การใช้เวลาว่างและพฤติกรรมการออกกําลังกายของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของโรงเรียนมัธยมศึกษาในเขตเทศบาลนครยะลา

Main Article Content

พิสิษฐ์ ชาติวงศ

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและเปรียบเทียบการใช้เวลาว่างและพฤติกรรมการออกกําลังกาย รวมทั้งศึกษาปัญหาและอุปสรรคในการออกกําลังกายของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นในเขตเทศบาล นครยะลา โดยดําเนินการสุ่มอย่างง่าย (Simple Random Sampling) จากนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ตอนต้นที่ศึกษาในเขตเทศบาลนครยะลา ประจําปีการศึกษา 2555 ซึ่งได้กลุ่มตัวอย่างจํานวน 288 คน เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสํารวจที่ผู้วิจัยสร้างเอง คือ แบบสํารวจการใช้เวลาว่างและพฤติกรรมการ ออกกําลังกายของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของโรงเรียนมัธยมศึกษาในเขตเทศบาลนครยะลา และ ทําการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยโปรแกรมสําเร็จรูปโดยสถิติที่ใช้ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบน มาตรฐาน และการทดสอบไค - สแควร์ (Chi – Square Test)


ผลการวิจัย พบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง (ร้อยละ 66.0) และกําลังศึกษาอยู่ใน โรงเรียนมัธยมศึกษาของรัฐบาล (ร้อยละ 66.7) ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1, 2 และ 3 ซึ่งมีจํานวนชั้นละ เท่า ๆ กัน (ร้อยละ 33.3) และนักเรียนส่วนใหญ่มีน้ําหนักตัวต่อส่วนสูงอยู่ในระดับปกติ (ร้อยละ 74.0) โดย มีน้ําหนักเฉลี่ยเท่ากับ 47.63 กิโลกรัม และส่วนสูงเฉลี่ย เท่ากับ 154.63 เซนติเมตร และมีค่าดัชนีมวลกาย ในภาพรวม เท่ากับ 19.98 อยู่ในเกณฑ์ปกติ ทั้งนี้กลุ่มตัวอย่างเพศชายและเพศหญิงมีความสมดุลระหว่าง น้ําหนักตัวต่อส่วนสูงแตกต่างกัน อย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และเมื่อศึกษาการใช้เวลาว่างและ พฤติกรรมการมาออกกําลังกายของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น พบว่า นักเรียนส่วนใหญ่มีเวลาว่าง ตอนเย็นหลังเลิกเรียนเป็นจํานวนมากที่สุด (ร้อยละ 80.90) และเลือกทํากิจกรรมพบปะพูดคุยในเวลาว่าง เป็นประจํามากที่สุด (ร้อยละ 27.80) ในการมาออกกําลังกายเลือกเล่นกีฬาบาสเกตบอลเป็นประจํา มากที่สุด (ร้อยละ 30.2) และใช้เวลาช่วงตอนเย็นมาออกกําลังกายมากที่สุด (ร้อยละ 40.30) ซึ่งมี พฤติกรรมไปออกกําลังกายกับเพื่อนเป็นจํานวนมากที่สุด (ร้อยละ 97.6) สําหรับการเปรียบเทียบการใช้เวลาว่างและพฤติกรรมการออกกําลังกายของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น จําแนกตามเพศ ประเภท โรงเรียน และระดับชั้น พบว่า เพศชายและเพศหญิงมีการใช้เวลาว่างในการเลือกทํากิจกรรมและมี พฤติกรรมในการเลือกเล่นกีฬาเพื่อการออกกําลังกายแตกต่างกัน อย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .05 นักเรียนในโรงเรียนมัธยมศึกษาของรัฐและเอกชนมีการใช้เวลาว่างในการเลือกทํากิจกรรมแตกต่างกัน อย่าง มีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .05 แต่พฤติกรรมในการเลือกเล่นกีฬาเพื่อการออกกําลังกายไม่แตกต่างกัน นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 2 และ 3 มีการใช้เวลาว่างในการเลือกทํากิจกรรมและมีพฤติกรรมในการ เลือกเล่นกีฬาเพื่อการออกกําลังกายไม่แตกต่างกัน นอกจากนี้ปัญหาและอุปสรรคในการมาออกกําลังกาย ของนักเรียนส่วนใหญ่ คือ นักเรียนติดเกมคอมพิวเตอร์

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ชาติวงศ พ. (2014). การใช้เวลาว่างและพฤติกรรมการออกกําลังกายของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของโรงเรียนมัธยมศึกษาในเขตเทศบาลนครยะลา. วารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ, 6(1), 1–14. สืบค้น จาก https://he02.tci-thaijo.org/index.php/TNSUJournal/article/view/255887
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กรมวิชาการกระทรวงศึกษาธิการ. (2544). การศึกษาสมรรถภาพทางกายของนักเรียนระดับก่อนประถมศึกษา. กรุงเทพฯ : กระทรวงศึกษาธิการ.

กรมอนามัย. (2544). คู่มือการส่งเสริมสุขภาพวัยทํางาน, นนทบุรี : กระทรวงสาธารณสุข.

กรมอนามัย. (2548). ออกกําลังกายเพื่อสุขภาพ. นนทบุรี : กระทรวงสาธารณสุข.

กมลรัตน์ หล้าสุวงษ์. (2527), จิตวิทยาสังคม. กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร.

กระทรวงศึกษาธิการ. (2543). การศึกษาสมรรถภาพทางกายของนักเรียนระดับก่อนประถมศึกษา. กรุงเทพฯ : กรมพลศึกษากระทรวงศึกษาธิการ.

การกีฬาแห่งประเทศไทย. (2530). คู่มือผู้นําการออกกําลังกายเพื่อสุขภาพ. กรุงเทพฯ : ไทยมิตรการพิมพ์.

กันยา สุวรรณแสง. (2532), พฤติกรรมและการแลกเปลี่ยนเอกสารการสอนชุดวิชาสุขศึกษาหน่วยที่ 1-7, นนทบุรี: มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.

เกศแก้ว ศรีงาม. (2536), ความแตกต่างของการใช้เวลาว่างในกิจกรรมนันทนาการของเยาวชนไทย. วิทยานิพนธ์ รัฐศาสตร์มหาบัณฑิต (ประชากรศาสตร์), กรุงเทพฯ : บัณฑิตวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ถ่ายเอกสาร.

คณะกรรมการส่งเสริมกีฬาและการออกกําลังกายเพื่อสุขภาพในสถาบันการศึกษา และการพัฒนาองค์ความรู้ สํานักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ. (2548). แบบทดสอบและเกณฑ์ มาตรฐานสมรรถภาพทางกายที่สัมพันธ์กับสุขภาพสําหรับเด็กไทย อายุ 7 - 18 ปี. กรุงเทพมหานคร : สํานักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ.

คํารณ มาลาคํา. (2546). การใช้เวลาว่างของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นในกลุ่มโรงเรียนสหวิทยาเขตวิภาวดีสังกัดกรมสามัญศึกษากรุงเทพมหานคร, วิทยานิพนธ์ การศึกษามหาบัณฑิต. กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.

จรินทร์ ธานีรัตน์. (2528), นันทนาการชุมชน. กรุงเทพฯ : โอเดียนสโตร์.

ชํานาญ เรืองมาก. (2548), สภาพและความต้องการการออกกําลังกายของประชาชนที่มาออกกําลังกายในสถานออกกําลังกาย เขตเทศบาลเมืองสุไหงโกลก. วิทยานิพนธ์ การศึกษามหาบัณฑิต. กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.

ชูศักดิ์ เวชแพศย์ และกันยา ปาละวิวัธน์. (2536), สรีระวิทยาการออกกําลังกาย (พิมพ์ครั้งที่ 4) : กรุงเทพฯ : ธรรมกมลการพิมพ์.

ถนอมวงศ์ กฤษณ์เพ็ชร์. (2536). แนวคิดและทิศทางของวิทยาศาสตร์การกีฬาในประเทศไทย. กรุงเทพฯ : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ทองสุข สัมปทั้งสิต. (2530), การใช้เวลาว่างด้วยการออกกําลังกายของนิสิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร. วิทยานิพนธ์ การศึกษามหาบัณฑิต กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.

ธมนวรรณ ศักดิ์วังปลา. (2539), การศึกษาพฤติกรรมการออกกําลังกายและการเล่นกีฬาของนักเรียนโรงเรียนโสตศึกษา วิทยานิพนธ์ ครุศาสตรมหาบัณฑิต. กรุงเทพฯ : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ไพบูลย์ เทวรักษ์. (2543), จิตวิทยาการเรียนรู้ กรุงเทพฯ : เอส.ดี.เพรส.

บุญชม ศรีสะอาด. (2532). การวิจัยเบื้องต้น, มหาสารคาม : สุวีริยาสาส์น.

รัตนา ประเสริฐสม. (2526). การเสริมสร้างจิตลักษณะเพื่อส่งเสริมพฤติกรรมอนามัยของนักเรียนประถมศึกษา. ดุษฎีนิพนธ์ กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร.

ประทีป จินง. (2540) จิตวิทยาสังคม. กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร.

ประพันธ์ศิริ ชัยชนะใหญ่. (2527), นันทนาการ. กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร.

พินิจ วัยวุฒิ. (2540), ความต้องการในการออกกําลังกายของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้นในจังหวัดอุตรดิตถ์, วิทยานิพนธ์ การศึกษามหาบัณฑิต กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.

นววรรณ พันธุเมธา. (2544). คู่มือการใช้ภาษาไทยแนวใหม่คลังคํา : บริษัทอัมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่งจํากัด (มหาชน) กรุงเทพฯ.

มัลลิกา มัติโก. (2534), จิตวิทยาการจัดการพฤติกรรมมนุษย์, กรุงเทพฯ : ไทยวัฒนาพาณิชย์.

สิวาณี เซ็ม. (2542). การศึกษาพฤติกรรมการออกกําลังกายและเล่นกีฬาของนิสิตนักศึกษาในมหาวิทยาลัยของรัฐ. วิทยานิพนธ์ ครุศาสตรมหาบัณฑิต. กรุงเทพฯ : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

มานะ หมอยาดี. (2540), การใช้เวลาว่างเพื่อการออกกําลังกายของนักเรียนนายเรืออากาศ. วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.

นราภรณ์ ขันธบุตร. (2548). รายงานการวิจัยพฤติกรรมการออกกําลังกายและการเล่นกีฬาของนักศึกษามหาวิทยาลัยแม่โจ้ เชียงใหม่ : มหาวิทยาลัยแม่โจ้.

ผ่อง อนันตริยเวช. (2545). ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการส่งเสริมสุขภาพของครูประถมศึกษาสังกัดเทศบาลจังหวัดนนทบุรี, วิทยานิพนธ์ วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.

ราชบัณฑิตยสถาน. (2542), พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน. กรุงเทพฯ : บริษัทนานมีบุ๊คส์จํากัด.

วรศักดิ์ เพียรชอบ. (2525), หลักและการสอนวิชาพลศึกษา, กรุงเทพฯ : ไทยวัฒนาพานิช.

ศิริชัย กาญจนวาสี, ทวีวัฒน์ ปิตยานนท์ และดิเรก ศรีสุโข. (2551) การเลือกใช้สถิติที่เหมาะสมสําหรับการวิจัย, พิมพ์ครั้งที่ 5. โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย : กรุงเทพฯ.

ศิริรัตน์ หิรัญรัตน์. (2539), การเสริมสร้างสมรรถภาพทางกายและทางกีฬา, โรงเรียนกีฬาเวชศาสตร์ คณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล : กรุงเทพฯ.

สมบัติ กาญจนกิจ. (2542). นันทนาการชุมชนและโรงเรียน (พิมพ์ครั้งที่ 3) : กรุงเทพฯ : สํานักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

สมบัติ กาญจนกิจ, สุรางค์ เมธานนท์, พนิดา ดามาพงศ์และวิสูตร กองจินดา. (2548). คู่มือแนวทางการส่งเสริมการเคลื่อนไหวร่างกายออกกําลังกายสําหรับประชาชนในองค์การบริหารส่วนตําบล. กรุงเทพฯ : สํานักพิมพ์โอเดียนสโตร์.

สมบัติ ท้ายเรือคํา. (2551). ระเบียบวิธีวิจัยสําหรับมนุษศาสตร์และสังคมศาสตร์. (พิมพ์ครั้งที่ 2) : มหาสารคาม : ประสานการพิมพ์.

สายันต์ สุขยิ่ง . (2543). รายงานการวิจัย พฤติกรรมการออกกําลังกายและการเล่นกีฬาของนักศึกษามหาวิทยาลัยเอเชียอาคเนย์, กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยเอเชียอาคเนย์.

สิทธิโชค วรานุสันติกุล. (2542). จิตวิทยาการจัดการพฤติกรรมมนุษย์, กรุงเทพฯ : ไทยวัฒนาพาณิชย์.

สุชาติ โสมประยูร. (2520) “การพลศึกษาและการออกกําลังกายเพื่อสุขภาพ” วารสารสุขศึกษา พลศึกษา และสันทนาการ, 3(1) : 40-45.

สํานักงานกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว. (2548). คู่มือการเสริมสร้างชีวิตคู่, สํานักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครู และบุคลากรทางการศึกษา กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ลาดพร้าว.

สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาแห่งชาติ. (2543), มาตรฐานการศึกษาเพื่อประเมินคุณภาพภายนอกระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน กรุงเทพฯ : สํานักนายกรัฐมนตรี.

สํานักงานพัฒนาการกีฬาและนันทนาการ. (2549), การออกกําลังกาย : กรุงเทพฯ.

อนันต์ อัตชู. (2520) “การอภิปรายเรื่องการพลศึกษาและการออกกําลังกายเพื่อสุขภาพ” วารสารสุขศึกษา พลศึกษาและสันทนาการ, 1(3) : 37-46.

อําพล น้ําค้างงาม. (2540), การใช้เวลาว่างในการออกกําลังกายของนักเรียนชั้นประถมศึกษาโรงเรียนในสังกัดสํานักงานเขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยรามคําแหง.

อุมาพร สุทัศน์วรวุฒิ. (2543) “การออกกําลังกายในสภาวะหัวใจเสื่อม” ในการประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่องการวิจัยและพัฒนาสมรรถภาพทางร่างกายและวิทยาศาสตร์การกีฬา ระหว่างวันที่ 4 - 5 มิถุนายน 2530. กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยมหิดล.

Australian Bureau of Statistics. (1998). How Australian Use Their Time, 2012, ABS, Canberra : Australian Government Publishing Service.

Ball, E.L. and Robert, E.C.(1978). Leisure Service Preparation. Englewood Cliffs. New Jersey. Prentice-Hall.

Burdler, G.E. (1995). "The Development, Implementation, and Evaluation of Lifestyle Education and Exercise Program for Senior Adult Learners at Three KansaCongregate Meal Sites. New York : The Macmillan Company,

Chubb, M. and Chubb, H. R. (1981). One Third of Our Time ? An Introduction to Recreation BehaviorAnd Resources. New York: John Wiley & Sons, Inc.

Frederick, C. M., and Ryan, R. M. (1993). Differences in Motivation for Sport and Exercise and Their relationship with Participation and Mental Health. Journal of Sport Behavior, 16, 125-145.

Kaplan, M. (1975) “Leisure : Theory and Policy New York” Dissertation Abstracts International. 50(12): 199-A.

Liska, L.Z. (1994). "Cognition, and Behavior : An Investigation into the Affects of Schemas and Scripts on Exercise Behavior," Dissertation Abstracts International. 52(4): 1389-A.

Mcdowell, L.L.G. (1996). “Leisure Recreational Preferences and Practices among Adolescents with and without Mental Retardation". dissertation Abstracts International. Accession no. 4353.

Nash, J. B. (1953). The Philosophy of Recreation and Leisure. St. Louis : G.U. Mosby Co.

Robert K. (1978). Contemporary Society and the Growth of Leisure. London: Longman.

Rodgers, H.B. (1977). Rationism Sport Policies, Sport in Its Social Context International Comparison. Council of Europe Committee on Sport, Strasbourge.

Roski, G. (1992). “Sport and Health-related Values and their Reflection in Youngster Sport Activities During Leisure Time". Canadian Journal of Public Health. 50(11): 135-A.

Scott, K. P. and Edward T.H. (2007). Exercise Physiology : Theory and Application to Fitness and Performance. Sixth Edition. New York: McGraw-Hill.

Higher Education, N. Stanley, E. J. and Norman, P. M. (1972). Leisure and the Quality of Life. Washington D.C. The American for Health, Physical Education and Recreation.

Watson, J.F. (1997). "The Impact of Leisure Attitude and Motivation on the Physical Recreation Leisure Participation Time of College Students”. Dissertation Abstracts International. Accession no. 3251.

Yamane, T. (1970). Statistics an introductory analysis. (2 ed.) Tokyo : John Weatherhill.