การพัฒนาจริยธรรมวิชาชีพครูของนักศึกษาสถาบันการพลศึกษา ด้วยการวิจัยเชิงบูรณาการ
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาระดับจริยธรรมวิชาชีพครูของนักศึกษาสถาบันการ พลศึกษา 2) เพื่อวิเคราะห์องค์ประกอบจริยธรรมวิชาชีพครูของนักศึกษาสถาบันการพลศึกษา 3) เพื่อสร้าง เกณฑ์ปกติจริยธรรมวิชาชีพครูสําหรับนักศึกษาสถาบันการพลศึกษาตามระดับชั้นปีของนักศึกษา 4) เพื่อ สร้างกระบวนการ วิจัยเชิงบูรณาการสําหรับพัฒนาจริยธรรมวิชาชีพครูของนักศึกษาสถาบันการพลศึกษา 5) เพื่อเปรียบเทียบผลการพัฒนาจริยธรรมวิชาชีพครูของนักศึกษาสถาบันการพลศึกษากับเกณฑ์ปกติที่ สร้างขึ้น 6) เพื่อเปรียบเทียบผลการพัฒนาจริยธรรมวิชาชีพครูของนักศึกษาสถาบันการพลศึกษาจากการ ใช้การวิจัยเชิงบูรณาการ 3 แบบ คือ แบบที่ 1 ใช้วิธีการเอไอซี ร่วมกับกิจกรรมปกติ แบบที่ 2 ใช้วิธีเอไอซี ร่วมกับการการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม และแบบที่ 3 ใช้วิธีเอไอซีร่วมกับการการวิจัยเชิงปฏิบัติการ แบบมีส่วนร่วมและระบบพี่เลี้ยง การบูรณาการประกอบด้วยการประชุมเชิงปฏิบัติการเอไอซี (Appreciation Influence Control) ระบบพี่เลี้ยง (Mentoring) และการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (Participatory Action Research) กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาเชิงปริมาณ ได้แก่ นักศึกษาสถาบันการพลศึกษา จํานวน 626 คน อาจารย์ในสถาบันการพลศึกษา จํานวน 376 คน รวบรวมข้อมูลเพื่อการวิเคราะห์องค์ประกอบ ใช้แบบวัดแบบมาตราส่วนประมาณค่า 6 ระดับ และกลุ่มตัวอย่างกระบวนการวิจัยเชิงบูรณาการ สําหรับ พัฒนาจริยธรรมวิชาชีพครูที่ใช้ได้แก่ นักศึกษาสถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตสุพรรณบุรี ชั้นปี 1 และชั้นปี 2 จํานวน 24 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลอง 2 กลุ่ม กลุ่มละ 8 คน และกลุ่มควบคุม 8 คน ครูปฏิบัติหน้าที่พี่เลี้ยง 1 คน ครูอาจารย์ที่ทําหน้าที่เป็นนักวิจัยผู้ช่วยจํานวน 3 คน ซึ่งได้มาจากการเลือกแบบเจาะจงตามเกณฑ์ ที่กําหนดไว้ การเก็บรวบรวมข้อมูลเชิงคุณภาพ ใช้วิธีการสัมภาษณ์ การสนทนากลุ่ม การวิเคราะห์เอกสาร และการสังเกตแบบมีส่วนร่วม การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพใช้วิธีการวิเคราะห์เนื้อหาแบบสร้างข้อสรุป การรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณโดยการวิเคราะห์ความแปรปรวนชนิดทางเดียว
ผลการวิจัยพบว่า
- นักศึกษาพลศึกษา สถาบันการพลศึกษาทุกชั้นปีและในภาพรวม มีคะแนนเฉลี่ยการวัดจริยธรรม วิชาชีพเมื่อเทียบกับเกณฑ์อยู่ในระดับปานกลาง
- เกณฑ์ปกติที่สร้างขึ้นจากข้อมูลที่ได้จากแบบวัดจริยธรรมวิชาชีพครูของนักศึกษาพลศึกษา ชั้นปี 1 มีคะแนนที ปกติ ตั้งแต่ 23-77 ชั้นปี 2 มีคะแนนที ปกติ ตั้งแต่ 23-73 ชั้นปี 3 มีคะแนนที ปกติ ตั้งแต่ 23-77 ชั้นปี 4 มีคะแนนที ปกติ ตั้งแต่ 23-75 และโดยรวมมีคะแนนที ปกติ ตั้งแต่ 17-77
- วิเคราะห์องค์ประกอบจริยธรรมวิชาชีพครูของนักศึกษาสถาบันการพลศึกษาได้ 8 องค์ประกอบ ได้แก่ ความมีวินัยในตนเอง การปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดี ความมีน้ําใจนักกีฬา ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ความเมตตากรุณาต่อผู้อื่น ความศรัทธาในวิชาชีพครู ความอดทนอดกลั้น และความซื่อสัตย์สุจริตต่อ วิชาชีพ
- รูปแบบการพัฒนาจริยธรรมวิชาชีพครูของนักศึกษาพลศึกษา ประกอบด้วย 5 ขั้นตอน ได้แก่ 1) การกําหนดเป้าหมายการพัฒนา 2) กําหนดวิธีการและสร้างการมีส่วนร่วม 3) กําหนดแผนการพัฒนา 4) ดําเนินการตามแผนและประเมินผล 5) ทบทวนผลการดําเนินการพัฒนา
- ผลการพัฒนาจริยธรรมวิชาชีพครูของนักศึกษาสถาบันการพลศึกษาหลังการเข้าร่วมกิจกรรม นักศึกษามีระดับจริยธรรม นักศึกษากลุ่มทดลองที่ 1 และกลุ่มทดลองที่ 2 มีคะแนน เมื่อเทียบกับเกณฑ์ ปกติอยู่ในระดับสูง และนักศึกษากลุ่มควบคุม มีคะแนนเมื่อเทียบกับเกณฑ์ปกติอยู่ในระดับปานกลาง
- ผลการพัฒนาจริยธรรมวิชาชีพครูของนักศึกษาพลศึกษาระหว่างกลุ่มที่ใช้การวิจัยเชิงบูรณาการ ทั้ง 3 แบบ พบว่า หลังการเข้าร่วมกิจกรรมตามรูปแบบ กลุ่มทดลองที่ 1 และกลุ่มทดลองที่ 2 มีคะแนน เฉลี่ยจากการใช้แบบวัดจริยธรรมแตกต่างกับกลุ่มควบคุม อย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ .05 และกลุ่มทดลอง ที่ 1 และกลุ่มทดลองที่ 2 มีผลคะแนนเฉลี่ยจริยธรรมแตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสําคัญทางสถิติ
Article Details
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับวารสารวิชาการมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว
เอกสารอ้างอิง
เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ (2550). สรุปคําบรรยายในการสัมมนาทางวิชาการ เรื่อง การวิจัยกับการส่งเสริมและพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมเยาวชนไทย. วันที่ 6 กันยายน 2550 ณ ห้องประชุมชั้น 8 อาคารจันทรากาญจนาภิเษก, มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม.
โชคชัย ปัญญาคํา. (2550). ปัจจัยที่ส่งผลต่อคุณลักษณะด้านจริยธรรมของนักศึกษาสถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตเชียงใหม่, ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต (วิจัยและสถิติการศึกษา) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่,
รัตนา อินธิเสน. (2550) คุณลักษณะที่เป็นจริงและที่พึงประสงค์ของครูพลศึกษาในทัศนะของนักศึกษาสถาบันสถาบันการพลศึกษา ในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ปีการศึกษา 2549. วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต สาขาพลศึกษา มหาวิทยาลัยศรีนครินทร วิโรฒ.
ล้วน สายยศ และอังคณา สายยศ. (2543). การวัดด้านจิตพิสัย กรุงเทพฯ : สุวีริยาสาส์น.
สมโภชน์ อเนกสุข. (2553). วิธีการทางสถิติสําหรับการวิจัย = Statistical methods for research พิมพ์ครั้งที่ 3. ภาควิชาวิจัยและวัดผลการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา.
อนุชา กิติชัยชาญ และคณะ. (2549). คุณลักษณะของบัณฑิตสถาบันการพลศึกษาตามความต้องการของสถานประกอบการและผู้ผลิตบัณฑิต. สถาบันการพลศึกษาวิทยาเขตเชียงใหม่.
Kemmis, S. & Mc Taggart, R. (2000). Participatory Action Research. In N.K. Denzin and Y.S.Lincoln (Eds.), Handbook of Qualitative Research. (2nd ed., pp.567-605). Thousand Oaks, CA: Sage.
Hair, J. F., Black, W. C., Babin, B. J. and Anderson, R. E. and Tatham, R. L. (2006). Multivariate Data Analysis. 6th ed. Upper Saddle River, New Jersey: Prentice Hall, inc.