ผลของการฝึกแรงต้านด้วยยางยืดแบบวงจรที่มีระยะเวลาพักฟื้นของการฝึกต่างกันที่มีต่อความอดทนของกล้ามเนื้อในผู้หญิงวัยทํางาน
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาความแตกต่างระหว่างการฝึกแรงต้านด้วยยางยืดแบบวงจรที่ มีระยะเวลาพักฟื้นของการฝึกต่างกันที่มีต่อความอดทนของกล้ามเนื้อในหญิงวัยทํางาน กลุ่มตัวอย่างจาก พนักงานของหน่วยงานในโรงพยาบาลรามาธิบดี เพศหญิง อายุระหว่าง 30 – 49 ปี จํานวน 30 คนที่สมัคร ใจเข้าร่วมเป็นอาสาสมัครโดยผ่านการเห็นชอบทางคณะกรรมการการวิจัยในคนของโรงพยาบาลรามาธิบดี ในการทําวิจัย และได้มาจากทําการสุ่มตัวอย่างแบบง่าย (Simple Random Sampling) เพื่อจัดเข้ากลุ่ม ออกเป็น 3 กลุ่มละ 10 คน โดยวิธีการทดสอบความอดทนของกล้ามเนื้อในท่าดันพื้น (Push up) กลุ่ม ควบคุม ปฏิบัติตัวตามปกติ กลุ่มทดลองที่ 1 ฝึกแรงต้านด้วยยางยืดแบบวงจร 8 สถานี โดยใช้ความหนัก หรือแรงต้านที่ 50 เปอร์เซ็นของความสามารถสูงสุด หรือ ความสามารถที่ทําได้ 15 ครั้ง ต่อเซต ปฏิบัติ 3 เซตต่อ 1 สถานี มีระยะเวลาพักฟื้นต่อเซต 30 วินาที และกลุ่มทดลองที่ 2 ปฏิบัติการฝึกเช่นเดียวกันแต่ใช้ ระยะเวลาพักฟื้นต่อเซต 60 วินาที ใช้ระยะเวลาในการฝึกทั้งกลุ่มทดลองที่ 1 และกลุ่มทดลองที่ 2 เป็น เวลา 12 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 3 วัน ซึ่งนําผลที่ได้จากการทดสอบดันพื้น ก่อนการฝึก ระหว่างการฝึกสัปดาห์ ที่ 6 และหลังการฝึกสัปดาห์ที่ 12 มาวิเคราะห์โดยใช้สถิติ ค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน วิเคราะห์ ความแปรปรวนซึ่งกําหนดความมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05
ผลการวิจัยพบว่า ความอดทนของกล้ามเนื้อส่วนบนในท่าดันพื้นในกลุ่มทดลองที่ 1 และกลุ่ม ทดลองที่ 2 พบว่า ความอดทนของกล้ามเนื้อ ภายหลังการฝึก 12 สัปดาห์ มีความแตกต่างกันจากก่อนการ ฝึก ซึ่งกลุ่มทดลองที่ 1 และ กลุ่มทดลองที่ 2 มีค่าเฉลี่ยความอดทนของกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสําคัญ ทางสถิติที่ระดับ 0.05โดยค่าเฉลี่ยของความอดทนกล้ามเนื้อของกลุ่มทดลองที่ 1 และกลุ่มทดลองที่ 2 เพิ่ม แตกต่างกันกับกลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05
Article Details
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับวารสารวิชาการมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว
เอกสารอ้างอิง
เจริญ กระบวนรัตน์. 2544. การอบรมเชิงปฏิบัติการ การฝึกกล้ามเนื้อด้วยการยกน้ําหนัก กรุงเทพมหานคร, คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.
เจริญ กระบวนรัตน์. 2548. หลักการและเทคนิคการฝึกกรีฑา. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพมหานคร, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.
เจริญ กระบวนรัตน์. 2550. ยางยืดชีวิตพิชิตโรค, กรุงเทพมหานคร, บริษัท แกรน สปอร์ต กรุ๊ป จํากัด, 176 น.
เจริญ กระบวนรัตน์. 2551. เอกสารประกอบโครงการสัมมนาวิชาการ. การออกกําลังกายเพื่อเสริมสร้าง สุขภาพด้วยนวัตถกรรมยางยืดและตารางเก้าช่องตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง, กรุงเทพมหานคร.
คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, อนันต์ อัตชู. 2538. หลักการฝึกกีฬา, กรุงเทพมหานคร, ไทยวัฒนพาณิช.
Bower men, W.J. and W.H. Freeman. 1991. High - Performance Training For Track and Field. Illinois, Leisure Press Champaign.
Pauletto, B. 1991. Strength Training for Coaches. New York, A Division of Human Kinetic Publishere Ins.
Pearl, A.J. 1993. The Athlitic Female/American Orthopedic society for Sports Medicine American.
Steven, J.R. and J.K. William. 1997. Designing Resistance Training Programs. Champaign, Illinois Human Kinetics.
Stott, K.P. and L.D. Stephen. 1997. The Essentials of Total Fitness Exercise Nutrition and Wellness. Boston.
Allyn and Bacon. Storn, M. and H. O'Bryant. 1987. Weight Training A Scientic Approach. Mimmesota Bellivether Press.