คน รวม 265 คน โดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือ ในการวิจัยนําข้อมูล ที่รวบรวมได้มาวิเคราะห์โดยหาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ การทดสอบค่าที่


ผลการวิจัยพบว่า 1. ปัญหาในการบริหารงานตามหลักธรรมาภิบาลโดยรวมทุกด้าน มีปัญหาอยู่ในระดับปานกลาง


  1. ความต้องการในการบริหารงานตามหลักธรรมาภิบาล โดยรวมทุกด้านมีความต้องการอยู่ใน ระดับมาก

  2. ผลการเปรียบเทียบปัญหาในการบริหารงานตามหลักธรรมาภิบาล โดยรวมทุกด้าน ระหว่างผู้บริหาร กับอาจารย์ พบว่า มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .05

  3. ผลการเปรียบเทียบความต้องการในการบริหารงานตามหลักธรรมาภิบาล โดยรวมทุกด้าน ระหว่างผู้บริหารกับอาจารย์ พบว่า ไม่มีความแตกต่างกัน

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
จันทศรี พ. (2010). ปัญหาและความต้องการในการบริหารงานตามหลักธรรมาภิบาล ของบุคลากร สังกัดสถาบันการพลศึกษา. วารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ, 2(2), 115–126. สืบค้น จาก https://he02.tci-thaijo.org/index.php/TNSUJournal/article/view/249593
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กวี รักษ์ชน. (2543). แนวคิดเชิงทฤษฎีในการบริหารรัฐกิจ. กรุงเทพฯ: คณะรัฐศาสตร์มหาวิทยาลัยรามคําแหง.

เกษม วัฒนชัย. (2546). ธรรมาภิบาลกับคอรัปชั่นในสังคมไทย. กรุงเทพฯ: อัมรินทร์ปริ้นติ้งแอนด์พับลิสซิ่ง.

เจือจันทร์ จงสถิตอยู่. (2543). คนเด่น, วารสารนักบริหาร,21:3-6.

บุญอนันต์ บุญสนธ์. (2543). พัฒนาการของแนวคิดการจัดการที่ดี. กรุงเทพฯ : สภาวิจัยแห่งชาติ.

บุญเลิศ ทิพจร. (2544). แนวทางการมีส่วนร่วมของชุมชนในการบริหารโรงเรียนประถมศึกษาตามทัศนะของบุคลากรในชุมชนอําเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่, วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต บัณฑิตวิทยาลัยมหาวิทยาลัยเชียงใหม่.

ประเวศน์ มหารัตน์สกุล. (2551). การจัดการทรัพยากรมนุษย์มุ่งสู่อนาคต. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ ส.เอเซียเพรส.

เพ็ญแข แสงแก้ว. (2541). การวิจัยทางสังคมศาสตร์, กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์หาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จํากัด.

มาลี รักสกุลใหม่. (2544). แนวทางการพัฒนาผู้บริหารโรงเรียนคริสเตียนในจังหวัดเชียงใหม่, วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต บัณฑิตวิทยาลัยมหาวิทยาลัยเชียงใหม่.

ยันยงค์ สูงงาม. (2545). การดําเนินงานประกันคุณภาพการศึกษาเพื่อรองรับการประเมินภายนอกของสถานศึกษา อําเภอแจ้ห่ม จังหวัดลําปาง, วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.

ร็อบบินส์, สตีเฟนส์ พี. (2551). การจัดการและพฤติกรรมองค์การ. แปลโดยวิรัช สงวนวงศ์วาน, กรุงเทพฯ: เพียร์สัน เอ็ดดูเคชั่น อินโดไชน่า.

วนิดา แสงสารพันธ์. (2543). การบริหารจัดการแบบธรรมาภิบาล. วารสารนักบริหาร, 21: 4.

วันชัย รัตนศัพท์. (2546). “การมีส่วนร่วมกับการพัฒนาองค์กร”ระบบทวิภาคีกับการแก้ปัญหาแรงงานในรัฐวิสาหกิจ. ชลบุรี: กระทรวงแรงงาน (เอกสารการสัมมนานายจ้างและลูกจ้าง ภาครัฐวิสาหกิจ 6-8 มีนาคม 2546).

วิรัช นิภาวรรณ. (2545). การบริหารเมืองหลวงและการบริหารท้องถิ่น: สหรัฐอเมริกาอังกฤษ ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น และไทย.กรุงเทพฯ: โฟร์เพซ.

สุขชัย ขันอัศวะ. (2541), การใช้อํานาจของผู้บริหารโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสํานักงานการประถมศึกษา อําเภอออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่, วิทยานิพนธ์ ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต บัณฑิตวิทยาลัยมหาวิทยาลัยเชียงใหม่.

สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาเชียงใหม่ เขต 5. (2547). แผนกลยุทธ์การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาเชียงใหม่ เขต 5 ระยะ 4 ปี เชียงใหม่.

อัจฉรา โยมสินธุ์. (2543), บรรษัทภิบาลกลยุทธ์ธุรกิจแบบยั่งยืน. วารสารนักบริหาร, 21, 34-35.