ปัญหาการฝึกซ้อมกีฬามวยไทยสมัครเล่นของสถาบันการพลศึกษา

Main Article Content

เอกชัย พูลแก้ว
รายาศิต เต็งกูสุลัยมาน
ภานุ ศรีวิสุทธิ์

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ ศึกษาปัญหาการฝึกซ้อมกีฬามวยไทยสมัครเล่นของสถาบันการพลศึกษา กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ มีจำนวนทั้งสิ้น 223 คน ประกอบด้วย นักกีฬา จำนวน 185 คน ผู้ฝึกสอน จำนวน 19 คน และผู้บริหารหรือผู้จัดการทีม จำนวน 19 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบสอบถาม ประกอบไปด้วย แบบสอบถามแบบตรวจคำตอบ แบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับของลิเคอร์ท และแบบสอบถามปลายเปิด ซึ่งมีค่าความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา จากการคำนวณหาค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่างข้อคำถามกับวัตถุประสงค์ของการวิจัย ระหว่าง 0.73-1.00 และมีค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถามทั้งฉบับเท่ากับ 0.80 สถิติสำหรับวิเคราะห์ข้อมูล ประกอบด้วย การหาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่า วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูปด้วยสถิติพื้นฐาน ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่า ปัญหาด้านนักกีฬามีอยู่ในระดับปานกลาง มีค่าเฉลี่ย 2.55 และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 1.39 ปัญหาด้านผู้ฝึกสอนมีอยู่ในระดับน้อย มีค่าเฉลี่ย 2.48 และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 1.41 ปัญหาด้านผู้บริหารหรือผู้จัดการทีมมีอยู่ในระดับน้อย มีค่าเฉลี่ย 2.25 และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 1.19 ปัญหาด้านการเก็บตัวและการฝึกซ้อมมีอยู่ในระดับปานกลาง มีค่าเฉลี่ย 2.54 และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 1.26 ปัญหาด้านสถานที่ อุปกรณ์ และสิ่งอำนวยความสะดวก มีอยู่ในระดับปานกลาง มีค่าเฉลี่ย 2.62 และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 1.24 ปัญหาด้านการนำวิทยาศาสตร์การกีฬาไปใช้ มีอยู่ในระดับน้อย มีค่าเฉลี่ย 2.44 และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 1.12 ในทำนองเดียวกัน ปัญหาการฝึกซ้อมของนักกีฬามวยไทยสมัครเล่น ของสถาบันการพลศึกษาโดยรวม ก็มีอยู่ในระดับน้อย มีค่าเฉลี่ย 2.48 และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 1.27

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
พูลแก้ว เ. ., เต็งกูสุลัยมาน ร. ., & ศรีวิสุทธิ์ ภ. . (2021). ปัญหาการฝึกซ้อมกีฬามวยไทยสมัครเล่นของสถาบันการพลศึกษา. วารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ, 13(2), 238–248. สืบค้น จาก https://he02.tci-thaijo.org/index.php/TNSUJournal/article/view/250727
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

Boonchom Srisa-ard. (2002). Introduction to Research (7th ed.). Bangkok: Suveeriyasan.

Bowon Boonyong. (2002). Problems of Boxing Training of Bangkok Secondary Education Service Area 1 (Master’s thesis), Srinakharinwirot University.

Charoen Kraboanrat. (1982). Competitive Psychology Training. Journal of Health, Physical Education and Recreation, 86, 20.

Mongkol Feangsaken. (1992). Strategies of Coaching. Mahasarakham: Mahasarakham Teacher College.

Paiwan Tanlaput. (2007). Introduction to Physical Education. Bangkok: Chulalongkorn University Press.

Petcharat Yanrangsee. (2004). Problems of Team Preparing of Youth Weightlifting Competition Championship in the Year 2003 (Master’s thesis), Srinakharinwirot University.

Rovilnelly, R. J., & Hambleton, R. K. (1977). On the Use of Content Specialists in the Assessment of Criterion-referenced test in Item Validity. Dutch Journal of Education Research, 2, 49-60.

Samat Amatkul. (2003). Situations and Problems of football team preparing for lower-eighteen- year-old Students of the Sports and Recreation Development Office, Tourism and Sports Ministry in the Year 2002 (Master’s thesis), Srinakharinwirot University.

Sonthaya Seelamat. (2007). Tennis performance Development Utilizing Sports Science. Bangkok: Chulalongkorn University Press.

Suprit Samahito. (1991). Sport Psychology and Coach. Bangkok: Kasetsart University.