แรงจูงใจของนักท่องเที่ยวนานาชาติ เพื่อการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในกรุงเทพมหานคร
Main Article Content
บทคัดย่อ
การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแรงจูงใจของนักท่องเที่ยวนานาชาติเพื่อการท่องเที่ยวเชิง สุขภาพในกรุงเทพมหานคร และเปรียบเทียบแรงจูงใจเพื่อการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของนักท่องเที่ยว นานาชาติในกรุงเทพมหานครจําแนกตามเพศ อายุ และถิ่นพํานัก โดยกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยเป็น นักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพนานาชาติ จํานวน 400 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถาม โดยนําผล ที่ได้มาวิเคราะห์ทางสถิติ โดยหาค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าที่ (t-test) การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว ด้วยการทดสอบค่าเอฟ (F-test) กรณีพบความแตกต่าง เป็นรายคู่ จะใช้การวิเคราะห์รายคู่ด้วยวิธี แอล เอส ดี (LSD-Least Significant Different)
ผลการวิจัยพบว่า
- ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ เป็นเพศชาย คิดเป็นร้อยละ 50.25 มีอายุ 20-35 ปีหรือต่ํากว่า คิดเป็นร้อยละ 46.50 มีถิ่นพํานักในทวีปเอเชีย คิดเป็นร้อยละ 40.25 มีสถานภาพสมรส คิดเป็นร้อยละ 52.25 มีการศึกษาระดับปริญญาตรี คิดเป็นร้อยละ 49.25 มีอาชีพลูกจ้าง คิดเป็นร้อยละ 49.75
- พฤติกรรมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ พบว่า เดินทางมา ประเทศไทยครั้งแรก คิดเป็นร้อยละ 46.25 ใช้ระยะเวลาท่องเที่ยว 1-3 สัปดาห์ คิดเป็นร้อยละ 45.00 มี วัตถุประสงค์เพื่อพักผ่อนหย่อนใจ คิดเป็นร้อยละ 61.75 เดินทางมาประเทศไทยด้วยตนเอง คิดเป็นร้อยละ 65.00 เดินทางมากรุงเทพฯ เพราะสถานที่ท่องเที่ยวมีชื่อเสียงโด่งดัง คิดเป็นร้อยละ 27.75 มาใช้บริการ นวดแผนไทย คิดเป็นร้อยละ 51.25 ใช้เงินในการท่องเที่ยวน้อยกว่า 50,000 บาท คิดเป็นร้อยละ 48.00 มีจุดมุ่งหมายที่จะอยู่กรุงเทพฯ จํานวน 268 คน คิดเป็นร้อยละ 67.00
- ผู้ตอบแบบสอบถามมีความคิดเห็นเกี่ยวกับแรงจูงใจของนักท่องเที่ยวนานาชาติเพื่อการ ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในกรุงเทพมหานคร โดยภาพรวมอยู่ในระดับ ปานกลาง (
= 3.36) และเมื่อพิจารณา เป็นรายข้อ พบว่า ด้านแรงจูงใจทางกายภาพ (
= 3.59) และด้านแรงจูงใจทางวัฒนธรรม (
= 3.48) มีความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก ส่วนด้านแรงจูงใจระหว่างบุคคล (
= 3.12) และด้านแรงจูงใจ ทางสถานภาพและชื่อเสียง (
= 3.25) มีความคิดเห็นอยู่ในระดับปานกลาง
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับวารสารวิชาการมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา. (2554). ฐานข้อมูลการท่องเที่ยวเชิงการตลาด. [ออนไลน์]. แหล่งที่มา : http://marketingdb.tat.or.th/marketingdatabase/index.php [2555, กรกฎาคม 7]
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย. (2555), การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์และสุขภาพ. [ออนไลน์]. แหล่งที่มา :
http://thai.tourismthailand.org [2555, กรกฎาคม 7]
ฉลองศรี พิมลสมพงษ์. (2550). การวางแผนและพัฒนาการตลาดการท่องเที่ยว, พิมพ์ครั้งที่ 6. กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
ระบบข้อมูลภูมิสารสนเทศเพื่อการลงทุนทางด้านการท่องเที่ยว. (2555). รายงานสรุปการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ. [ออนไลน์]. แหล่งที่มา : http://www.tourisminvest.tat.or.th/index.php?lang=th [2555, กรกฎาคม 7]
ศิริรัตน์ อ่อนดี. (2555), การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ [ออนไลน์]. แหล่งที่มา : http://region4.prd.go.th/ewt news.php?nid=25659 [2556, มกราคม 10]
ศูนย์การวิจัยกสิกรไทย. (2550). โรงพยาบาลเอกชนไทย : ขยายฐานสู่ภูมิภาค..เพิ่มศักยภาพการแข่งขัน [ออนไลน์]. แหล่งที่มา : http://www.kasikornresearch.com/th/K-EconAnalysis/Pages/ViewSummary.aspx?docid=9997 [2555, กุมภาพันธ์ 17]
ศูนย์ข่าวการศึกษาไทย. (2555) การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพอาเซียนปี 55. [ออนไลน์]. แหล่งที่มา : http://enn.co.th/5626 [2555, กุมภาพันธ์ 17]
Goeldner, C.R. and Ritchie, J. R. B. (2006). Tourism: principles, practices, philosophies. NJ: John Wiley and Sons.
Yamane, T. (1967). Statistics: An introductory analysis. New York: Harper and Row.