แนวทางการพัฒนาศักยภาพแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดศรีสะเกษ
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ ศึกษาความต้องการของนักท่องเที่ยวและประชาชนเกี่ยวกับการพัฒนาศักยภาพแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดศรีสะเกษ และเพื่อเสนอแนวทางการพัฒนาศักยภาพแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดศรีสะเกษ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ นักท่องเที่ยวชาวไทยที่เดินทางมาท่องเที่ยว ประชาชนในท้องถิ่น และเจ้าหน้าที่จากภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวในจังหวัดศรีสะเกษ วิธีการได้มาซึ่งขนาดกลุ่มตัวอย่างของนักท่องเที่ยวและประชาชนได้มาจากการเปิดตารางของยามาเน่ ได้กลุ่มตัวอย่าง กลุ่มละ 400 คน ซึ่งในการวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยใช้วิธีกำหนดจำนวนกลุ่มตัวอย่างแบบโควต้า เป็นกลุ่มละ 200 คน รวมทั้งสิ้น 400 คน จาก 5 อำเภอ ที่เลือกมาและกำหนดโควตากลุ่มตัวอย่าง อำเภอละ 40 คน เท่ากัน การได้มาซึ่งกลุ่มตัวอย่างของทั้งสองกลุ่มใช้วิธีการได้มาซึ่งกลุ่มตัวอย่างแบบบังเอิญ ส่วนกลุ่มตัวอย่างที่เป็นเจ้าหน้าที่จากภาครัฐ จำนวน 6 คน ได้มาจากการใช้วิธีการเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถาม 2 ชุด ประกอบด้วย 1) แบบสอบถามสำหรับนักท่องเที่ยว มีค่าดัชนีความสอดคล้องเท่ากับ 0.90 2) แบบสอบถามสำหรับประชาชนในท้องถิ่น มีค่าดัชนีความสอดคล้องเท่ากับ 0.88 และแบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้างสำหรับเจ้าหน้าที่จากภาครัฐ มีค่าดัชนีความสอดคล้องเท่ากับ 0.96 นำข้อมูลที่ได้จากการเก็บรวบรวมข้อมูลจากแบบสอบถามมาวิเคราะห์ทางสถิติ โดยการหาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน นำเสนอผลการวิเคราะห์ในรูปตารางประกอบความเรียง และนำข้อมูลที่ได้จากการสัมภาษณ์มาวิเคราะห์เนื้อหา สรุปตามประเด็นหลักของการสัมภาษณ์แล้วนำเสนอในรูปความเรียง
ผลการวิจัยพบว่า นักท่องเที่ยวและประชาชนมีความต้องการเกี่ยวกับการพัฒนาศักยภาพแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดศรีสะเกษ จำนวน 6 ด้าน ได้แก่ ด้านสิ่งดึงดูดใจในแหล่งท่องเที่ยว ด้านความสามารถในการเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยว ด้านสิ่งอำนวยความสะดวก ด้านการจัดโปรแกรมการท่องเที่ยว ด้านกิจกรรมในแหล่งท่องเที่ยว และด้านการบริการเสริมในแหล่งท่องเที่ยว โดยค่าเฉลี่ยรวมของความต้องการทุกด้าน อยู่ในระดับมาก ส่วนแนวทางการพัฒนาศักยภาพแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดศรีสะเกษ พอสรุปแนวทางที่สำคัญได้ว่า หน่วยงานที่รับผิดชอบควรจัดทำแผนพัฒนาและกำหนดนโยบายด้านการท่องเที่ยวให้ชัดเจน พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวให้เกิดความยั่งยืนและเป็นรูปธรรม สอดคล้องกับศักยภาพของแต่ละพื้นที่ตามความต้องการของชุมชนและนักท่องเที่ยว
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับวารสารวิชาการมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว
เอกสารอ้างอิง
Boonchom Srisa - ard. (2000). Statistical Methods for Research Workers. Bangkok: Sureeriyasart.
Boonlert Jittangwattana. (2005). Development of Sustainable Tourism. Bangkok: Press and Design.
Boonlert Jittangwattana. (2006). Development and Conservation of Tourist Attractions. Bangkok: Press and Design.
Boonlert Jittangwattana. (2013). Tourism Industry (2nd ed.). Bangkok: Dharmasarn.
Buhalis, D. (2000). Marketing the competitive destination of the future. Journal Tourism Management, Special Issue: The competitive destination.
Chi, C., & Qu, H. (2008). Examining the structural relationships of destination image, tourist Satisfaction and destination loyalty: An integrated approach. Journal Tourism Management, 29, 624 - 636.
Goeldner, Charles R., & Ritchie, J. R. Brent. (2009). Tourism: Principles, Practices, Philosophies (11th ed.). New York: John Wiley & Sons.
Kaiser, C.; Jr.; & Heber, Larry E. (1978). Tourism Planning and Development. Boston: CBI.
Manassinee Boonmeesrisanga. (2013). Brand identity creation for tourist attractions of Amphoe Hua Hin in Prachuap Khiri Khan in view of adolescent tourists. Veridian E - Journal Silpakorn University, 6(1), 548 - 560.
Ministry of Tourism and Sports. (2017). The Second National Tourism Development Plan (2017 - 2021). Retrieved from https://www.mots.go.th/
Ministry of Tourism and Sports. (2019). Tourists Statistics in Si Sa ket. Retrieved from https://www.mots.go.th/News-link.php?nid=13039
Nisa Chatkul. (2012). Tourism Industry (4th ed.). Bangkok: Chulalongkorn University Printing House.
Si Sa Ket Statistical Office. (2020). Area Population Statistics in Si Sa Ket. Si Sa Ket: Si Sa Ket Statistical Office.
Sirinan Pongnirundorn, Ochanya Buatham, & Chatchaya Yodsuwan. (2016). Guidelines for effective development in tourism management of Wang Nam Khiao District, Nakhon Ratchasima Province. College of Graduate Study in Management Khon Kaen University Journal, 9(1), 234 - 259.
Suriyun Suvunracs. (2010). Area - based tour package of participatory learning Tankdaeng History, Thamot District, Phatthalung Province. Suthiparithat Journal, 24(73), 57 - 72.
Vipa Srirathu. (2008). Eco - tourism potential of Amphoe Khao Kho, Phetchabun Province (Master’s thesis), Srinakharinwirot University.
Wanna Wongwanich. (2003). Tourism Geography (2nd ed.). Bangkok: Thammasat University.
Yamane, T. (1967). Statistics: An Introductory Analysis. New York: Harper and Row.