การเฝ้าระวังพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศของเยาวชน ในสถานศึกษาจังหวัดสมุทรสาคร
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยเรื่อง การเฝ้าระวังพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศของเยาวชนในสถานศึกษาจังหวัดสมุทรสาคร มี วัตถุประสงค์คือ 1) เพื่อศึกษารูปแบบพฤติกรรมทางเพศ 2) เพื่อศึกษาทัศนคติต่อพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศ และ 3) เพื่อประเมินพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศของเยาวชนในสถานศึกษาจังหวัดสมุทรสาคร โดยเก็บข้อมูล จากกลุ่มตัวอย่างเยาวชนที่เป็นนักเรียน/นักศึกษาในสถานศึกษาจังหวัดสมุทรสาคร 32 แห่ง จํานวน 975 คน ในระหว่างวันที่ 15 กรกฎาคม ถึงวันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2554 เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวม ข้อมูลเป็นแบบสอบถามที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น วิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบน มาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่า
- รูปแบบพฤติกรรมทางเพศของเยาวชน
เยาวชนมีแฟน/ คู่รัก ร้อยละ 52.8 โดยกลุ่มที่มีคู่รักในอัตราสูงสุด คือ นักศึกษาระดับ ปวส. ร้อยละ 84.3 คู่รักส่วนใหญ่ร้อยละ 87.3 มีคู่รักเป็นเพศตรงข้าม โดยเมื่อจําแนกตามระดับการศึกษา และเพศพบว่า เพศหญิงมีคู่รักเป็นเพศเดียวกันมากกว่าเพศชายในทุกระดับการศึกษา อัตราของการมี “กิ๊ก” โดยรวม ร้อยละ 22.2 อัตราการเคยมีเพศสัมพันธ์ ร้อยละ 25.5 นักศึกษาระดับ ปวส. เคยมีเพศสัมพันธ์สูงสุด นักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้นมีอัตราเคยมีเพศสัมพันธ์ต่ําสุด นักเรียน/นักศึกษาชายมีประสบการณ์ การมีเพศสัมพันธ์สูงกว่าเพศหญิง อายุที่มีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก พบว่าเพศชายอายุต่ําสุดที่มีเพศสัมพันธ์ ครั้งแรกที่อายุ 7 ปี ส่วนเพศหญิงมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกอายุ 9 ปี ค่าเฉลี่ยของอายุที่มีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก อายุเฉลี่ย 14.4 ปี บุคคลเพศมีสัมพันธ์ด้วยส่วนใหญ่เป็นแฟน/คู่รัก คิดเป็นร้อยละ 81.5 ของกลุ่มที่มี เพศสัมพันธ์ และยังพบว่ามีนักเรียนระดับมัธยมศึกษากับ ปวช. มีเพศสัมพันธ์กับเพื่อนที่ติดต่อทาง อินเทอร์เน็ต สาเหตุที่นําไปสู่การมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก ส่วนใหญ่เกิดจากความอยากรู้อยากลอง รองลงมา คือ เป็นการแสดงความรักความจริงใจ และความไว้วางใจในคนรัก นอกจากนั้นยังพบว่าการมีเพศสัมพันธ์ ครั้งแรกเกิดจากการถูกบังคับขึ้นใจ การมีเพศสัมพันธ์ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา มีร้อยละ 21.3 ส่วนใหญ่ใช้
วิธีการป้องกันการตั้งครรภ์ ร้อยละ 90.5 ร้อยละ 81.5 ใช้วิธีการป้องกันโดยใช้ถุงยางอนามัย รองลงมาคือ การใช้ยาเม็ดคุมกําเนิดทั่วไป
- ทัศนคติต่อพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศ
นักเรียน/นักศึกษาทุกระดับการศึกษามีทัศนคติโดยรวมโน้มเอียงไปในแนวทาง ไม่เห็นด้วย ต่อการ มีพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศ ( = 2.18 SD = 0.94) และเห็นด้วยต่อการไม่ควรปฏิบัติพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศ
- พฤติกรรมเสี่ยงทางเพศของเยาวชน
นักเรียน/นักศึกษา มีพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศในระดับต่ํา คือส่วนใหญ่ไม่เคยปฏิบัติพฤติกรรมเสี่ยง ทางเพศ ( = 1.45 SD = 0.89) โดยเพศชายมีพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศสูงกว่าเพศหญิงในเกือบทุกพฤติกรรม นักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้นมีพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศต่ํากว่าระดับอื่นๆ และนักศึกษาระดับ ปวส. มี พฤติกรรมเสี่ยงทางเพศสูงกว่ากลุ่มอื่น
Article Details
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับวารสารวิชาการมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว
เอกสารอ้างอิง
กุลวดี เถนน้อง (ราชภักดี) และคณะ. (2551). ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร และแนวทางการแก้ปัญหาที่ยั่งยืน. กรณีศึกษา จังหวัดปทุมธานี, วิทยานิพนธ์วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต บัณฑิตวิทยาลัย สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง.
จันทร์วิภา ดิลกสัมพันธ์. (2543), เพศศึกษา. พิมพ์ครั้งที่ 2 กรุงเพทมหานคร : โสภณการพิมพ์.
จันทร์วิภา ดิลกสัมพันธ์. (2538), “ประสิทธิภาพของโปรแกรมสุขศึกษาเพื่อป้องกันพฤติกรรมเสี่ยงต่อการติดเชื้อ โรคเอดส์ทางเพศสัมพันธ์ของนักศึกษาหญิงระดับอุดมศึกษาในกรุงเทพมหานคร.” วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาสาธารณสุขศาสตร์ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล.
ฐิติพร อิงคถาวรวงค์. (2550). รายงานการวิจัยเรื่องพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศของวัยรุ่นหญิงในโรงเรียนอาชีวศึกษา, สงขลานครินทร์เวชสาร, 25, 6 (พฤศจิกายน-ธันวาคม 2550) : 511-513.
สุพัตรา ศรีวณิชชากร และคณะ. (2553). รายงานการวิจัยเรื่องการเฝ้าระวังพฤติกรรมทางเพศที่สัมพันธ์กับการติดเชื้อเอชไอวี ในพื้นที่กรุงเพทมหานคร ปี 2553 นครปฐม. สถาบันพัฒนาการสาธารณสุขอาเซียน มหาวิทยาลัยมหิดล.
พรรณพิไล ศรีอาภรณ์ (2537), การพยาบาลครอบครัววิกฤต : การตั้งครรภ์ในวัยรุ่น, เชียงใหม่ : มหาวิทยาลัยเชียงใหม่,
วารุณี สีม่วงงาม. (2553) รายงานการวิจัยเรื่องปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมเสี่ยงต่อการมีเพศสัมพันธ์ของวัยรุ่นชาย ในเขตเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี, เอกสารประกอบการประชุมวิชาการระดับชาติเรื่อง กําลังคนด้านสุขภาพกับการบริการด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์ 2-4 มิถุนายน 2553.
วงเดือน สุวรรณคีรี, นันทนา น้ําฝน, วรวรรณ์ ทิพย์วารีรมย์. (2551). “พฤติกรรมเสี่ยงทางเพศของวัยรุ่นและเยาวชนในสถานศึกษา จังหวัดพิษณุโลก.” วารสารมหาวิทยาลัยนเรศวร. 16, 2 (มิถุนายน-กรกฎาคม 2551) : 147-155.
วิทยา นาควัชระ. (2527). “การอบรมเลี้ยงดูเด็กวัยรุ่น” ในเอกสารการสอนชุดวิชาพัฒนาการเด็กและการเลี้ยงดู สาขาวิชาศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, 37. นนทบุรี : สํานักพิมพ์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
วิทยา นาควัชระ. (2531). เพศศึกษา. กรุงเทพฯ : ม.ป.ท.
วิทยา นาควัชระ (2544). ตอบปัญหาการเลี้ยงลูกและวัยรุ่น, พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ: อัมรินทร์พริ้นติ้ง แอนพับลิชชิ่ง.
สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล. (2552), สุขภาพคนไทย 2552 : เพื่อสุขภาวะแห่งมวลมนุษย์หยุดความรุนแรง กรุงเทพฯ : อมรินทร์พริ้นติ้งแอนพับลิชชิ่ง จํากัด (มหาชน),
สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล. (2554). สุขภาพคนไทย 2552. เอชไอเอกลไกพัฒนานโยบายสาธารณสุข : เพื่อชีวิตและ สุขภาพ. กรุงเทพมหานคร อมรินทร์พริ้นติ้งแอนพับลิชชิ่ง จํากัด.
สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาจังหวัดสมุทรสาคร. “ข้อมูลจํานวนนักเรียน ปีการศึกษา 2554.” งานข้อมูลสารสนเทศ.
อนงค์ ประสาธน์วนกิจ, ประณีต ส่งวัฒนา, บุญวดี เพชรรัตน์. (2552), “รายงานการวิจัยเรื่องความเชื่อเกี่ยวกับเพศสัมพันธ์ และรูปแบบพฤติกรรมทางเพศของวัยรุ่น และเยาวชนในสถานศึกษาจังหวัดสงขลา” สงขลานครินทร์เวชสาร 27, 5 (กันยายน-ตุลาคม 2552) : 370.
อุสี ศักดิ์สุวรรณ. (2552) รายงานการวิจัยเรื่องพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศของนักเรียนมัธยมศึกษาเขตเมืองจังหวัดน่าน, น่าน, กลุ่มงานสุขศึกษา โรงพยาบาลน่าน.
อาทิตย์ รุ่งเสรีชัย. (2547). ความฉลาดทางอารมณ์และพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ในโรงเรียนสังกัดคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กรุงเทพมหานคร วิทยานิพนธ์ครุศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาสุขศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย