แรงจูงใจในการเลือกเล่นกีฬามวยไทยสมัครเล่นของนักกีฬาในการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 41 จังหวัดเชียงใหม่

Main Article Content

สุภาพ เพชรแก้ว

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีความมุ่งหมายเพื่อศึกษาแรงจูงใจในการเลือกเล่นกีฬามวยไทยสมัครเล่นของนักกีฬา ในการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 41 ณ จังหวัดเชียงใหม่ ประชากรและกลุ่มตัวอย่างเป็นนักกีฬามวยไทย สมัครเล่นที่เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 41 ณ จังหวัดเชียงใหม่ จํานวน 227 คน เพศชาย จํานวน 149 คน เพศหญิง จํานวน 78 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถามที่ผู้วิจัย สร้างขึ้นโดยนําข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์โดยวิธีการหาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ยและค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานและ นําเสนอในรูปแบบตารางประกอบความเรียง


ผลการวิจัยพบว่านักกีฬามวยไทยสมัครเล่น ที่เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 41 ณ จังหวัด เชียงใหม่ มีแรงจูงใจเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก ทั้ง 6 ด้าน ตามลําดับคือด้านสุขภาพอนามัย มีค่าเฉลี่ยโดยรวม 4.42 เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อแรงจูงใจที่มากที่สุด คือกีฬามวยไทยช่วยให้ร่างกายแข็งแรงด้านความ ก้าวหน้าในอนาคต มีค่าเฉลี่ยโดยรวม 4.35 เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่า แรงจูงใจที่มากที่สุด คือต้องการ มีผู้สนับสนุนและส่งเสริมความก้าวหน้าด้านความรักความถนัดและความสนใจ มีค่าเฉลี่ยโดยรวม 4.33 เมื่อ พิจารณาเป็นรายข้อพบว่า แรงจูงใจที่มากที่สุด คือทักษะกีฬามวยไทยสมัครเล่นสามารถใช้ป้องกันตัวได้ ด้านเกียรติยศชื่อเสียง มีค่าเฉลี่ยโดยรวม 4.31 เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่า แรงจูงใจที่มากที่สุด คือ มีความปรารถนาที่จะเป็นนักกีฬาที่มีชื่อเสียงและต้องการสร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศชาติด้านบุคคล ที่เกี่ยวข้อง มีค่าเฉลี่ยโดยรวม 4.12 เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่า แรงจูงใจที่มากที่สุด คือครอบครัว มีความภาคภูมิใจและให้การสนับสนุนให้เป็นนักกีฬามวยไทยสมัครเล่นและด้านรายได้และผลประโยชน์ มีค่าเฉลี่ยโดยรวม 4.10 เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่า แรงจูงใจที่มากที่สุด คือต้องการเข้าศึกษาต่อ มหาวิทยาลัยในโควตานักกีฬา

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
เพชรแก้ว ส. (2022). แรงจูงใจในการเลือกเล่นกีฬามวยไทยสมัครเล่นของนักกีฬาในการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 41 จังหวัดเชียงใหม่. วารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ, 6(1), 57–68. สืบค้น จาก https://he02.tci-thaijo.org/index.php/TNSUJournal/article/view/255913
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กฤษฎา จุลชาต. (2443), แรงจูงใจในการเล่นกอล์ฟ, ปริญญานิพนธ์ กศ.ม. (พลศึกษา), กรุงเทพฯ : บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. ถ่ายเอกสาร.

เกษม สาหร่ายทิพย์. (2531), วิธีการทางสถิติสําหรับการวิจัย พิษณุโลก : มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ พิษณุโลก.

จรวย แก่นวงษ์คํา. (2530), มวยไทย-มวยสากล, กรุงเทพฯ : โอเดียนสโตร์.

จรัสเดช อุลิตและคณะ. (2541). ตํารามวยไทย ศาสตร์และศิลปะแห่งการต่อสู้ โรงเรียนมวยไทยปทุมธานี : บริษัทศิลป์สยามบรรจุภัณฑ์และการพิมพ์ จํากัด.

ชาญชัย โพธิ์คลัง. (2532), หลักพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ในการฝึกกีฬา, กรุงเทพฯ : โอเดียนสโตร์.

เชิญ สามารถ. (2545). สถิติการวิจัยทางการศึกษา, สุรินทร์: ส.พันธ์เพ็ญ.

ดนัย ยาหอม. (2538), แรงจูงใจในการเล่นกีฬายกน้ําหนักของนักกีฬาหญิง. ปริญญานิพนธ์ กศ.ม. (พลศึกษา), กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. ถ่ายเอกสาร.

ไตรลักษณ์ คํานิล. (2546). แรงจูงใจของนักกีฬามวยสากลสมัครเล่น, ปริญญานิพนธ์ กศ.ม. (พลศึกษา). กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. ถ่ายเอกสาร.

เทเวศร์ พิริยะพฤนท์. (2529), เอกสารประกอบการเรียนการสอนวิชาสรีรวิทยาของการออกกําลังกาย. กรุงเทพฯ : ภาควิชาพลศึกษา คณะพลศึกษา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร.

บุญเรียง ขจรศิลป์. (2538). วิธีวิจัยทางการศึกษา กรุงเทพฯ : ฟิสิกส์เซนเตอร์, ประเชิญ รอดบ้านเกาะ. (2543). แรงจูงใจในการเลือกเล่นเซปักตะกร้อหญิง, ปริญญานิพนธ์ กศ.ม. (พลศึกษา), กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. ถ่ายเอกสาร.

พระราชวรมุนี. (2530), ปรัชญาการศึกษาไทย, พิมพ์ครั้งที่ 3.กรุงเทพฯ : กรมศาสนา กระทรวงศึกษาธิการ.

พีระพงศ์ บุญศิริ. (2536), จิตวิทยาการกีฬา, กรุงเทพฯ : โอเดียนสโตร์.

ไพรวัลย์ ตัณลาพุฒ. (2530) พลศึกษาเบื้องต้น กรุงเทพฯ : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

มุกดา ศรียงค์และคณะ. (2542), จิตวิทยาทั่วไป, กรุงเทพฯ : ภาควิชาจิตวิทยา คณะศึกษาศาสตร์- มหาวิทยาลัยรามคําแหง.

สุรัตน์ เสียงหล่อ. (2543). เอกสารประกอบการสอน พล 174 มวยสากล, กรุงเทพฯ : ภาควิชาพลศึกษา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.

สุรีย์ พันธ์รักษ์. (2541). แรงจูงใจในการเลือกเล่นกีฬาจักรยานเสือภูเขา, ปริญญานิพนธ์ กศ.ม. (พลศึกษา), กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. ถ่ายเอกสาร.