แนวทางการจัดกิจกรรมนันทนาการตามความต้องการ ของบุคลากร สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

Main Article Content

วิมลทิพย์ สมัญญามาตุเรศ
สุชาติ ทวีพรปฐมกุล

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาแนวทางการจัดกิจกรรมนันทนาการตามความต้องการของ บุคลากร สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย เป็นบุคลากรที่ทํางานในสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ จํานวน 400 คน โดยใช้การสุ่มตัวอย่างแบบบังเอิญ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถาม และการสัมภาษณ์เชิงลึก นํา ข้อมูลที่เก็บรวบรวมได้มาวิเคราะห์หาค่าทางสถิติ ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่า “ที” การทดสอบค่า “เอฟ” และทดสอบความแตกต่างเป็นรายคู่ด้วยวิธี แอล เอส ดี กําหนดระดับความมี นัยสําคัญทางสถิติที่ .05 และนําผลการวิจัยมากําหนดแนวทางการจัดกิจกรรมนันทนาการตามความ ต้องการของบุคลากร สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ


ผลการวิจัยพบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ มีความต้องการกิจกรรมนันทนาการมากที่สุดสาม อันดับ ในกิจกรรมนันทนาการท่องเที่ยวทัศนศึกษา กิจกรรมนันทนาการประเภทพัฒนาสุขภาพและ สมรรถภาพ และกิจกรรมนันทนาการประเภทจิตใจและความสุขสงบ ตามลําดับ โดยสามารถสรุปแนวทาง การจัดกิจกรรมนันทนาการตามความต้องการของบุคลากร สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ ได้เป็น 4 ด้านดังนี้


  1. ด้านบุคลากรผู้ให้บริการ ควรมีการจัดผู้นํากิจกรรมนันทนาการในสํานักงานโดยผู้นํานันทนาการ นั้นควรมีความรู้ความสามารถ มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีต่อผู้ใช้บริการ และมีความกระตือรือร้นในการให้บริการ ซึ่งอาจมีการว่าจ้างผู้นํานันทนาการที่มีประสบการณ์เพื่อเป็นนักนันทนาการในหน่วยงานเพื่อรับผิดชอบใน การจัดกิจกรรมนันทนาการทั้งหมด

  2. ด้านการจัดการและดําเนินงาน ควรมีการจัดกิจกรรมนันทนาการ และสิ่งอํานวยความสะดวก มากขึ้น กําหนดระยะเวลาที่เปิดให้บริการในเวลาที่เหมาะสม มีการประชาสัมพันธ์กิจกรรมนันทนาการมีการจัดแบ่งพื้นที่เพื่อการบริการภายในสํานักงาน และตั้งหน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องการจัดกิจกรรม นันทนาการโดยเฉพาะ

  3. ด้านสถานที่ วัสดุ อุปกรณ์สิ่งอํานวยความสะดวก ควรมีการจัดสิ่งอํานวยความสะดวกเพื่อการ ทํากิจกรรมนันทนาการ โดยจัดสถานที่แยกเฉพาะ และจัดวัสดุอุปกรณ์ให้มีความทันสมัย เหมาะสม ปลอดภัย เพื่อดึงดูดให้บุคลากรเข้าไปใช้บริการ นอกจากนี้ยังมีควรมีการจัดอุปกรณ์และสิ่งอํานวยความ สะดวกไว้ให้เพียงพอกับความต้องการกิจกรรมนันทนาการของบุคลากรด้วย

  4. ด้านการเงินและงบประมาณ ควรมีการจัดสรรงบประมาณเพื่อสนับสนุนกิจกรรมนันทนาการให้ บุคลากรได้เลือกทํากิจกรรมนันทนาการตามที่ตนสนใจเพื่อพัฒนาตนเองได้อย่างเหมาะสม

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
สมัญญามาตุเรศ ว., & ทวีพรปฐมกุล ส. (2013). แนวทางการจัดกิจกรรมนันทนาการตามความต้องการ ของบุคลากร สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ. วารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ, 5(3), 117–138. สืบค้น จาก https://he02.tci-thaijo.org/index.php/TNSUJournal/article/view/255464
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กมล สุวรรณศรี. (ม.ป.ป), นันทนาการ เอกสารประกอบการสอน, กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยสวนดุสิต, 2543.

กําโชค เผือกสุวรรณ, ผู้นําสันทนาการ. กรุงเทพฯ : ภาควิชาสันทนาการ คณะพลศึกษา มหาวิทยาลัยศรีน ครินทรวิโรฒ ประสานมิตร, 2538.

คณิต เขียววิชัย, การศึกษาปัจจัยคัดสรรทางสังคมเศรษฐกิจที่มีผลต่อการเข้าร่วมกิจกรรมนันทนาการชุมชนของประชากรในภูมิภาคตะวันตกของประเทศไทย. สถาบันวิจัยและพัฒนามหาวิทยาลัยศิลปากร, 2546.

จรวยพร ธรณินทร์, การแนะแนวกับการพัฒนาคุณภาพชีวิต. เอกสารคําสอน, มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมมาธิราช, 2533.

ชนิดา ศรีบวรรัตน์, ความพึงพอใจในการปฏิบัติงานของบุคลากรศูนย์ป้องกันควบคุมโรคมะเร็งวิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ, 2544.

วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี. กระทรวงศึกษาธิการ [ออนไลน์]. แหล่งที่มา: http://th.wikipedia.org/wiki [30 เมษายน 2554]

วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี, สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน [ออนไลน์]. แหล่งที่มา: http://www.obec.go.th/node/93 [1 เมษายน 2554]

วิเชียร เกตุสิงห์, ค่าเฉลี่ยกับการแปรความหมาย: เรื่องง่ายๆ ที่บางครั้งก็พลาดได้, ข่าวสารการวิจัยการศึกษา, หน้า 10. กรุงเทพฯ : สํานักงานคณะกรรมการศึกษาแห่งชาติ, 2538.

ทวีศักดิ์ สว่างเมฆ. การศึกษาความต้องการการจัดกิจกรรมนันทนาการของผู้สูงอายุในกรุงเทพมหานครวิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, คณะวิทยาศาสตร์การกีฬา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2548.

ธารทิพย์ สาณะเสน. ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับความสนใจ และการเข้าร่วมกิจกรรมสโมสรพนักงานของพนักงานในหน่วยงานราชการ และหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2542.

ประพันธ์ศิริ สุเสารัจ คิดเก่ง สมองไว. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ: โปรดัคทีฟบุ๊ค, 2541.

ประเวศ วะสี. สวนโมกข์ธรรมกาย สันติ อโศก, กรุงเทพฯ : หมอชาวบ้าน, 2530.

พีระพงษ์ บุญศิริ, จิตวิทยาการกีฬา, กรุงเทพฯ: โอเดียนสโตร์, 2536.

ภูฟ้า เสวกพันธ์, ผลของโปรแกรมนันทนาการที่มีต่อการพัฒนาเชาวน์อารมณ์ ของนักศึกษาในระดับมหาวิทยาลัย วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2543.

ศิริพร มยะกุล. ความต้องการของประชาชนผู้ใช้บริการด้านการออกกําลังกายในสถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตยะลา, วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต สาขาวิชาสร้างเสริมสุขภาพ, มหาวิทยาลัย สงขลานครินทร์, 2551.

สมบัติ กาญจนกิจ, นันทนาการชุมชนและโรงเรียน, พิมพ์ครั้งที่ 3 กรุงเทพฯ: สํานักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2542.

สมบัติ กาญจนกิจ, นันทนาการและอุตสาหกรรมท่องเที่ยว กรุงเทพฯ: สํานักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2544.

สมพงศ์ เกษมสิน. การบริหารงานบุคคลแผนใหม่, พิมพ์ครั้งที่ 5. กรุงเทพฯ: ไทยวัฒนาพานิช, 2526.

สาลี ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา, เอกสารประกอบการเรียนวิชาปรัชญาการศึกษาเบื้องต้น. กรุงเทพฯ: วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต ภาควิชาพื้นฐานการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. 2540.

สุชา จันทร์เอม, จิตวิทยาสังคม. กรุงเทพฯ : สํานักพิมพ์ไทยวัฒนาพานิช, 2529.

อรุณ รักธรรม. การบริหารความขัดแย้งในองค์การ. กรุงเทพฯ: สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์, 2527.

Buttler, G. D. Introduction to Community recreation. New York: McGraw-Hill, 1959.

Holbrook, J. E. Current Problem and Trend in Facility Planning for Health, Physical Education, Reaction and Athletics at Colleges and Universities. Master's Thesis, College of Charleston, College of Charleston, 1992.

Kraus. R. G. Recreation and Leisure in Modern Society. 3rd ed. Glenview, III: Scorr, Foreman. 1994.

Maslow, A. H. Motivation and Personality. 2nd ed. New York: Harper and Row, 1970.

Meyer, L. G. A Study of Sports and Leading Activities Program in The Secondary School of Minnesota. Master's Thesis, 1979.

Raymore, L. A. The Trandition from Adolescence to Young Aduthood : Predictors of Leisure Behavior. Master's Thesis, 1994.

Watson, J. F. The Impact of Leisure Attitude and Motivation on the Physical Recreation/Leisure Participation Time of College Students. Master's Thesis, 1997.

Mei-Ju H. A study of the recognition of resource fit among staffs and customer satisfaction in Hsinchuang Stadium, Taipei County, 2006.

Ohta, M., Okufuji, T., Matsushima, Y., Ikeda, M, The effect of lifestyle modification on physical fitness and work ability in different workstyles, Master's Thesis University of Occupational and Environmental Health, 2004.

Piepoli M.F. Exercise training meta-analysis of trials in patients with chronic heart failure, Master's Thesis, 2005.

Robert A. B., Richard F. D. More and more cities are being encouraged to subsidize sports stadiums as an economic development tool, Master's Thesis,1990.

Stotlar, D. K., Johnson, D. A. Assessing The impact and effectiveness of stadium advertising on sport spectators at Division 1 institutions, Master's Thesis, 2006.