รูปแบบการพัฒนาสถาบันการพลศึกษา สู่องค์กรแห่งการเรียนรู้
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาสภาพการเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ของสถาบันการพลศึกษา ศึกษาองค์ประกอบของการพัฒนาสถาบันการพลศึกษาสู่องค์กรแห่งการเรียนรู้ และสร้างรูปแบบของ องค์กรแห่งการเรียนรู้ของสถาบันการพลศึกษา กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้บริหาร อาจารย์ บุคลากรทางการ ศึกษา และคณะกรรมการวิทยาเขต ของสถาบันการพลศึกษา จํานวน 291 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถามเกี่ยวกับองค์ประกอบในการพัฒนารูปแบบสถาบันการพลศึกษาสู่องค์กรแห่งการเรียนรู้ วิเคราะห์ข้อมูล โดยการหาค่าร้อยละ ค่ามัชฌิมเลขคณิต () ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (SD.) และ วิเคราะห์องค์ประกอบเชิงสํารวจ (Exploratory Factor Analysis) ด้วยวิธีการสกัดองค์ประกอบ (Factor Extraction) และการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยัน (Confirmatory Factor Analysis)
ผลการวิจัยพบว่า 1) สภาพการเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ของสถาบันการพลศึกษา ภาพรวมอยู่ใน ระดับมาก เรียงค่าเฉลี่ยมากไปหาน้อยดังนี้ ด้านการเรียนรู้ ด้านบุคลากร ด้านองค์กร ด้านการจัดการ ความรู้ และด้านเทคโนโลยี 2) องค์ประกอบของการพัฒนาสถาบันการพลศึกษาสู่องค์กรแห่งการเรียนรู้ พบว่า ประกอบด้วย 5 องค์ประกอบหลัก 5 องค์ประกอบย่อย และ 29 ตัวแปร ได้แก่องค์ประกอบหลัก ด้านการเรียนรู้ องค์ประกอบย่อย คือ การทํางานร่วมกันเป็นทีม องค์ประกอบหลักด้านองค์กร องค์ประกอบ ย่อย คือ วิสัยทัศน์และกลยุทธ์ขององค์กร องค์ประกอบหลักด้านบุคลากร องค์ประกอบย่อย คือ การ พัฒนาศักยภาพของบุคลากร องค์ประกอบหลักด้านการจัดการความรู้องค์ประกอบย่อย คือ การเรียนรู้ ร่วมกัน และองค์ประกอบหลักด้านเทคโนโลยี องค์ประกอบย่อย คือ ระบบสารสนเทศเพื่อการบริหาร จัดการ 3) รูปแบบขององค์กรแห่งการเรียนรู้ของสถาบันการพลศึกษา ที่ได้จากการวิเคราะห์ องค์ประกอบ เชิงยืนยัน ประกอบด้วย องค์ประกอบด้านการเรียนรู้ ด้านองค์กร ด้านบุคลากร ด้านการจัดการความรู้ และด้านเทคโนโลยี มีความสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์ โดย ไค-สแควร์ (Chi-Square : x2) มีค่าเท่ากับ 170 (p = 0.058) RMSEA มีค่าเท่ากับ 0.141 ค่าสัมประสิทธิ์อิทธิพลต่อองค์ประกอบด้านการเรียนรู้ เท่ากับ -.059 ด้านองค์กร เท่ากับ 4.23 ด้านบุคลากร เท่ากับ -3.24 ด้านการจัดการความรู้ เท่ากับ 2.34 และดานเทคโนโลยี เท่ากับ -2.43
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับวารสารวิชาการมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว
เอกสารอ้างอิง
บุญซม ศรีสะอาด. (2545). การวิจัยเบื้องต้น, พิมพ์ครั้งที่ 7. กรุงเทพฯ : สุวีริยาสาส์น.
วรภัทร์ ภู่เจริญ. (2548). การบริหารคนดื้อ Change Management. กรุงเทพฯ : อริยชน.
วิโรจน์ สารรัตนะ และอัญชลี สารรัตนะ (2545). ปัจจัยทางการบริหารกับความเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ ข้อเสนอผลการวิจัยเพื่อการพัฒนาและการวิพากษ์, กรุงเทพฯ: อักษราพิพัฒน์.
วีรวุธ มาฆะศิรานนท์ (2542). องค์กรเรียนรู้สู่องค์กรอัจฉริยะ, กรุงเทพฯ : เอ็กซเปอร์เน็ท.
อรจรีย์ ณ ตะกั่วทุ่ง. (2552). การบริหารทรัพยากรมนุษย์, กรุงเทพฯ : ธรรกมลการพิมพ์.
Kontoghiorghes C, Awbrey S M, Feurig P L. (2005). Examining the Relationship Between Learning Organization Characteristics and Change Adaptation, Innovation, and Organizational Performance. Journal: Human Resource Development Quarterly, Summer 2005, Volume: 16 Issue: 2 pp.185-211.
Marquardt, M., & Reynolds, A. (1994). The global learning organization. BurrRidge, IL: Irwin Professional.
Michael J. Marquardt. Building the Learning Organization : Mastering the 5 Elements for Corporate Leaning. New York: McGraw-Hill, 1996.
M.pedler, J. Burgoynes and T. Boydell. (1991). The Learning Company: A strategy For sustainable development. Mardenhead: McGrar-Hill.
J.Bennette and M. O'Brien. (1994). The Building Block of the Learning Organization.
Training Peter M. Senge, Peter Senge and the Learning Organization (Online), accessed 12 February 2006, Available from http://www.infed.org/thinkers/senge.htm.
V.Marsick and K. Watkins. The Learning Organization : an Integrative Vision for HRD. Human Resource Development Quarterly, 1994.