การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้พลศึกษา ตามแนวคิดกระบวนการออกแบบย้อนกลับ
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและศึกษาประสิทธิผลการทดลองใช้รูปแบบการเรียนรู้ พลศึกษา ตามแนวคิดกระบวนการออกแบบย้อนกลับ กลุ่มตัวอย่าง คือนักเรียนชั้นระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1 สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จํานวน 373 คน โดยใช้วิธีการสุ่มกลุ่มตัวอย่าง แบบง่าย จํานวน 10 โรงเรียน มีวิธีดําเนินการวิจัย แบ่งออกเป็น 2 ขั้นตอน คือ ขั้นตอนที่ 1 การพัฒนา รูปแบบการเรียนรู้ พลศึกษา ตามแนวคิดกระบวนการออกแบบย้อนกลับที่มีค่าความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา เท่ากับ 86 และความเหมาะสม เท่ากับ 4.01 โดยใช้ผู้ทรงคุณวุฒิตรวจสอบคุณภาพและขั้นตอนที่ 2 การศึกษาประสิทธิผลของรูปแบบการเรียนรู้พลศึกษา ตามแนวคิดกระบวนการออกแบบย้อนกลับ เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วยแผนการจัดการเรียนรู้พลศึกษาที่มีค่า ความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา เท่ากับ 98 และแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนพลศึกษาที่มีค่าความเที่ยง ตรงเชิงเนื้อหา เท่ากับ 89 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติพื้นฐานและสถิติการวิเคราะห์ความแปรปรวน แบบวัดซ้ํา
ผลการวิจัย พบว่า
- รูปแบบที่พัฒนาขึ้นเป็นรูปแบบการเรียนรู้พลศึกษา ตามแนวคิดกระบวนการออกแบบย้อนกลับ ซึ่งมีองค์ประกอบสําคัญ คือ (1) หลักการ แนวคิดและทฤษฎีพื้นฐานของการเรียนรู้ของรูปแบบตามแนวคิด กระบวนการออกแบบย้อนกลับ โดยเชื่อมโยงระหว่างทฤษฎีการสร้างความรู้ด้วยตนเองกับหลักการเรียนรู้ พลศึกษาตามทฤษฎีสัมพันธ์เชื่อมโยง (2) วัตถุประสงค์ของรูปแบบ (3) เนื้อหา (4) ขั้นตอนการเรียน การสอน และ (5) การประเมินการเรียนรู้ ซึ่งขั้นตอนการเรียนการสอนแบ่งออกเป็น 2 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 คือการสร้างแผนรายหน่วยตามแนวคิดการออกแบบย้อนกลับ ประกอบด้วย (1) การกําหนดเป้าหมาย การเรียนรู้ (2) การกําหนดหลักฐานการเรียนรู้ และ (3) การวางแผนและจัดประสบการณ์การเรียนรู้ และ ระยะที่ 2 คือการเรียนการสอนในชั้นเรียน โดยใช้แผนการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดกระบวนการออกแบบ ย้อนกลับ ประกอบด้วย 7 ขั้นตอนคือ (1) ขั้นการวิเคราะห์ผู้เรียน (2) ขั้นการสร้างความสนใจ (3) ขั้นการสํารวจและค้นหา (4) ขั้นการสะท้อนและสรุปผล (5) ขั้นการฝึกหัดและปฏิบัติการ (6) ขั้นการริเริ่มหรือ สร้างผลงาน และ (7) ขั้นการประเมินผล
- ผลการทดลองใช้รูปแบบการเรียนรู้พลศึกษา ตามแนวคิดกระบวนการออกแบบย้อนกลับ สามารถพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จํานวน 278 คน คิดเป็นร้อยละ 76.96 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ไม่น้อยกว่าร้อยละ 75 ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐานการวิจัย
- ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนพลศึกษาของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ระหว่างก่อนการทดลอง (X = 57.00) กับหลังการทดลอง (X = 78.50) พบว่ามีความแตกต่างกัน อย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และระหว่างหลังการทดลอง (X = 78.50) กับการติดตามผลภายหลังการทดลอง (X = 77.20) พบว่า มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .05 เช่นกัน
Article Details
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับวารสารวิชาการมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว
เอกสารอ้างอิง
กษมา วรวรรณ ณ อยุธยา, การออกแบบการเรียนรู้เพื่อสร้างความเข้าใจ. ในเอกสารประกอบการพัฒนาข้าราชการครูเพื่อเลื่อนวิทยฐานะ เป็นครูชํานาญการพิเศษ ครั้งที่ 2 กรณีพิเศษ, กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย, 2548. (อัดสําเนา).
คณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ, สํานักงาน, พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545. กรุงเทพฯ: พริกหวานกราฟฟิก, 2545.
ฉัตรแก้ว เภาวิเศษ, Exploring Educational Change at Classroom Level in Thailand: The Management of the Unknowable. [ออนไลน์]. 2551. แหล่งที่มา: http://www.esanpt1.go.th/adminis/Academic&Research/ExplorinEdChange.html (13 ก.ค. 2554)
เฉลิม ฟักอ่อน, การออกแบบการจัดการเรียนรู้อิงมาตรฐานตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 โดยเทคนิค Backward Design, กรุงเทพฯ: สํานักพิมพ์ประสานมิตร (ปสม.), 2552.
เบญจลักษณ์ พงศ์พัชรศักดิ์, การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสังคมศึกษาและความสามารถในการคิดแก้ปัญหาของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 5 ที่เรียนโดยการจัดการเรียนรู้ แบบ Backward Design สารนิพนธ์ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต สาขาการมัธยมศึกษา บัณฑิตวิทยา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, 2553.
ทิศนา แขมมณี, ศาสตร์การสอน: องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ. กรุงเทพฯ: สํานักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2544.
ทศพร สระแก้ว, ปัญหาการใช้หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544 ของครูผู้สอนพลศึกษา. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต สาขาวิชาพลศึกษา ภาควิชาหลักสูตร การสอนและเทคโนโลยีการศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2550.
เพ็ญนภา ไพรบูรณ์, ปัญหาการใช้หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544 ของครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต สาขาวิชาสุขศึกษา ควิชาพลศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2545.
เลขาธิการสภาการศึกษา, สํานักงาน, ข้อเสนอการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง (พ.ศ. 2552-2561). กรุงเทพฯ: พริกหวานกราฟฟิค, 2552.
วาสนา คุณาอภิสิทธิ์ การสอนพลศึกษา. กรุงเทพฯ: วิทยาพัฒน์, 2539.
วิภาวี บุตธรรม. การนําเสนอรูปแบบการเรียนการสอนบนเว็บ วิชาวิทยาศาสตร์ตามแนวคิดการออกแบบย้อนกลับ สําหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต ภาควิชาหลักสูตร การสอนและเทคโนโลยีการศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2552.
วรศักดิ์ เพียรชอบ. รวมบทความเกี่ยวกับปรัชญา หลักการวิธีการสอนและการวัดเพื่อประเมินผลทางพลศึกษา. กรุงเทพฯ : สํานักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2547.
ศึกษาธิการ กระทรวง, หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย, 2551.
Joyce, B. and Weil, M. Models of Teaching. (6th ed.). Boston: Allyn and Bacon, 2000.
Kelting, G. and Marie. L. Preservice teachers' planning and preparation practices: A comparison of lesson and unit plans developed using the backward design model and a traditional model, Teaching and Teacher Education 19 (2003): 304-317.
Wiggins, G. and McTighe, J. Understanding by Design. Virginia: Association for Supervision and Curriculum Development. [Online]. 1998. Available form: http://www.nitesonline.net/download/Backward.pdf [2010, may 10]