รูปแบบการบริหารสถาบันการพลศึกษา ของประเทศไทยในทศวรรษหน้า
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและตรวจสอบรูปแบบการบริหารสถาบันการพลศึกษาของ ประเทศไทยในทศวรรษหน้า ระเบียบวิธีวิจัยใช้เทคนิคการวิจัยอนาคต (EDFR) จากผู้เชี่ยวชาญด้าน การพลศึกษาในการศึกษารูปแบบ และใช้การสนทนากลุ่มย่อยจากผู้บริหารและอาจารย์จากสถาบัน การพลศึกษาในการตรวจสอบความเหมาะสมและเป็นไปได้ของรูปแบบ
ผลการวิจัยพบว่า 1) รูปแบบการบริหารสถาบันการพลศึกษาของประเทศไทยในทศวรรษหน้า มี 5 ด้าน ได้แก่ ด้านการกําหนดนโยบาย ปรัชญา วิสัยทัศน์ 25 ข้อ ด้านโครงสร้างการบริหาร 14 ข้อ ด้านภารกิจ ประกอบด้วย การบริหารเชิงกลยุทธ์ 10 ข้อ การบริหารงานบุคคล 5 ข้อ การบริหารงบประมาณ 14 ข้อ การพึ่งพาตนเอง 4 ข้อ การสอน 3 ข้อ การวิจัย 5 ข้อ การบริการชุมชน 6 ข้อ การใช้และ การพัฒนาเทคโนโลยี 8 ข้อ การทะนุบํารุงศิลปวัฒนธรรม 6 ข้อ การสื่อสาร 2 ข้อ ด้านการขับเคลื่อน องค์กร 8 ข้อ และด้านการประเมินและการประกันคุณภาพ 11 ข้อ 2) ผลการตรวจสอบรูปแบบการ บริหารสถาบันการพลศึกษาของประเทศไทยในทศวรรษหน้ามีความเหมาะสมและเป็นได้ในการนําไป ปฏิบัติทั้ง 5 ด้านคือ ด้านการกําหนดนโยบาย ปรัชญา วิสัยทัศน์ ด้านโครงสร้างการบริหาร ด้านภารกิจ ด้านการขับเคลื่อนองค์กร และด้านการประเมินและการประกันคุณภาพมีบริบทเหมือนกับบริบทที่สร้างขึ้น ตามความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับวารสารวิชาการมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว
เอกสารอ้างอิง
จิรวัฒน์ พระสันต์ และ วิรุณ ตั้งเจริญ. (2547). การพัฒนารูปแบบภารกิจของมหาวิทยาลัย ในการพัฒนาศิลปกรรมท้องถิ่น: กรณีศึกษามหาวิทยาลัยนเรศวร. Naresuan University Journal 2004; 1241).
จํารัส นองมาก. (2546). ปฏิบัติการการประกันคุณภาพการศึกษา, กรุงเทพ ฯ : พัฒนาคุณภาพวิชาการ.
ดิษยภัทร ไชยพิเดช. (2548). บทบาทของบุคลากรต่อการกระจายอํานาจการบริหารงานงบประมาณในสถานศึกษาขั้นพื้นฐานสังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาขอนแกนเขต 5. วิทยานิพนธ์ ศษ.ม. (การบริหารการศึกษา), ขอนแก่น : บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
นงลักษณ์ เรือนทอง. (2550), รูปแบบการบริหารโรงเรียนที่มีประสิทธิผล. ดุษฎีนิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยศิลปากร. บัณฑิตวิทยาลัย.
พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 และ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2553, (2553). กรุงเทพฯ: ม.ป.ท.
ไพฑูรย์ สินลารัตน์. (2546). กระบวนทัศน์ใหม่ในการบริหารจัดการอุดมศึกษาไทย. คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ภาวนา กิตติวิมลชัย และคณะ (2551). ประสิทธิภาพและประสิทธิผลของการประกันคุณภาพมหาวิทยาลัยขอนแก่น, สํานักงานประเมินและประกันคุณภาพ มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
เสียงพิณ อําโพธิ์. (2543), อนาคตภาพการบริหารงานของวิทยาลัยพยาบาล สังกัดกระทรวงสาธารณสุขในช่างแผนพัฒนาการศึกษาระดับอุดมศึกษาฉบับที่ 9. วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต. พยาบาลศาสตร์.
สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). กรอบแผนอุดมศึกษาระยะยาว 15 ปี ฉบับที่ 2 (2551-2565), กลุ่มพัฒนานโยบายอุดมศึกษา สํานักนโยบายและแผนการอุดมศึกษา ครั้งที่ 3, 57 หน้า.
วุฒิชัย ธนาพงศธร และคณะ. (2552) รายงานวิจัยเรื่อง การพัฒนาตัวบ่งชี้เพื่อกํากับติดตามการจัดการอุดมศึกษาตามกรอบมาตรฐานการอุดมศึกษาและกรอบแผนอุดมศึกษา ระยะยาว 15 ปี ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2551-2565), วันที่ค้นข้อมูล 1 เมษายน 2556, เข้าถึงข้อมูลได้จาก http://www.mua.go.th/data pr/250354 2.pdf .
สํานักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา. (2546ก), ระบบการประกันคุณภาพการศึกษาตามเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542. กรุงเทพ ฯ: พิมพ์ดีจํากัด.
Dove, C.S. (2005). The Share Service Center: A Model for University Efficiency. (Avialable Online: http://www.lib.umi.com/dissertation/fullcit/3124682)