กระบวนการออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องของนักเรียนที่เข้ามาใช้บริการออกกําลังกายในสถาบันการพลศึกษาวิทยาเขตลําปาง

Main Article Content

พรรณิภา กาวิละ

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) ปัจจัย ที่มีอิทธิพล ต่อการออกกําลังกายในปัจจัย ภายนอกในด้านปัญหาอุปสรรคในการออกกําลังกายได้แก่ด้านบุคคล สิ่งแวดล้อม สังคม 2) ปัจจัยเอื้อที่มี อิทธิพลต่อการออกกําลังกาย 3) กระบวนการออกกําลังกายอย่างต่อเนื่องของนักเรียนที่เข้ามาออกกําลัง กายในสถาบันการพลศึกษา โดยเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (Purposive Sampling) 30 คน เป็นชาย 17 คน หญิง 13 คนที่ผ่านการออกกําลังกายมาแล้ว 5 ปี เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา ปัจจัยด้านที่ 1 ด้านที่ 2 ใช้เป็นคําถามปลายปิด โดยแบบสอบถามชนิดมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ ส่วน ข้อที่ 3 ใช้คําถาม ปลายเปิดประยุกต์มาจากทฤษฎีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมโดยผู้เชี่ยวชาญ และใช้การสัมภาษณ์แบบ เจาะลึก การสังเกตแบบมีส่วนร่วมการบันทึกภาคสนาม และการตรวจสอบข้อมูลสามเส้า


ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้


  1. ปัจจัยภายนอก ด้านปัญหาอุปสรรค

ด้านบุคคล โดยรวมอยู่ในระดับกลาง (gif.latex?\bar{x}=2.84, S.D. = 0.93) เมื่อพิจารณารายข้อพบว่า ความเหนื่อยล้าจากการเรียนอยู่ในระดับมาก ไม่มีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับกีฬาอยู่ในระดับน้อย


ด้านสิ่งแวดล้อม โดยรวมอยู่ในระดับกลาง (gif.latex?\bar{x}=3.23, S.D. = 1.12) เมื่อพิจารณารายข้อพบว่า ไม่มีที่เก็บอุปกรณ์เครื่องใช้ส่วนตัวในการออกกําลังกาย มีที่จอดรถสะดวกสบายเพียงพอและปลอดภัย อยู่ในระดับมาก


ด้านสังคม โดยรวมอยู่ในระดับน้อย (gif.latex?\bar{x}=1.94, S.D. = 1.06) เมื่อพิจารณารายข้อพบว่าขาด วิทยากรแนะนําการออกกําลังกาย ไม่มีผู้เชี่ยวชาญแนะนําการออกกําลังกายแต่ละวิธี อยู่ในระดับน้อยสุด ขาดการสนับสนุนการครอบครัว ไม่มีเพื่อนร่วมออกกําลังกาย อยู่ในระดับน้อย ไม่มีพยาบาลช่วยเหลือใน กรณีบาดเจ็บ อยู่ในระดับปานกลาง


  1. ปัจจัยเอื้อ โดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง (gif.latex?\bar{x}-3.27, S.D. = 0.91) เมื่อพิจารณารายข้อพบว่า ผู้ปกครองให้การสนับสนุน สถานที่ไม่ไกลจากที่พัก มีสื่อโฆษณาให้เข้ามาออกกําลังกาย มีความรู้เรื่อง การออกกําลังกายที่ได้จากสื่อโฆษณา อยู่ในระดับมาก วิทยากรให้คําแนะนําในการออกกําลังกาย มีผู้นํา

    การออกกําลังกาย อยู่ในระดับน้อย


    1. กระบวนการออกกําลังกายอย่างต่อเนื่อง

    ขั้นปฏิบัติ (Action) สาเหตุจากทางจิตวิทยา เกิดแรงจูงใจด้วยตนเอง จากปัจจัยด้านสติปัญญา การรับรู้ประโยชน์ของการกระทํา


    ขั้นคงไว้ซึ่งพฤติกรรม (Maintenance) เกิดจากทางจิตวิทยา เกิดแรงจูงใจด้วยตนเอง จากด้าน สรีรวิทยา จากสิ่งแวดล้อมและทางด้านสังคมมีความเข้าใจหลักการออกกําลังกายเพื่อสุขภาพ


    ขั้นสิ้นสุดการรับเข้ามา (Termination / Transcandance) เกิดจากทางด้านทัศนคติมองเห็น ความจําเป็น ประโยชน์ และคุณค่าของการออกกําลังกายและจากด้านจิตวิทยามีความภูมิใจในตนเอง เมื่อประสบความสําเร็จจากการออกกําลังกายมีแนวคิดชักชวนผู้ใกล้ชิดได้ออกกําลังกาย



Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
กาวิละ พ. (2012). กระบวนการออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องของนักเรียนที่เข้ามาใช้บริการออกกําลังกายในสถาบันการพลศึกษาวิทยาเขตลําปาง. วารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ, 4(1), 45–66. สืบค้น จาก https://he02.tci-thaijo.org/index.php/TNSUJournal/article/view/254454
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

ธเนศ ต่วนชะเอม. (2549). แผนที่พัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 10 พ.ศ. 2550 - 2554 และเทคนิคและวิธีการเขียนข้อเสนอการวิจัย เพื่อเสนอของบประมาณประจําปีงบประมาณ พ.ศ. 2551 ตามมติคณะรัฐมนตรี, กรุงเทพ ฯ กลุ่มวิจัยและพัฒนาคุณภาพการศึกษา กองส่งเสริม วิชาการ สถาบันการพลศึกษา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา : (เอกสารประกอบการประชุม สัมมนา เชิงปฏิบัติการ การวิจัยและพัฒนาคุณภาพการศึกษาของ สถาบันการพลศึกษา 27 พฤศจิกายน – 1 ธันวาคม 2549).

ประภาเพ็ญ สุวรรณ. (2526). ทัศนคติ : การวัดการเปลี่ยนแปลงและพฤติกรรมอนามัย. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ : โอเดียนสโตร์.

พรรณิภา กาวิละ. (2548). กระบวนการนําไปสู่การคงไว้ซึ่งการ ออกกําลังกายอย่างต่อเนื่องของผู้มาใช้บริการออกกําลังกาย ภายในสถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตลําปาง, วิทยานิพนธ์ ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต.

ศิวาภรณ์ อุบลชลเขตต์. (2532). การพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ. ม.ป.ท. : คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์.

Salonen, J.T. and Others. (1988, January). “Leisure time and occupational physical Activity : Risk of Death from is clinic heart disease” American Journal of Epidemiology. 127, 87-94